ผช.ผญบ.ปืนดุ จ่อยิงดับแม่เลี้ยง-น้องสาว ทะเลาะเรื้อรังก่อนระเบิด

ผช.ผญบ.ปืนดุ

ผช.ผญบ.ปืนดุ จ่อยิงดับแม่เลี้ยง-น้องสาว ทะเลาะเรื้อรังก่อนระเบิด

สดจากสนามข่าว
อธิคม สิงขรณ์ – เรื่อง/ภาพ

ผช.ผญบ.ปืนดุ – ปัญหาความไม่ลงรอยกัน ระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งกันไปมา ใช่ว่าจะมีแต่ในละครน้ำเน่าเท่านั้น ในชีวิตจริงบางครั้งก็รุนแรงยิ่งกว่าในละครเสียอีก

เช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ เวลา 07.00 น. วันที่ 14 ก.ค. โดยพ.ต.ท.ม.ล.กษิภัท จรูญโรจน์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี รับแจ้งเหตุมีคน ยิงกันเสียชีวิต บริเวณบ้านเลขที่ 5 ม.3 ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี

หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พ.ต.ท.สมชาย ม่วงคำ สวญ.สภ.ตกพรม พ.ต.ท. ธนภัทร กิตติวงษา สวป. ชุดสืบสวน ทั้งของโรงพัก และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีแพทย์เวร โรงพยาบาลขลุง เจ้าหน้าที่กู้ชีพขลุงมูลนิธิ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในโรงจอดรถ พบศพ นางเชื้อ พวงผกา อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/3 ม.5 ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ดั้งจมูก กระสุนทะลุท้ายทอย 1 นัด ใกล้กันพบศพ น.ส.มารยาท กระต่ายวงษ์จันท์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/2 ม.3 ต.บ่อเวฬุ สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต ขาพาดกับท่อนไม้ไผ่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าผาก 2 นัด กระสุนทะลุศีรษะด้านหลัง บริเวณหน้าบ้านพักพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 ปลอก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ที่ลงมือก่อเหตุคือ นายกวี กระต่ายวงษ์จันท์ อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายรักษาความสงบ ม.3 หลังเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป พร้อมอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุและปืนลูกซองยาว อีก 1 กระบอก

พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี รุดสอบ – อาวุธปืนทูตมรณะ

หลังรับทราบเบาะแส ทางตำรวจได้วิทยุแจ้งสกัดจับคนร้าย และกระจายกำลังไปตรวจสอบที่สวนและบ้านคนใกล้ชิดที่คาดว่านายกวีอาจจะหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่

ขณะที่ตำรวจสอบสวนนายสมเกียรติ กลัดเพชร อายุ 40 ปี หลานของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ขณะเกิดเหตุกำลังนอนพักอยู่ในห้องติดกับโรงจอดรถ ต่อมานายกวีได้เดินมาที่โรงรถ เพื่อจะขับรถยนต์ออกไปทำธุระ ระหว่างนั้น ได้ยินเสียงนายกวีมีปากเสียงทะเลาะกับนางเชื้อและน.ส.มารยาท เรื่องที่นางเชื้อเอาท่อนไม้ไผ่วางไว้ในโรงรถทำให้กีดขวางรถ

นายสมเกียรติให้การต่อว่า นายกวีต่อว่า เกี่ยวกับการที่เอาไม้มากีดขวางการจอดรถตนจึงออกมาดู ก็พบกับนายกวีกำลังเอาท่อนไม้ไผ่ไปทิ้ง จากนั้นน.ส.มารยาทเดินกลับไปเอาไม้มาวางไว้ที่เดิม ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างส่งเสียงด่าทอกันอย่างรุนแรง

ก่อนที่นายกวีจะบันดาลโทสะ ชักอาวุธปืนพกสั้นลูกโม่.38 ที่พกติดตัวตลอดออกมาจ่อยิงน.ส.มารยาท 2 นัด และหันไปยิงนางเชื้ออีก 1 นัดในระยะเผาขน จนทั้งคู่เสียชีวิตคาที่ จากนั้นนายกวีได้เดินกลับมาที่บ้าน พร้อมกับคัดปลอกกระสุนออกจากลูกโม่แล้วเดินเข้าไปหยิบอาวุธปืนลูกซองประจำตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่ ที่อยู่ในบ้าน

ก่อนขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลบหนีไปพร้อมกับตะโกนว่า “จะไปฆ่าตัวตาย”

ญาติช็อกร่ำไห้ – จนท.ตรวจสภาพศพนางเชื้อ พวงผกาและน.ส.มารยาท กระต่ายวงษ์จันท์

ภายหลังเกิดเหตุพ.ต.ท.สมชาย ประสานญาติสนิท โทรศัพท์ติดต่อให้นายกวี เข้ามอบตัวด้วยตนเอง โดยได้วิทยุสั่งการให้ตำรวจชุดจับกุมถอนกำลังถอยห่างออกมาจากสวนผลไม้ พื้นที่บ้านเซ ท้ายเขื่อนคีรีธาร ต.บ่อเวฬุ ที่สืบทราบว่านายกวีหลบหนีไปกบดาน เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียอีกหาก ผู้ต้องหาคิดต่อสู้ขัดขืน หรือถูกกดดันจนคิดสั้นฆ่าตัวตายหนีผิด

กระทั่งต่อมาเวลา 14.30 น. วันเดียวกันนั้นเอง ทางญาติได้เข้าไปรับนายกวี พร้อมกับอาวุธปืนของกลาง พาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ที่สภ. ตกพรมแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวไปสอบสวนปากคำ และนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ

ผช.ผญบ.ปืนดุ ยอมรับว่าที่ทำไปเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันกับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดามาตลอด กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง เป็นความโกรธแค้นสะสม พอมีอะไรนิดหน่อยก็จะเป็นเรื่องทันที

“ผมโมโหมาก ตอนแรกท่อนไม้ มันวางอยู่ในโรงรถ ผมก็เอาท่อนไม้ไปโยนทิ้ง แต่ทั้งแม่เลี้ยงและน้องสาวกลับไม่สนใจ เอาท่อนไม้กลับมาวางที่เดิม แถมยังพูดจายั่วยุจนผมของขึ้น จึงวิ่งไปหยิบปืนออกมาจ่อยิงจนเสียชีวิต ตอนนี้ผมสำนึกแล้ว อยากขอโทษที่ทำลงไป ไม่ตั้งใจจริงๆ หลังจากนี้จะไปชดใช้กรรมในคุกเองครับ” ผช.ผญบ.ปืนดุ กล่าวยอมรับชะตากรรม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

บทความก่อนหน้านี้ความผิดหนัก ของอดีตตร.ติดตาม
บทความถัดไปโอซิลอำลาทีมชาติเยอรมัน ตัดพ้อถูกเหยียดเชื้อชาติ-ไม่ให้เกียรติ