สดจากสนามข่าว : ย้อนคดีสามเณรดับสลด หลวงตาฟาดสมองบวม ตร.กาญจน์ฟันข้อหาฆ่า

ยุทธศักดิ์ สุขเจริญ – ศุภมาศ จงสกุล – เรื่อง/ภาพ

ในสมัยโบราณ วัดนอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้ว ยังเป็นโรงเรียนให้เด็กๆได้ศึกษาร่ำเรียนรู้วิชา จากพระสงฆ์ทั้งวิชาการทางโลกและทางธรรม

แม้นในปัจจุบันจะมีโรงเรียนมี คุณครูเป็นผู้คอยอบรมประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่เด็กๆ แต่ยัง มีผู้ปกครองจำนวนมากที่ตัดสินใจ ส่งบุตรหลานมาบวชเป็นสามเณร เพื่อจะได้ศึกษาร่ำเรียนหนังสือ พร้อมไปกับการอบรมธรรมะจากพระสงฆ์ การฝากลูกเอาไว้กับพระสงฆ์จึงเป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ที่ยังมีการปฏิบัติกัน อยู่ในสังคม โดยเฉพาะในต่างจังหวัด

เหตุการณ์สลดถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 19 ส.ค. โดย พ.ต.อ.ประสม หงษ์โต ผกก.สภ.ลูกแก ร.ต.อ.อำนาจ จันทร์บุตร รองสว.(สอบสวน) สภ.ลูกแก จ.กาญจนบุรี พร้อมชุดสืบสวนได้ เชิญตัว พระศุภชัย สุทธิญาโน อายุ 64 ปี พระลูกวัดดอนขมิ้น ต.ลูกแก อ.ท่ามะกา มาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย ทำร้ายเณรน้อยวัย 9 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บถึง สมองบวมอาการโคม่า

สืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ส.ค. ขณะที่ลูกข่ายของมูลนิธิวัดดอนขมิ้น ไปอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในงานสวดพระอภิธรรมศพ ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนขมิ้น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มีชาวบ้านมาแจ้งขอความช่วยเหลือให้ช่วยนำตัวสามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ หรือ เณรดิว อายุ 9 ขวบไปส่งโรงพยาบาลมะการักษ์ เนื่องจากป่วยไม่สบาย 

แต่เมื่อลูกข่ายไปถึง พบสามเณร มีอาการเกร็งและหมดสติ จึงรีบนำตัว ส่งโรงพยาบาลทันที แต่ระหว่างเดินทางสังเกตเห็นว่า สามเณรไม่ได้มีอาการไข้ตามปกติ แต่พบตามร่างกายมีรอยฟกช้ำดำเขียว คางมีแผลแตก หัวปูด ลักษณะคล้ายกับถูกทำร้ายร่างกาย

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหมอได้เอกซเรย์ปรากฏว่า บริเวณแขนและข้อมือขวาหักอีก 2 ท่อน มีรอยฟกช้ำ คางมีแผลแตก หัวปูด ลักษณะคล้ายกับถูกทำร้ายร่างกาย และมีเลือดคั่งในสมอง อาการสาหัส จึงถูกส่งตัวมารักษาที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อ.เมืองกาญจนบุรี

ขณะที่ น.ส.สุกัญญา ตุ้นฮิ้น แม่ของสามเณรดิว รวมทั้งญาติ ได้เดินทาง มาเฝ้าดูอาการที่ร.พ.พหลฯ ด้วยความเป็นห่วง ขณะที่นายวัฒนา สีสวัสดิ์ พ่อของสามเณรก็รีบเดินทางมาจาก จ.ระยอง ทันทีที่รู้ข่าว

น.ส.สุกัญญาบอกว่า ได้ให้ลูกชาย 2 คนบวชเป็นสามเณร คือ น้องดิว อายุ 9 ขวบที่ถูกทำร้าย และน้องเดย์ อายุ 6 ขวบ โดยทั้งคู่บวชตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ยอมรับว่าปกติน้องดิวจะเป็นเด็กที่ดื้อมากและชอบจุดไฟเล่น ตนเคยตีหลายครั้ง ขณะที่บวชก็ได้บอกกับหลวงตาผู้ที่ทำร้ายลูกชายแล้วเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือ แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำร้ายลูกชายได้ถึงขนาดนี้ มันรุนแรงเกินไป

