สดจากสนามข่าว : ย้อนคดีแก๊งโจ๋ดุรัวดับ เหยื่อหนุ่มเทคนิคปี3 สังเวย!ขัดแย้ง2ชุมชน

พนม คงเจริญ – อดิศร จิตตเสวี – พิรยุทธ นิ่มนนท์ – เรื่อง/ภาพ

เหตุการณ์นักเรียนก่อเหตุทำร้ายร่างกายกันมีเกิดขึ้นแทบทุกวัน แม้นทางผู้เกี่ยวข้องจะพยายามแก้ปัญหาอย่างไร ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลนัก จะด้วยฮอร์โมนที่พลุ่งพล่าน หรือความรักเทิดทูนสถาบันในทางผิดๆ ที่ทำให้กลุ่มนักเรียนเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน แค่เห็นว่าเป็นนักเรียนต่างสถาบันก็พร้อมจะทำร้ายกันให้ดาวดิ้นลงไป

ย้อนกลับไปเมื่อเช้าวันที่ 27 ส.ค. ร.ต.ท.หญิง สุขุมาล ศรียะวงษ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งจาก ร.พ.นวมินทร์ 1 แขวงและเขตมีนบุรี ว่ามีผู้ถูกยิงมาเสียชีวิตที่ร.พ. จึงรุดไปตรวจสอบพบว่าที่ห้องฉุกเฉินพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อภายหลัง นายนพเก้า หรือ แบงค์ สุคนธรัตน์ อายุ 19 ปี ศึกษาที่มีนโปลี เทคนิคปี 3 แผนกช่างยนต์ สภาพศพถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็ก สีดำ รองเท้าหนัง

ตำรวจสอบสวนทราบว่า ที่เกิดเหตุอยู่ปากซอยราษฎร์อุทิศ 23 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี เมื่อไปตรวจสอบพบรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน 1กฬ 6887 กรุงเทพฯ ล้มตะแคงอยู่ใกล้ปากซอย ห่างออกไป 20 เมตร พบหมวกกันน็อก มีรอยกระสุนยิงเข้าที่ตรงกลางของหน้ากากจนเป็นรู พร้อมเสื้อคลุมสีแดงดำตกอยู่ นอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุนจำนวนหนึ่งตกอยู่โดยรอบ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่พยานให้การว่า มีคนร้าย 2 คน ขี่จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ไล่รถจยย.ผู้ตายที่มากับเพื่อนอีก 1 คน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ตายได้เลี้ยวรถเข้ามาในซอยดังกล่าว โดยรถคนร้ายได้ขี่เลยไปจอดห่างจากปากซอยมา 10 เมตร ก่อนควักปืนกระหน่ำยิงประมาณ 4 นัด จนรถล้ม 

คนร้ายยังไม่หนำใจ ลงจากรถวิ่งมายิงใส่จนผู้ตายร่วงไปกองกับพื้น ส่วนเพื่อนกระเสือกกระสนหนีเข้าร้านคาร์แคร์ ในซอยดังกล่าว รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด

ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว ซึ่งสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุการณ์ไว้ได้ จึงไล่ตรวจสอบเพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 3 พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น. 3 พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ศุภชัย เปี่ยมมนัส รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา รองผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.น.3 พ.ต.ท. พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.น.3 พร้อมชุดคลี่คลายคดีร่วมประชุม

พล.ต.ต.สมพงษ์เปิดเผยภายหลังว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบรถจักรยานยนต์ที่ใช้และตัวคนร้าย ตอนนี้รู้แล้วว่ามีผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุ 4 คน มีคนขี่รถจักรยานยนต์ มือปืนที่ยิง

ส่วนสาเหตุไม่ใช่เป็นเรื่องของความ ขัดแย้งของสถาบัน แต่เป็นเรื่องการขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งผู้ตายก็รู้ว่ามีคนจะตามทำร้าย จึงเตรียมปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์เอาไว้ป้องกันตัว ซึ่งในวันเกิดเหตุผู้ตายชักปืน ยิงใส่กลุ่มผู้ต้องหาแต่ไม่โดน จนถูกยิง ดังกล่าว 

กระทั่งช่วงสายวันที่ 3 ก.ย. ที่สน. มีนบุรี พล.ต.ต.สมพงษ์ ก็นำทีมแถลงข่าวการจับกุมตัว นายวิรัตน์ รัศมี หรือบุก อายุ 19 ปี นักเรียนช่างกลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นมือปืน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นายเขมชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี เรียนช่างกลแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ คนชี้เป้า และเคยมีเรื่องกับคนตาย และเป็นคนเอารถไปรับกลุ่มผู้ต้องหา กับนายจิรัฐติกาล หรือ เบน เปรี่ยงการงาน อายุ 19 ปี ถูกตั้งข้อหา “เป็นผู้ช่วยเหลือให้ผู้อื่นกระทำความผิด” 

ส่วน นายวีระศักดิ์ บุญเพ็ง หรือ จู้ อายุ 19 ปี คนขี่รถจยย. ที่หลบหนีอยู่ โดนข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”

พล.ต.ต.สมพงษ์เปิดเผยว่า ทั้งนี้เรื่องทั้ง หมดเป็นความขัดแย้งระหว่างซอยราษฎร์ อุทิศ 26 ของกลุ่มผู้ต้องหา และซอยราษฎร์ อุทิศ 23 ที่ผู้ตายและกลุ่มผู้ตายพักอยู่ ไม่เกี่ยวกับเรื่องสถาบัน การกระทำของคนร้ายเป็นที่อุกอาจและกระทำในพื้นที่ชุมชน คดีนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น.ให้ความสนใจ และสั่งให้ตนมาควบคุมติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งระดมทำงานติดตามมาโดยตลอดจนทราบว่ามีคนร้ายที่ก่อเหตุทั้งหมด 4 ราย

ขณะนี้จับได้แล้ว 3 ราย ส่วนอีกรายยังคงหลบหนี ยึดของกลางได้ทั้งอาวุธปืนของคนร้ายและของผู้ตายอย่างละ 1 กระบอก พร้อมเสื้อผ้าและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ

ขณะที่ นายสมบูรณ์ สุคนธรัตน์ อายุ 55 ปี พ่อผู้สูญเสียกล่าวทั้งน้ำตาว่า ที่ผ่านมาได้ตักเตือนให้ลูกระวังตัวอยู่ตลอดทุกเช้าก่อนไปเรียน ในวันที่เกิดเหตุเพื่อนของลูกบอกให้มารับหน่อย ซึ่งลูกตนเป็นคนรักเพื่อนจึงออกไปรับ จึงเป็นที่มาของเหตุ การณ์ดังกล่าว ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้น

“ไม่เห็นจะต้องมาตีมาฆ่ากัน ตอนนี้จับคนร้ายได้แล้วก็รู้สึกดีใจ ขอขอบคุณตำรวจสน.มีนบุรีมากๆ ฝากไปยังผู้ก่อเหตุว่าอย่าไปยิงกันเลย พ่อแม่ทุกคนรักและเป็นห่วง อย่าใช้กำลังเลย และฝากไปยังทุกๆ สถาบันและไม่ว่าจะศิษย์เก่าหรือใหม่ ก็ให้ช่วยดูแลนักเรียนดีๆ อย่าให้มาก่อเหตุทะเลาะวิวาท สอนเด็กให้ตั้งใจเรียน” นายสมบูรณ์กล่าว