สดจากสนามข่าว : ย้อนคดีโจรปล้นธนาคาร ยื่นกระดาษขู่-กวาด5แสน ตร.เช็กภาพล่าจับหนุ่มวิน

อดิษัยต์ พรวนพิมพ์ – อดิศร จิตตเสวี – สมศักดิ์ ชฎารัตน์ – เรื่อง/ภาพ

บ่ายวันที่ 15 ส.ค. ท่ามกลางบรรยากาศผู้คนพลุกพล่านภายในห้างโฮมโปร สาขาถนนพระราม 3 ปรากฏร่างชายรูปร่างผอมสูง อายุประมาณ 30 ปี สวมหมวกแก๊ป สีดำ ใช้หน้ากากอนามัยลายรูปกะโหลกปิดบังใบหน้า สวมเสื้อยืดสีขาว สวมเชิ้ตสีน้ำเงินทับ กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ เดินตรงเข้ามาในธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สาขา 128

ชายดังกล่าวเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งส่งให้กับพนักงานสาว พร้อมกับทำท่าคล้ายชักอาวุธปืนออกมา ข้อความในกระดาษแผ่นนั้นเขียนว่า “ไม่อยากทำลายใคร เอาเงินใส่ถุงมา 500,000” พร้อมมีลายเซ็นกำกับไว้ด้วย

ทันที่ที่รับแจ้งเหตุ พ.ต.ต.พงษ์พันธ์ พลหาญ สารวัตร(สอบสวน)สน.วัดพระยาไกร รีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.ชนันท์ เปรมปลื้มจิต รองผกก.สส. และชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 1 ติดกับประตูทางเข้า พบพนักงานรออยู่ด้วยอาการตื่นตกใจ พร้อมแผ่นกระดาษที่คนร้ายเขียนขู่พนักงาน เจ้าหน้าที่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

พนักงานให้การว่า คนร้ายเดินเข้ามาในธนาคารแล้วทำท่าชักอาวุธปืนออกมาเดินตรงไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์ 2 แล้วยื่นแผ่นกระดาษกับถุงผ้าสีขาว พร้อมพูดว่า “มึงเอาเงินมาจนกว่ากูจะพอใจ ถ้าไม่พอใจจะเอาปืนยิง ด้วยความกลัวพนักงานจึงหยิบเงินใส่ถุงให้คนร้ายจนพอใจ แล้ววิ่งออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ที่จอดไว้อีกฝั่งถนนพระราม 3 แล้วหลบหนีมุ่งหน้าไปทางสะพานกรุงเทพ โดยคนร้ายได้เงินสดไป 510,000 บาท” 

หลังเกิดเหตุตำรวจระดมชุดสืบสวนไล่เช็กภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งในห้างและตามเส้นทาง จนได้ภาพคนร้ายที่ชัดเจนพร้อมเห็นรถจยย.ฮอนด้า รุ่นสกูปี้ไอ สีฟ้า-ขาว ทะเบียน ฬทต 695 กรุงเทพฯ ที่คนร้ายใช้ จึงนำภาพที่ได้ลงพื้นที่สืบหาตัวคนร้าย

ในที่สุดก็มีพยานระบุว่าชายในภาพน่าจะเป็น นายบัญชา หรือ เอ้ เหมือนช้าง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 257/4 ซ.วัดจันทร์ใน แขวงและเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ อาชีพขับรถวินจยย.ในซอยเจริญกรุง 107 จึงรวบรวมพยานหลักฐานไปขอหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้

กระทั่งเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่สน.วัดพระยาไกร พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รองผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี ผกก.สส. บก.น.5 พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผกก.สน.วัดพระยาไกร พร้อมชุดคลี่คลายคดี

ร่วมกันแถลงการจับกุมตัวนายบัญชา ในข้อหา “ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” พร้อมของกลางธนบัตร ฉบับละ 1,000 บาท 290 ฉบับ มูลค่า 290,000 บาท สร้อยคอทองคำรูปพรรณ 2 เส้น แหวนทองคำ 1 วง รถจยย.ที่ซื้อหลังก่อเหตุยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเอ็นแม็ก สีเทา 1 คัน และรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกูปี้ไอ สีฟ้า-ขาว ทะเบียน ฬทต 695 ซึ่งเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ

ภายหลังจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่าน ซ.สุขสวัสดิ์ 39 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ท.ชาญเทพ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าได้วางแผนล่วงหน้าประมาณ 1 อาทิตย์ และนำเงินไปใช้จ่ายทั่วไปซื้อสร้อยทอง แหวนทอง ไถ่สร้อยทองที่จำนำไว้ ซื้อโทรศัพท์มือถือและรถจยย. รวมไปถึงซื้อยาเสพติดเพื่อเสพ 

ทั้งนี้จากการตรวจค้นห้องยังพบยาบ้า 2 เม็ดและยาไอซ์ประมาณ 1 กรัม โดยผู้ต้องหายังรับสารภาพอ้างว่าก่อเหตุไปเพราะปัญหาหนี้สินส่วนตัว จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหายังพบว่าเคยถูกจับ ในข้อหาครอบครองยาเสพติด สำหรับอาวุธปืน จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การว่า ไม่มีการใช้อาวุธปืนในวันก่อเหตุแต่อย่างใด มีเพียงกระดาษข้อความที่ใช้ขู่เท่านั้น

ขณะที่มีการแถลงข่าว มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกับนายบัญชา เปิดเผยว่า ปกติแล้วนายบัญชา เป็นคนนิสัยดี โตมาในย่านนี้ ตั้งแต่เด็ก และทำอาชีพขับจยย.วินย่านเจริญกรุง มีภรรยามีลูก 2 คน แต่เลิกกันไปแล้ว สำหรับสาเหตุการก่อเหตุคิดว่านายบัญชาคงจะมีปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากพ่อของนายบัญชาป่วยพักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ. โดยมีแม่ของนายบัญชาดูแลอาการอยู่ เจ้าตัวต้องทำงานคนเดียว เงินอาจไม่เพียงพอรักษาพ่อและใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจึงก่อเหตุขึ้น

ภายหลังแถลงรายละเอียด ตำรวจคุมตัวนายบัญชาไปนำชี้จุดเกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนคดี ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป