กฤษดา เอกวานิช – เรืองรุจ วังแจ่ม – เรื่อง/ภาพ

แวดวงหมัดมวยช่วงนี้ นอกจากจะมีข่าวดีของ “เจ้าแหลม”ศรีสะเกษนครหลวง โปรโมชั่น แชมป์โลกขวัญใจชาวไทย รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก เรื่องความรักครั้งใหม่กับสาวปักษ์ใต้ที่สวยคมขำ

ยังมีเหตุอาชญากรรมครึกโครมอีก 2 คดี ที่เกิดจากฝีมือนักชกและคนในวงการ

คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ตำรวจฝ่ายสืบสวนสภ.บ้านบัว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ประสานตำรวจ บก.ภ.จว.ระยอง บุกจับกุม นายวุฒิไกร ลักขษร อายุ 19 ปี นักมวยชื่อดังในนาม “แสนไกร ศิษย์เจ๊ยาว” นักมวยเชิงดีมีอนาคต

ดีกรีเคยขึ้นตะบันหน้าคู่ชกบนสังเวียนมวยตู้รายการดัง จนเป็นที่รู้จักของแฟนหมัดมวยทั่วประเทศ

ปฐมเหตุการจับกุมครั้งนี้ เริ่มเมื่อกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เมื่อ นายมานิตย์ ศรีคำน้อย อายุ 47 ปี ร้องเรียนผ่านสื่อว่า นายขจรพจน์ เรืองจำรัส อายุ 19 ปี ลูกชายถูกนายวุฒิไกร ยิงเสียชีวิต

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนลูกชาย บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย เหตุเกิดในท้องที่ สภ.บ้านบัว เมื่อวันที่ 14 ก.ค.

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุทธิ ภู่หริย์วงศ์สุข ผกก.สภ.บ้านบัว ไม่ได้นิ่งนอนใจสั่งระดมกำลังไล่ล่าตัวอยู่หลายวัน

แต่นายวุฒิไกรก็หนีรอดได้หวุดหวิด เพราะย้ายที่กบดานตลอดเวลา ทั้งโคราช และชลบุรี

กระทั่งล่าสุดชุดสืบสวนแกะรอยทราบว่านายวุฒิไกรหนีไปกบดานอยู่บ้านญาติที่ อ.ปลวกแดง จึงตามไปจับกุมตัวได้ในที่สุด

สอบสวนนายวุฒิไกรรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุพร้อมเพื่อนประมาณ 10 คน ขับรถกลับจากงานแห่นาค พอมาถึงจุดเกิดเหตุ เกิดทะเลาะกับกลุ่มผู้ตาย ก่อนจะมีการตะลุมบอนและขว้างปาสิ่งของใส่กัน ตนเห็นท่าไม่ดีจึงชักอาวุธปืนออกมายิงใส่กลุ่มวัยรุ่นฝั่งตรงข้าม ไม่ได้เจาะจงจะยิงใส่ใคร หลังก่อเหตุก็นำอาวุธปืนไปโยนทิ้งสระน้ำ ก่อนจะหลบหนีไป

นายวุฒิไกรยังกล่าวขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใคร แต่ขณะนั้นเกิดการชุลมุนจึงชักปืนออกมาเพื่อยิงป้องกันตัว แต่ก็ยอมรับในสิ่งที่กระทำลงไป

อีกคดีเกิดขึ้น เมื่อกลางดึกวันที่ 22 ก.ค. บริเวณด้านหน้า “ซี้ดผับ” สถานบันเทิงชื่อดังกลางเมืองระนอง

หลังจากผับปิดให้บริการแล้ว บรรดานักท่องราตรีต่างทยอยกันเดินออกไปยังหน้าร้าน ขณะนั้นเองมีรถเก๋งโตโยต้ายาริส สีดำ เปิดเครื่องเสียงกระหึ่มดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

