คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

อนุชา แก้วคำมา – เรื่อง/ภาพ

บ่ายวันที่ 7 ธ.ค. ร.ต.อ.ชูศักดิ์ บุญส่ง ร้อยเวรสภ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิคม เอี่ยมสำอาง รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ผกก.สภ.วังทอง เจ้าหน้าที่วิทยาการพิสูจน์หลักฐาน จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 นำกำลังตรวจสอบบริเวณคลองยาง หมู่ 12 บ้านวังครุฑ ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังได้รับแจ้งว่าพบรถเก๋งตกคลองและภายในมี ผู้เสียชีวิต

เมื่อเจ้าหน้าที่ยกรถขึ้นจากคลอง พบว่าเป็นรถเก๋งโตโยต้า อัลติส ทะเบียน ฆฌ 2194 กทม. ภายในพบศพนายณัฐวุฒิ หรือ ต้อง บาทชารี อายุ 38 ปี พนักงานบริษัทมิตรแท้ประกันภัย สาขาพิษณุโลก คนขับรถอยู่ในสภาพขึ้นอืดเนื่องจากเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน

คดีนี้คงเป็นคดีอุบัติเหตุขับรถตกคลอง แต่การชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบว่าบริเวณศีรษะมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกกระสุนปืนยิงทะลุจากฝั่งขวาไปซ้าย และห่างออกไปจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร บนถนนวังทอง-สากเหล็ก พบสร้อยพระและไฟแช็กตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
2
เมื่อตรวจสอบภายในรถเก๋งอย่างละเอียดก็พบหัวกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. สีทองแดง ลักษณะบุบบี้ 1 หัว ฝังอยู่บริเวณขอบประตูฝั่งด้านคนขับ นอกจากนั้นยังพบปลอกกระสุนขนาดเดียวกันตกอยู่บริเวณพื้นวางเท้าฝั่งผู้โดยสาร และตรงกลางคอนโซลบริเวณเบรกมือ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูล จนทราบว่านายณัฐวุฒิหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยญาติได้แจ้งความคนหายเอาไว้แล้ว เมื่อตรวจสอบสัญญาณ GPS ก็พบว่าจุดสุดท้ายอยู่ที่บ้านวังครุฑ ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

ตำรวจสันนิษฐานนายณัฐวุฒิถูกคนร้ายฆาตกรรมภายในรถ แล้วนำศพพร้อมรถมาทิ้งลงคลองเพื่ออำพรางคดี และมีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายกับผู้ตายรู้จักกัน

รุ่งขึ้นวันที่ 8 ธ.ค. ชุดคลี่คลายคดีประชุมวางแนวทางการสืบสวนหาตัวคนร้าย พร้อมทั้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เข้าตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมจากรถของผู้เสียชีวิต เพื่อหาแนววิถีกระสุนและหลักฐานเพิ่มเติม

ตำรวจสืบสวนจนได้ข้อมูลว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนวันที่ 2 ธ.ค. พบรถเก๋งของนายณัฐวุฒิขับเข้ามาจอดหน้า สภ.วังทอง ก่อนรับชายต้องสงสัย 1 คน ลักษณะรูปร่างท้วม ผมยาว ขึ้นรถขับออกไป

ซึ่งกล้องวงจรปิดหน้าโรงพักสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ คาดว่าจะไปตกลงกันในเรื่องบางอย่าง ที่บริเวณจุดเกิดเหตุแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมาจ่อยิงจนเสียชีวิต ส่วนปมฆาตกรรมตั้งประเด็นไว้ 2 ประเด็นคือเรื่องงานและเรื่องชู้สาว

ขณะที่ศพของนายณัฐวุฒิ นางแดงรัตน์ บาทชารี อายุ 62 ปี มารดาพร้อมกับญาติได้ไปติดต่อรับนำกลับมาบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาที่วัดหนองผักชี พหลโยธิน 52 เขตสายไหม กทม. พร้อมนิมนต์พระไปสวดอัญเชิญดวงวิญญาณที่จุดเกิดเหตุตามความเชื่อ

ชุดสืบสวนนำข้อมูลการใช้โทรศัพท์ย้อนหลังของนายณัฐวุฒิไปตรวจสอบ จนทราบว่าติดต่อกับใครบ้าง เมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปก็พบผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง เป็นลูกค้าประกันของนายณัฐวุฒิ โดยพบว่ามีการติดต่อกับ ผู้ตายเป็นคนสุดท้าย

พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง รวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอหมายจับนายธนกร อินสูงเนิน อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 310 ม.1 ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ จากศาลจังหวัดพิษณุโลก

ในข้อหาฆ่าผู้อื่นและซ้อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพหรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร

เย็นวันเดียวกันชุดสืบสวนตำรวจภูธร ภาค 3 สามารถจับกุมนาย ธนกร ได้หลังหลบหนีมากบดานในพื้นที่ จ.นครราชสีมา รวมทั้งตรวจยึดอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ที่ใช้ก่อเหตุไว้ได้ด้วย ก่อนนำตัวมา สอบสวนที่ สภ.วังทอง
3
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายธนกรเป็นลูกค้าทำประกันรถยนต์ไว้กับนายณัฐวุฒิ ผู้เสียชีวิต โดยรถยนต์ผู้ต้องหาเกิดอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำได้รับความเสียหาย ที่บริเวณ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก โดยไม่มีคู่กรณี

ทางบริษัทประกันให้ผู้ตายดำเนินการเคลมและนำรถยนต์ไปซ่อม แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่มีใบขับขี่ จึงพูดคุยกับผู้ตาย โดยจะมีการเปลี่ยนชื่อคนขับ เพื่อให้สามารถเคลมซ่อมรถยนต์ได้

นายธนกรได้จ่ายเงินให้ผู้ตายไป 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 15,000 บาท แต่ก็ไม่มีการนำรถไปซ่อม จึงนัดพบกันแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ สุดท้ายจึงใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต

ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของพ่อผู้ต้องหา ที่ทำงานเป็นผู้คุมเรือนจำอยู่ที่ จ.นครราชสีมา โดยเจ้าตัวขโมยปืนของพ่อนำมาก่อเหตุดังกล่าว

ปมประเด็นการสังหารจะเป็นดังเช่นที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างหรือไม่ ยังต้องรอการพิสูจน์ แต่อย่างไรก็ไม่ใช่เหตุที่จะทำให้มีสิทธิ์ไปเที่ยวฆ่าใครได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน