แฟ้มคดี : ปิดคดีเสี่ยเงินกู้หึงโหด ระแวง “น้องเนิร์ส” ตีจาก บุกยิงดับคาเก๋งป้ายแดง รุดมอบตัว-ขอสู้ชั้นศาล 

เป็นความสูญเสียที่เกิดจากความรัก ความหึงหวงอีกครั้ง

สำหรับกรณีสาวสวยวัย 24 ปี ที่ถูกคนรักขับรถไล่ตามมายิงเสียชีวิต ขณะขับรถกลับจากร่วมงานวันเกิดเพื่อนสนิทที่ผับแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม

เหตุเพราะความไม่ไว้วางใจ ระแวงว่าฝ่ายหญิงจะปันใจไปมีคนอื่น

เมื่อไม่สามารถพูดจากันได้รู้เรื่อง ก็ตกลงจะเลิกรา โดยนัดออกไปคุยกันข้างนอก เพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

โดยไม่นึกฝันว่าจะกลายเป็นครั้งสุดท้ายที่สาวน้อยยังมีลมหายใจ

แทนที่จะจบลงด้วยดี กลับปิดฉากด้วยความตาย

ขณะที่คนลงมือก่อเหตุ ก็ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน เมื่อมอบตัวตร. ก็ต้องไปชดใช้กรรมในเรือนจำ

ช็อกเสี่ยเงินกู้ยิงดับคนรัก

เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 4 ก.ย. โดย ร.ต.อ.สถาพร ดวงสี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบนถนนสายนาขุม-นาสร้าง หมู่ 5 ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม

จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก 3743 ราชบุรี จอดอยู่ที่ช่องทางวิ่งด้านซ้าย มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครปฐม เครื่องยนต์ติดอยู่ กระจกฝั่งคนขับถูกเปิดออกทั้งหมด กระจกด้านคนนั่งโดยสารด้านหน้า ถูกกระสุนปืนยิง ภายที่รถพบศพ น.ส.นภธร กนกเกษมโสภณ หรือ น้องเนิร์ส อายุ 24 ปี นั่งเสียชีวิตอยู่ที่เบาะคนขับ ศีรษะเอนไปยังเบาะผู้โดยสาร

สภาพศพสวมเสื้อรัดรูปสีเนื้อ เว้าหลัง กางเกงยีนส์ขาสั้น มีบาดแผลถูกยิงหลายนัด บนรถมีกระเป๋าถือหลุยส์ วิตตอง สร้อยข้อมือทองคำรูปหัวใจข้อมือซ้าย นาฬิกาตัวเรือนสีเงินที่ข้อมือขวา กระเป๋าสตางค์ ด้านในมีเอกสารและเงินสด

ที่วางเท้าพบขวดเบียร์ตกอยู่ และมีปลอกกระสุน 9 ม.ม. อีก 7 ปลอกอยู่ภายในรถ

จากการตรวจสอบมือถือไอโฟนของผู้ตายที่พบในรถ พบข้อความแช็ตทางโปรแกรมเมสเซ็นเจอร์กับชายหนุ่มที่ใช้ชื่อว่า “Wallop on Away” ลักษณะต่อว่าด้วยความหึงหวง แถมยังมีรูปถ่ายรถยนต์ของน้องเนิร์ส ที่จอดอยู่หน้าบ้านเพื่อนอีกคน พร้อมข้อความตัดพ้อ ท้าให้เลิกกัน แต่ขอให้ออกมาคุยกันครั้งสุดท้าย 

ขณะที่น้องเนิร์สเองก็ตอบกลับว่าให้ออกไปคุยที่อื่น โดยให้ฝ่ายชายขับรถออกไปก่อน แล้วจะขับตามไปคุย เพราะไม่อยากให้วุ่นวายกับคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ใช้ชื่อ “Wallop on Away” ก็คือ นายวัลลภ ห้วยหงษ์ทอง อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนชายของน้องเนิร์สนั่นเอง 

พร้อมสันนิษฐานว่า หลังจากที่ทั้งคู่มีปากเสียงผ่านการแช็ตแล้ว น้องเนิร์สก็ขับรถออกจากบ้านที่แฟนหนุ่มไปดักรอ เพื่อไปหาที่คุย โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพนาที ที่นายวัลลภขับปิกอัพยกสูง จี้ตูดเก๋งซิตี้ของน้องเนิร์ส แล้วจึงเร่งเครื่องแซงไปเมื่อเวลา 02.52 น.

เมื่อแซงไปแล้ว นายวัลลภก็ปาดหน้า เมื่อน้องเนิร์สขับรถมาจอด ก็กระหน่ำยิงเข้าใส่จนเสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไป

ลงมือฆ่าเพราะความหึงหวง

แฉปมหึงโหด-นัดมาฆ่า

หลังจากเจ้าหน้าที่ระบุตัวของผู้ต้องหาได้ว่าคือนายวัลลภ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองนครปฐม ก็ลงพื้นที่ตรวจสอบ บ้านใน ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของนายวัลลภ


แต่ก็ไม่พบตัว พบเพียงแม่ของนายวัลลภ ซึ่งให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจสอบ แต่ระบุว่าลูกชายไม่ได้กลับบ้าน มีเพียงโทรศัพท์มาบอกว่า “ผมได้ยิงเนิร์สตายแล้ว จะเข้ามอบตัว”

โดยมีรายงานว่า นายวัลลภ ซึ่งมีประวัติเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้คนสำคัญของจังหวัด ได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เพื่อติดต่อขอมอบตัว

ขณะที่ศาลจังหวัดนครปฐม ก็อนุมัติหมายจับที่ จ.322/2561 ให้จับกุมนายวัลลภ ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดย ไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ

ตามล่าตัวกันต่อไป

สำหรับน้องเนิร์สนั้น พบว่าทำงานขายของออนไลน์ โดย นางศทิกา กนกเกษมโสภณ อายุ 56 ปี มารดาของผู้ตาย ระบุว่า ลูกสาวเคยมีสามีและมีลูกมาแล้ว 2 คน แต่ก็เลิกกับสามีเก่า มามีสามีชาวฮอลแลนด์ ซึ่งจะมาเมืองไทยปีละ 3-4 ครั้ง ซึ่งได้ดูแลดาวน์รถ และส่งค่าใช้จ่ายมาให้เดือนละ 3 หมื่นบาท

ต่อมาลูกสาวคบหากับนายวัลลภ ได้ประมาณ 1 ปี ซึ่ง นายวัลลภ เป็นคนขี้หึง มีปัญหากันบ่อยครั้ง เมื่อเดือนเศษที่ผ่านมา นายวัลลภไปยิงปืนขู่ที่หน้าบ้าน ที่ ต.ถนนขาด ซึ่งเป็นจังหวะที่สามีชาวฮอลแลนด์ มาเยี่ยมลูกสาว

ด้านนายตี๋ เพื่อนของน้องเนิร์ส ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่น้องเนิร์สมาจอดรถไว้ และนายวัลลภขับตามมาเจอ ระบุว่า ตนกับเนิร์สเป็นเพื่อนกัน ไม่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว แฟนตนก็มีแล้ว ซึ่งก็รู้จักกับเนิร์สดี แต่ที่เนิร์สมาหาก็เพราะอยู่ในช่วงที่กำลังจะเลิกรากับนายวัลลภ และถูกคุกคามหนัก จึงมาขอหลบพัก ที่บ้านเป็นครั้งคราว 

ก่อนถูกยิง เนิร์สกลับมาจากงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน แล้วก็เข้ามาที่บ้านเพื่อเอาเสื้อผ้าที่ฝากไว้ พร้อมบอกว่าตอนเข้าจะไปรับแม่ให้พาไปสะเดาะเคราะห์ ที่ จ.ราชบุรี เพราะแม่บอกว่าไปดูหมอ พบว่าลูกกำลังมีเคราะห์ แต่ไม่ทันไปก็มาถูกยิงตายเสียก่อน

ความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิด

เสี่ยมอบตัว-โต้ไม่ได้ลงมือ 

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนัก โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ประกาศกร้าวให้รีบมอบตัวโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมส่ง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. คุมคดีด้วยตัวเอง

ในที่สุด นายวัลลภก็ย่องเข้ามอบตัวเมื่อกลางดึกวันที่ 5 ก.ย. โดยประสานให้ผู้ใหญ่ที่นับถือช่วยประสานให้ตำรวจไปรับมอบตัวที่ จ.กาญจนบุรี พร้อมอาวุธปืน 9 ม.ม. ก่อนจะคุมตัวไปสอบสวนที่กก.ปพ.ภาค 7 (หัวโป่ง) อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

กระทั่งเช้าวันที่ 6 ก.ย. ก็คุมตัวมา ที่สภ.เมืองนครปฐม โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติสอบปากคำด้วยตัวเอง จากนั้น พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า นายวัลลภทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหวจน ต้องขอมอบตัว แต่ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยขอไปให้การในชั้นศาล

ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจยังต้องเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป เพราะสิ่งที่จะมัดตัวนายวัลลภได้คือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ทั้งลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ ซึ่งในขณะนี้มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดนายวัลลภได้

จากนี้จะทำเรื่องส่งฟ้องศาล 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุสมควร และไม่มีกรณีที่ต้องมีอาวุธปืนติดตัว เมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์ 5.ยิงปืนซึ่งใช้ ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว

ส่วนอาวุธปืนนายวัลลภยืนยันว่าเป็นของตนเอง ซื้อมาจากชายแดนด้าน อ.อรัญ ประเทศ จ.สระแก้ว แต่ไม่มีทะเบียน เป็นอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ขนาดเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุฆ่าน.ส.นภธร โดยจะส่งไปพิสูจน์ว่าตรงกับหัวกระสุนที่เก็บได้ในรถหรือไม่

ด้านแม่น้องเนิร์ส ระบุหลังทราบว่า นายวัลลภเข้ามอบตัวว่า อยากให้ตำรวจดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้ประกันตัว เพราะกลัวความปลอดภัยของครอบครัว

เชื่อว่านายวัลลภเป็นผู้ก่อเหตุ แน่นอน เพราะลูกสาวไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร