สดจากสนามข่าว : ตามตร.ปิดคดีสยองไทรโยค ฆ่าตัดหัวทิ้ง-ศพอืดแควน้อย พี่เมียโหดสารภาพโมโหหิว

ยุทธศักดิ์ สุขเจริญ, ศุภมาศ จงสกุล, เกตุแก้ว จงเจริญ – เรื่อง/ภาพ

ข่าวการพบศพชายเปลือย ถูกฆ่าตัดหัวและมือ ลอยมาในแม่น้ำแควน้อย ใกล้กับท่าเรือพุตะเคียน หมู่ 4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี สร้างความหวาดผวาไปทั่วคุ้งน้ำ แถมยังมีบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรกับการท่องเที่ยว จึงเป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งคลี่คลายให้ได้โดยเร็ว

บ่ายวันที่ 13 ส.ค. ร.ต.ท.ไชยา ไพรวัลย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าพบศพชายไม่ทราบชื่อลอยอืดอยู่กลางแม่น้ำแควน้อย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

จากนั้นรีบตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.ธานี สงวนจีน ผกก.สภ.ไทรโยค พ.ต.ท.จารุวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.วิษณุ ทวีแสง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สนธยา ฉายเกียรติขจร สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ไทรโยค แพทย์เวร ร.พ.ไทรโยค และกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี

เมื่อไปถึงพบศพชายสภาพเปลือยกาย แขนทั้ง 2 ข้าง และศีรษะ ถูกตัดขาดชิ้นส่วนหายไป สภาพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งทั่วบริเวณ สร้างความสยดสยองให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรีช่วยกันนำศพขึ้นมาบนฝั่ง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรแต่เนื่องจากสภาพศพเน่าเปื่อย มีเพียงรอยสักรูปคนแบกไม้ที่ต้นแขน เป็นเบาะแสให้ตามหาว่าผู้ตายเป็นใคร

จากรอยสักดังกล่าวตำรวจพบว่าเป็นเทพเจ้าที่ชาวมอญด้านจังหวัดทวาย ประเทศเมียนมา ให้ความนับถือ จึงเชื่อว่าผู้ตายน่าจะเป็นแรงงานชาวมอญ ที่มารับจ้างทำงานอยู่ในพื้นที่ ชุดสืบสวนจึงใช้เรือล่องย้อนขึ้นไปตามแม่น้ำแควน้อย เพื่อค้นหาสถานที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นจุดฆาตกรรม

แล้วก็ไม่ผิดหวังเมื่อพบสถานที่ก่อสร้าง รีสอร์ตแห่งหนึ่งริมน้ำแควน้อย ห่างจากจุดพบศพไปราว 10 ก.ม. จากการตรวจสอบเป็นบ้านชั้นเดียวหลังคามุงสังกะสี อยู่ระหว่างก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ในบ้านพบมีดอีโต้และมีดทำครัว 3 เล่ม พบจอบมีร่องรอยคราบเลือด ส่วนที่บริเวณผนังปูนพบคราบเลือดกระเซ็นไปทั่ว รวมทั้งบริเวณพื้น พบร่องรอยคราบเลือดเป็นจุดๆ มีร่องรอยการล้างทำความสะอาดและร่องรอยการใช้ปูนซีเมนต์เททับคราบเลือด

อีกทั้งยังพบเศษผ้าถุงสีดำ ทำเป็นเส้นคล้ายเชือกอีก 3 เส้น ลักษณะเหมือนกับที่พบที่เอวของศพ รวมทั้งเศษเส้นผมอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

วันรุ่งขึ้น พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภาค 7 และ พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ ผกก.สส.1 กก.สส.ภาค 7 พร้อม พ.ต.อ.ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 7 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี และชุดสืบสวน สภ.ไทรโยค รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 ภ.จว.กาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบหลักฐานและสอบปากคำคนงาน

เบื้องต้นทราบว่า บ้านพักหลังดังกล่าว มีคนงานกรีดยางพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 2 คน คือนายสุไข่ อายุ 40 ปี กับนายสุนัย พี่ชายของภรรยา ซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมาทั้งคู่ โดยหญิงสาววัย 16 ปี ยืนยันว่าผู้ตายชื่อนายสุไข่ ซึ่งเป็นบิดาของตนเอง เนื่องจากจดจำรอยสักได้ ส่วนผู้ก่อเหตุเชื่อว่าคือนายสุนัย ลุงของตน ซึ่งหายตัวไป

เจ้าหน้าที่สอบพยานรอบข้าง ทราบว่า นายสุไข่เป็นน้องเขยของนายสุนัย และทำงานเป็นคนงานเฝ้าไร่ของนายทุนที่อยู่กรุงเทพฯ พักอาศัยกินนอนอยู่ด้วยกัน 2 คน ในบ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยทั้ง 2 คน มักชอบดื่มสุราด้วยกันเป็นประจำ

เมื่อได้พยานหลักฐานครบถ้วน ตำรวจรวบรวมไปขอศาลอนุมัติ หมายจับนายสุนัย ก่อนจะประสาน พ.ต.อ.จุมพล เลขสุนทรากร ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พ.ต.ท.มนตรี แตงโต รอง ผกก.สส. ช่วยสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาอีกทางหนึ่ง

ก่อนที่เย็นวันที่ 15 ส.ค. พ.ต.ท.มนตรี นำกำลังชุดสืบสวนบุกจับกุมนายสุนัยได้ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่บ้านพุถ่อง หมู่ 1 ต.ลิ้นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จึงนำตัวส่งให้กับ สภ.ไทรน้อย รับตัวไปสอบสวนดำเนินคดี

ภายหลังถูกจับนายสุนัยรับสิ้น ว่าสาเหตุเกิดจากความโมโหหิว โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านพักด้วยความหิวมาก จู่ๆ ผู้ตายก็เดินมาเตะจานข้าวจนกระจาย อีกทั้งยังเข้ามาทำร้ายตนอีก ทำให้เกิดความโมโห คว้ามีดฟันไปที่คอผู้ตาย 1 ครั้ง แต่ผู้ตาย ก็ยังไม่ยอมหยุด ได้วิ่งเข้ามาเลยใช้มีดเล่มเดียวกันฟันเข้าที่แขนขวาและแขนซ้ายอย่างแรงจนขาดทั้ง 2 ข้าง จากนั้นใช้มีดฟันซ้ำเข้าที่คอไปหลายครั้งจนคอขาด

เมื่อแน่ใจว่าน้องเขยเสียชีวิตแล้ว จึงนำศพพร้อมชิ้นส่วนแขนและศีรษะ รวมทั้งอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งลงในแม่น้ำแควน้อย จากนั้นก็หลบหนีไป

ตำรวจนำตัวนายสุนัยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดี

ปิดคดี ก่องข้าวน้อย-ฆ่าน้องเมีย ลงได้อย่างรวดเร็ว

บทความก่อนหน้านี้အာဆာ ဘာတွေလုပ်နေသလဲ
บทความถัดไปข่าวสดทีวีไกด์ : ส้ม กิ๊กเก่า ไข่ตุ๋น เอางานมาเสนอถึงบ้าน แถมทำตัวสนิทสนม ยุ้ย จึงต้องแก้เกม จะออกมาแบบไหน ติดตาม “รักล้นๆ คนเต็มบ้าน”