ด้านสามเณรที่เป็นเพื่อนของสามเณรดิวให้ข้อมูลว่า วันที่เกิดเหตุ สามเณรดิวจุดไฟเล่น เลยถูกหลวงตาทำโทษด้วยการให้ไปนั่งแช่น้ำในกะละมังที่ใส่น้ำจนเต็มตั้งแต่ เวลา 14.30-17.00 น. ซึ่งระหว่างที่แช่น้ำอยู่นั้นอดีตหลวงตาจะเรียกขึ้นมาตีตลอด เมื่อทำโทษเสร็จสามเณรดิวได้ไปทำวัตรเย็น

แต่สามเณรดิวกลับแกล้งน้องอีก หลวงตาจึงนำตัวมาที่กุฏิ ทำให้สามเณรดิวไม่พอใจที่โดนทำโทษ จึงด่าทอบุพการีหลวงตา หลวงตาจึงผลักสามเณรดิวจนล้ม คางและศีรษะกระแทกกับเสาหินอ่อนจนแตกและสลบไป 

หลังจากนั้นสามเณรดิวสลบไม่ฟื้น และมีอาการชัก อย่างรุนแรง จึงได้ไปบอกหลวงตา แต่หลวงตาไม่เชื่อจึงได้จับแขนและขาของสามเณรดิวยกขึ้นก่อนจะทุ่มลงกับพื้นอย่างรุนแรง จนสามเณรดิวกระอักและแน่นิ่งไป

ก่อนหน้านี้อดีตหลวงตาเคยจับสามเณรดิวกดน้ำในห้องจริง เพราะเคยแอบจุดไฟเล่นจนไฟไหม้ ขณะเดียวกันตนก็เคยถูกอดีตหลวงตาทำโทษด้วยการทุบตีอย่างรุนแรงด้วยเช่นกัน แต่จะทำโทษเมื่อทำผิดเท่านั้น หากไม่ได้ทำผิดหลวงตาก็เป็นคนใจดี และมักจะซื้อขนมและของเล่นให้เณรอยู่บ่อยครั้ง

ด้านพระครูสุพัฒนกาญจนกิจ เจ้าอาวาสวัด ยอมรับว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป แต่ด้านดีของพระศุภชัยก็มีเพราะเป็นคนเดียวที่คอยดูแลสามเณรที่มาบวชและทุกคนจะเชื่อฟัง ซึ่งก่อนเกิดเหตุเพียง 2 วันเจ้าตัวมาบอกกับตนว่าไม่เอาสามเณรดิวแล้ว อยากให้ตนมาดูแลแทน เพราะดื้อซนเกินไป สอนไม่ไหว แต่อีก 2 วันก็จะถึงฤกษ์สึกแล้วจึงบอกว่าให้อดทนอีกหน่อยไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น

ขณะที่การสอบปากคำ พระศุภชัย ให้การอ้างว่า เป็นพระพี่เลี้ยงของ สามเณรดิว ซึ่งสามเณรเป็นเด็กซุกซนห้ามก็ไม่ค่อยเชื่อฟัง วันเกิดเหตุสั่งห้ามไม่ให้ไปเล่น แต่เณรไม่เชื่อฟังจึงโมโหคว้าไม้ตี ทำให้หมดสติ ก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิวัดดอนขมิ้นนำส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ก่อนทำการสึก และควบคุมตัวขออนุญาตศาลฝากขัง

แม้นอาการของสามเณรดิวจะสาหัสจนถึงขั้นแพทย์บอกให้ครอบครัวทำใจ แต่ทั้งหมดยังเฝ้ารอด้วยหวังจะมีปาฏิหาริย์

แต่ปาฏิหาริย์ก็ไม่เกิดขึ้น สุดท้ายสามเณรน้อยจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.15 น. ของคืนวันที่ 23 ส.ค. ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว 

ด้านคดีตำรวจดำเนินการแจ้งข้อหาเอา ผิดเพิ่มเติมกับอดีตหลวงตาที่ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ ซึ่งก็ยอมรับด้วยความสำนึกผิด พร้อมฝากขอโทษครอบครัวของเณรดิว ผ่านทางตำรวจด้วย