สดจากสนามข่าว : ย้อนคดียิงบ้านท่านเปา 8นัดรัวสนั่นกลางดึก! จับมือปืนสาวปมหึงดุ

นพรัตน์ คุ้มศรี – ภัทรพล แก้วสกุณี – เรื่อง/ภาพ

เสียงปืนที่ดังรัวขึ้นบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 5 ม.3 ต.คลอง 7 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงตีสาม วันที่ 11 ส.ค. ทำเอาตำรวจโรงพักคลองห้าถึงกับนั่งไม่ติด ด้วยบ้านหลังดังกล่าวไม่ใช่บ้านตาสีตาสา แต่เจ้าของคือ นายบรรพจน์ ยังเจริญ อายุ 46 ปี ตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาสมทบ ศาลแรงงานกลาง (ศาลแขวงปทุมวัน)

ตำรวจจึงต้องเร่งสืบสวนหาชนวนเหตุและตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด

ย้อนไปเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ส.ค. พ.ต.ท.สุนทร รัตนพร สว.(สอบสวน) สภ.คลองห้า รับแจ้งจากนายบรรพจน์ ว่ามีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านพักจนเสียหาย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ทูน เดชคุณมาก ผกก.สภ.คลองห้า พ.ต.ท.อัครภัส จายะวานิช รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.อัฐพงษ์ นิธิพัฒนะ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.กษิดิศ เทีอกสีบุญ รอง ผกก.สอบสวน และกำลังชุดสืบสวน

นายบรรพจน์พาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณประตูรั้วบ้าน พบรอยกระสุนปืน 8 รู เข้าบริเวณบานประตูสังกะสีและรั้วเหล็กบ้าน โดยมีหัวกระสุนทะลุไปถึงเสาปูนด้านในบ้านได้รับความเสียหายจนปูนแตก นอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 8 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายบรรพจน์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนอนพักผ่อนอยู่กับครอบครัวภายในบ้านหลังใน ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 03.00 น. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นครั้งแรก 3 นัด และหยุดไป ต่อมาได้ยินเสียงปืนดังอีก 5 นัด แต่ไม่กล้าออกมาดูเพราะกลัวอันตราย

กระทั่งตอนเช้าจึงออกมาดู ส่วนสาเหตุตนและครอบครัวไม่เคยมีเรื่องคดีความกับใคร มีเพียงตนที่เข้าไปเป็นผู้พิพากษาสมทบในคดีแรงงานทั่วไป แต่ก็ไม่น่าทำให้ใครโกรธแค้น เพราะเข้าไปทำหน้าที่เป็นกลางเท่านั้น

พ.ต.อ.ทูนสั่งให้ชุดสืบสวนขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดของชาวบ้านที่อยู่แถวจุดเกิดเหตุ พบรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซสีขาว และรถจักรยานยนต์ขับผ่านหน้าบ้านที่มีกล้องวงจรปิด ที่อยู่ติดกับบ้านที่เกิดเหตุสักพักเกิดเสียงปืนดังขึ้น จึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามแยกซอยต่างๆ เพื่อที่จะนำมาตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถ

ขณะที่ปลอกกระสุนที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ พบว่ามีซีเรียลนัมเบอร์ติดอยู่ที่ปลอกกระสุนปืนอักษร D92001 และ D61701 จึงส่งไปให้กองทะเบียนอาวุธปืน สำนักงานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 นำไปหาที่มาว่าซื้อมาจากที่ไหนร้านใด

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 1 และชุดสืบสวน สภ.คลองห้า ไล่ตรวจกล้องวงจรปิดจนพบว่าสามารถจับ ภาพรถฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน 395 กรุงเทพฯ ขับออกจากบ้านของผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ใกล้ อบต.คลองเจ็ด ในเวลา 03.18 น. เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ โดยวิ่งผ่านหน้า อบต.คลองเจ็ดใช้เส้นทางถนนเลียบคลองเจ็ดเลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าเส้นทางถนนตัดใหม่สาย อ.ธัญบุรี-วังน้อย และภาพจากกล้องวงจรปิดตามแยกต่างๆ ได้จับภาพไว้ได้ตลอดเส้นทาง

จากนั้นได้วิ่งผ่านด่านช่างของถนนเส้นดังกล่าว เวลาประมาณ 03.23 น. ก่อนวิ่งเข้าทางลัดกลางนาเข้าสู่ถนนเลียบคลองอีกครั้ง แล้วเลี้ยวขวามุ่งหน้ามาทางบ้านผู้พิพากษาลักษณะเหมือนกับวิ่งย้อนศรสวนเลนมาจอดหน้าบ้านผู้พิพากษา และลงมือยิงเข้าไปในบ้านเวลาประมาณ 03.30 น. แล้วหลบหนีไปอีกเส้นทางหนึ่ง ก่อนที่รถยนต์คันนี้จะขับเข้ามาจอดภายในบ้านผู้ต้องสงสัยตามปกติ

ชุดสืบสวนค่อยๆ หาประเด็นว่า คนในบ้านผู้พิพากษาเคยมีเรื่องบาดหมางกับคนในบ้านหรือไม่

ต่อมาความจริงก็กระจ่าง เมื่อมีนายเก๋ ซึ่งเป็นนักกีฬายิงปืนอยู่สนามยิงปืนแห่งหนึ่งใน อ.คลองหลวง โทรศัพท์ติดต่อมาหาทางภรรยาของนายบรรพจน์ เพื่อขอเจรจาเรื่องคดีความ โดยบอกว่าผู้ที่ยิงปืนเข้าไปในบ้านนายบรรพจน์เป็นภรรยาของตนเอง ซึ่งเป็นนักกีฬายิงปืนด้วยกัน

ส่วนสาเหตุเนื่องจากภรรยาเข้าใจผิดว่าตนกับน้องเมียผู้พิพากษาเป็นกิ๊กกัน แต่จริงๆแล้วเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

ล่าสุดวันที่ 14 ส.ค. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ รอง ผบก.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ทูน เดชคุณมาก ผกก.สภ.คลองห้า ตำรวจ บก.สส.ภ.1 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.นฤมล เสนาะคำ อายุ 37 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. พร้อมกระสุน 4 นัด รถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซ สีขาว หมายเลขทะเบียน ญผ 395 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้การก่อเหตุ นอกจากนี้ยังตรวจยึดอาวุธปืนจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีทั้งขนาดสั้นและยาว ส่งศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เพื่อตรวจสอบว่าเคยนำไปก่อคดีใดมา หรือไม่

น.ส.นฤมลถูกแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะหรือในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและทำให้เสียทรัพย์ ก่อนถูกคุมตัวส่งศาลจังหวัดธัญบุรีเพื่อดำเนินคดีต่อไป

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มจะโชว์เทพ ขับรถไถจะตีโดนัท สุดท้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด
บทความถัดไปโจมตีตำรวจ 4 จุด วัยรุ่นรัสเซียก่อการร้ายในเชเชน ไอเอสอ้างอยู่เบื้องหลัง