การ์ดผับ และคนที่อยู่ในละแวกดังกล่าวจึงเข้าไปต่อว่า ให้ปิดเสียง เพราะรบกวนชาวบ้านข้างเคียงที่อยู่ระหว่างพักผ่อนนอนหลับ

เพียงเท่านั้นเอง ก็สร้างความไม่พอใจให้กลับชายร่างใหญ่รายหนึ่ง ถึงกับชักปืนยิงรัวยิงขึ้นฟ้าจนหมดโม่ แล้วชี้ปืนจ่อหน้าไปทั่วทุกผู้คนในบริเวณนั้น สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้อยู่ในเหตุการณ์

จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินเข้าประชิดใช้ปืนจ่อหัว นายสุพจน์ หรือ โกจ้าว วานิชพัฒน์ อดีตส.ท.ในพื้นที่ ซึ่งอยู่ที่หน้าผับดังกล่าว

นายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง อายุ 25 ปี ฉายา “แจ๊ค สะพานสูง” วัยรุ่นเจ้าถิ่น ก็เข้าไปห้ามปรามจับมือของชายที่ถือปืนไว้แน่น และพูดคุยเจรจาให้เลิกก่อกวน

จังหวะนั้นเองมีชายร่างใหญ่อีกคน ใส่เสื้อยืดสกรีนชื่อและโลโก้ค่ายมวยทัพพระยายิม สวมหมวกแก๊ปสีครีม ตรงเข้าใช้ปืนจ่อยิงหัว “แจ๊ค สะพานสูง” 1 นัด จนล้มจมกองเลือดเสียชีวิต ก่อนจะพากันขับโตโยต้ายาริส และรถกระบะอีซูซุ สีขาว 4 ประตูหลบหนีไป

ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดถูกกล้องวงจรปิดจับภาพพฤติกรรมและรูปพรรณคนร้ายได้อย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกับฐานประวัติอาชญากรรมจนทราบว่า ผู้ที่ยิงปืนขึ้นฟ้าและใช้ปืนจ่อหัวอดีตส.ท.คนดัง คือ นายเกรียงศักดิ์ ถิรไชย ฉายา “ศักดิ์ ผาสุก” เป็นผู้มีอิทธิพลใน จ.สงขลา เคยก่อเหตุครึกโครมด้วยการยกพวกพร้อมอาวุธปืนครบมือยิงถล่มแก๊งคู่อริหน้าโรงแรมหรรษาเจบี กลางเมืองหาดใหญ่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ส่วนมือปืนที่ฆ่า “แจ๊ค สะพานสูง” คือนายภูมิพรรดิ์ ชาติประนอมไชย อายุ 48 ปี ฉายา “เป้ ทัพพระยายิม” เทรนเนอร์มวยค่ายมวยทัพพระยายิม จ.ชลบุรี

สอบสวนทราบว่า ค่ายมวยทัพพระยายิมนำนักมวยในสังกัดไปชกโชว์ในงานเปิดตัวรถกระบะยี่ห้อหนึ่งที่ระนอง จากนั้นพากันมาดื่มกินที่ผับดังกล่าว ก่อนเลยเถิดกลายเป็นเหตุฆาตกรรม

ความอุกอาจและหลักฐานที่ปรากฏก็เพียงพอที่จะให้ตำรวจยื่นเรื่องต่อศาลจังหวัดระนอง กระทั่งออกหมายจับทั้งคู่ในเวลาต่อมา

หลังเกิดเหตุทางค่ายมวยดังกล่าว ออกมาชี้แจงว่านายภูมิพรรดิ์ เป็นอดีตเทรนเนอร์ โดยปัจจุบันไม่ได้เกี่ยวข้องกับค่ายแล้ว

แม้ล่าสุดยังตามจับตัวทั้งคู่ไม่ได้ แต่ภายใต้คำขวัญของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจที่ว่า “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้…”

อีกไม่นานเกินรอ ต้องลากคอคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน