คอลัมน์ สดจากสนามข่าว : เกาะตร.ล่าโจรอ้วน-ผอม ตระเวนปล้นบ้านเมียฝรั่ง จับเหยื่อมัดตื้บซี่โครงหัก

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

พฤตินัย มั่งสวัสดิ์ /วัฒนชัย จำนงค์ทอง

เรื่อง/ภาพ

จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ร่วมสมัยกับเมืองเวียงจันทน์ อาณาจักรล้านช้าง ปัจจุบันจัดเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบน เคยเป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศของอเมริกา สมัยสงครามเวียดนาม

เป็นธรรมชาติของเมืองใหญ่ ผู้คนมากหน้าหลายตาร้อยพ่อพันแม่ มุ่งหน้ามาหาช่องทางทำมาหากิน ผู้คนเข้ามาอยู่จำนวนมาก ปัญหาก็ย่อมมากตามมาด้วย โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรม ลัก วิ่ง ชิง ปล้น เกินขึ้นวันละหลายคดี

ล่าสุดเกิดเหตุ 2 โจรอ้วนผอมออกอาละวาด ท้าทายความสามารถของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ช่วงเวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ก็ลงมือ ก่อเหตุซ้ำอีกคดี

คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ร.ต.อ.นิวัฒน์ แจงกระโทก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ที่บ้านเลขที่ 256 หมู่ 11 ถ.บ้านดอนหัน-นาหวาน ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ในบ้านพบ นางจุฑาภรณ์ มอร์ริส อายุ 45 ปี ถูกคนร้ายทำร้ายจนหน้าตาบวมปูด ยืนรอพบเจ้าหน้าที่อยู่กับ นายจอห์น เดวิส มอร์ริส อายุ 64 ปี สามีชาวอังกฤษ ก่อนนำตรวจสอบภายในบ้าน พบว่าบริเวณห้องแต่งตัวมีร่องรอยรื้อค้นเข้าของกระจุยกระจาย

ขณะเดียวกันนางจุฑาภรณ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งกินข้าวกับสามีเสร็จ ตนนำขยะไปทิ้งที่หน้าบ้าน ขณะกำลังเปิดฝาถังขยะอยู่ก็มีคนร้าย 2 คน ลักษณะอ้วนคนและผอมคน สวมหมวกไหมพรมสีดำคลุมหน้า ใส่เสื้อกันหนาว นุ่งกางเกงขายาว คนอ้วนใช้อาวุธปืนสั้นสีดำออกมาขู่ ส่วนคนผอมใช้มีดตรงเข้ามาจี้ตน ด้วยความตกใจตนร้องให้คนช่วย จนถูกทั้ง 2 คนต่อยที่ใบหน้าและเตะตามลำตัวหลายครั้ง

นางจุฑาภรณ์ให้การต่อไปว่า จากนั้นคนร้ายใช้เทปกาวมัดมือตนแล้วบังคับให้พาเข้าไปในบ้าน ก่อนเข้าไปในห้องของสามี แล้วใช้เทปกาวมัดมือเท้าสามีและตนไว้ด้วยกันพร้อมปิดปากไม่ให้ส่งเสียง

2คนร้ายรื้อค้นเอาทรัพย์สินมี แหวนเพชร 2 วง มูลค่า 80,000 บาท นาฬิกาแท็กฮอยเออร์ 1 เรือนมูลค่า 75,000 บาท ตุ้มหูทอง 6,000 บาท เงินสด 50,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนพากันหลบหนีไป ตนช่วยกันแก้มัดก่อนโทร.ให้ญาติมาช่วย แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ตำรวจส่งตัวนางจุฑาภรณ์ไปรักษาตัว พบว่าถูกทำร้ายนจนซี่โครงหักถึง 4 ซี่

ต่อมาพล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก. ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.เนติพงศ์ ธาตุทำเล รอง ผบก. พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รองผกก.สส. เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ชุดสืบสวนตรวจสอบบริเวณรอบบ้านพบว่าไม่มีกล้องวงจรปิด อีกทั้งบริเวณหลังบ้านผู้เสียหายเป็นทุ่งนา และอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านพอสมควร ทำให้ขณะที่ผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือ จึงไม่มีชาวบ้านได้ยิน อีกทั้งบริเวณแถวนั้นไฟส่องสว่างก็ไม่มี จึงตรวจสอบดูตามเส้นทางใกล้เคียง ว่ามีกล้องวงจรปิดหรือไม่ พร้อมกับหาข้อมูลตามโรงรับจำนำดูว่าคนร้ายนำทรัพย์สินของผู้เสียหายไปจำนำหรือขายที่ใดบ้าง

ในส่วนของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ คาดว่ามีเพียง 2 คน และอาจไม่ใช่มืออาชีพ เพราะคนร้ายทั้งสองคนได้ดื่มสุราย้อมใจก่อนลงมือ เนื่องจากผู้เสียหายให้การว่าได้กลิ่นเหล้าคลุ้ง และขณะก่อเหตุคนร้ายที่เป็นคนผอม เรียกคนอ้วนว่า “ลูกพี่สิงห์”

ตำรวจจะตรวจสอบประวัติแฟ้มอาชญากรรมและบุคคลที่พ้นโทษออกมา ที่เคยก่อเหตุในลักษณะนี้ เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายอาจจะมีการมาดูลาดเลาก่อน หรืออาจรู้จักผู้เสียหายเพราะคนร้ายได้ถามผู้เสียหายว่าคนอีกคนหนึ่งอยู่ที่ไหน ซึ่งก็คือลูกชายของนางจุฑาภรณ์ ที่เป็นทหารเกณฑ์ แต่ไม่ได้พักอยู่ในบ้านในคืนเกิดเหตุ

ผ่านมาแค่สิบกว่าวัน ก็เกิดเหตุขึ้น อีกโดยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. ร.ต.อ.ปฐมพงษ์ ศีรษะพล รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งมีคนร้ายใช้อาวุธปืนและมีดบุกเข้าจี้ชิงทรัพย์ ในบ้านเลขที่ 99/20 หมู่บ้านสุขเกษม ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี ของ นางรัศมี เหลืองอร่าม อายุ 46 ปี ซึ่งมีสามีชาวเยอรมันที่อยู่ต่างประเทศ

ตำรวจรีบรุดไปสอบสวนนางรัศมี เล่าว่าขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน แต่มีลูกสาวกับเพื่อนอยู่เฝ้าบ้าน ลูกสาวเล่าให้ฟังว่า ตอน 2 ทุ่มครึ่งมีคนร้ายเป็นชาย 2 คนอ้วนผอม สวมหมวกไหมพรมคลุมปิดบังใบหน้าทั้งคู่ ปีนรั้วข้างบ้านเข้ามา ก่อนใช้ชะแลงงัดหน้าต่างบ้านเข้ามา จากนั้นใช้ปืนและมีดจี้ ก่อนจะจับทั้งคู่มัดใช้กระดาษกาวมัดแขนและขา และปากทิ้งไว้ในห้องนอน

จากนั้น 2 คนร้ายรื้อค้นทรัพย์สินที่ มีค่า โดยถามคนอื่นในบ้านที่เคยเห็นนั่ง กินข้าวอยู่ไปไหนหมด และถามหาตู้เซฟ โดยลูกสาวบอกไปว่าไม่มี หลังจากเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง คนร้ายทั้งคู่จึงออก จากบ้าน

ทรัพย์สินที่คนร้ายเอาไป มีทีวีสียี่ห้อ แอลจี ขนาด 42 นิ้ว ทีวีสียี่ห้อทีซีแอล ขนาด 48 นิ้ว เบ็ดตกปลา คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ยี่ห้อเอเซอร์ 1 เครื่อง ราคา 18,000 บาท กล้องดิจิตอลกันน้ำ 1 ตัว ราคา 25,000 บาท กระเป๋าถือ ยี่ห้อโคสต์ สีน้ำตาล 1 ใบ ราคา 9,000 บาท เหล้านอกและไวน์รวม 4 ขวด โดยคนร้ายเอาโทรศัพท์มือถือของลูกสาวไปโยนน้ำ ในห้องน้ำจนเสียหายไม่สามารถ ติดต่อใครได้

ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พบคนร้ายได้ขนทรัพย์สินของ ผู้เสียหายออกจากบ้าน แล้วนำไปซ่อนเอาไว้ในป่า ห่างจากบ้านไปเพียง 20 เมตร ขณะนั้นมี รปภ.ของหมู่บ้านมาเจอคนร้ายที่กำลัง เดินอยู่กลางทุ่งนาหลังบ้านที่เกิดเหตุ คนร้ายจึงได้หลบหนีไปก่อน ทำให้สามารถตามคืนทีวี 2 เครื่อง และเบ็ดตกปลากลับมาได้

ตำรวจคาดว่าทั้งสองเหตุน่าจะเป็นโจรอ้วนผอม รายเดียวกัน โดยมีพยานเห็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจะเป็นรถเก๋งสีขาว ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นรถยี่ห้อ ทะเบียนอะไร เพื่อติตตามจับกุมมาให้ได้โดยเร็ว

หลังก่อเหตุติดกัน ตำรวจอุดรฯ ระดมตามล่าตัว 2 โจรอ้วนผอม อย่างเร่งด่วน เชื่อว่าไม่นานน่าจะมีข่าวดี