สดจากสนามข่าว : อุทาหรณ์หนี 10ปี-ไม่รอด

ลุงขึ้นโรงพักแจ้งรถหาย เจอจับคดีขืนใจสาว 16

 

 

อดิศร จิตตเสวี – เรื่อง/ภาพ

“กรรม” ในพระพุทธศาสนาแปลว่า “การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา” ได้แก่ กระทำทางกาย เรียก “กายกรรม” ทางวาจาเรียก “วจีกรรม” และทางใจเรียก “มโนกรรม”

หากทำ “กรรมดี” ก็จะได้รับผลดีในสักวัน แต่หากผู้ใดทำกรรมชั่ว “เวรกรรม” ก็จะย้อนกลับมาหาตัวในไม่ช้า

เช่นเดียวกับลุงวัยไม้ใกล้ฝั่ง หลบหนีคดีมานานนับ 10 ปี จนเกิดความตายใจว่าคงจะรอดตัวจากอาญาบ้านเมืองแล้ว

แต่สุดท้ายก็หนีกรรมชั่วที่ก่อไว้ไปไม่พ้น

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา เมื่อมีชายอายุ 61 ปี เดินขึ้นโรงพัก สน.ดอนเมืองเพื่อแจ้งความรถหาย


เมื่อพนักงานสอบสวนถามหาบัตรประชาชน เพื่อนำมาประกอบการแจ้งความ ชายคนดังกล่าวกลับระบุว่าไม่เคยใช้บัตรประชาชน ใช้แต่ใบขับขี่ติดต่อราชการ ก่อนจะแสดงใบขับขี่ที่ระบุชื่อว่า นายสุรเดช ศรีผ่องใส ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรเลขที่ 1/47 ม.2 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

แต่พอพนักงานสอบสวนซัก ถามข้อมูลมากเข้า เจ้าตัวก็แสดงความจำนงไม่ขอแจ้งความ แต่จะกลับมาแจ้งความใหม่อีกครั้งในวันที่ 22 ต.ค.

พฤติกรรมที่น่าสงสัยดังกล่าวทำให้นายตำรวจมากประสบการณ์รู้สึกได้ถึงกลิ่นผิดปกติจึงประสานตำรวจ กก.4 บก.ป. ช่วยตรวจสอบสำเนาใบขับขี่ฉบับดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง

กระทั่งพบว่า นายสุรเดช ศรีผ่องใส ที่ถูกระบุชื่อในใบขับขี่ฉบับดังกล่าวกับใบหน้าในบัตร ไม่ตรงกัน อีกทั้งเลขบัตรประชาชน 13 หลักในใบขับขี่เป็นของนางฉลวย ศรีผ่องใส มารดา

เมื่อตรวจสอบภาพใบหน้าของชายที่ปรากฏในใบขับขี่ก็พบว่าที่แท้ก็คือนายเข็มชาติ ศรีผ่องใส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ จ.102/2551 ลงวันที่ 5 มี.ค. 2551 ฐานความผิดข่มขืนกระทำชำเราหญิงผู้อยู่ในความปกครองที่มิใช่ภรรยาโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยหญิงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเดือนมี.ค. 2551 หญิงที่เป็นอดีตภรรยานายเข็มชาติ แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.อุตรดิตถ์ ว่าลูกสาวซึ่งขณะนั้นอายุแค่ 16 ปี ถูกนายเข็มชาติ ที่เป็นพ่อเลี้ยงข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง

เหตุเกิดภายในบ้านพักใน ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อมิ.ย. 49 ขณะที่ผู้ร้องทุกข์ออกไปทำธุระนอกบ้าน เหลือนายเข็มชาติและลูกสาวอยู่กันตามลำพังภายในบ้าน

นายเข็มชาติออกอุบายให้ลูกสาวขึ้นไปเอาของภายในห้องนอนแล้วใช้มีดข่มขู่บังคับ ขืนใจ และก่อเหตุต่อเนื่องกันอีกหลายครั้ง

ต่อมาช่วงปี’50 ผู้ร้องทุกข์รู้สึก ผิดสังเกตว่านายเข็มชาติมีอาการหึงหวงลูกสาวจนน่าสงสัย เมื่อซักถามมากเข้าก็เกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนต้องเลิกรากันไป จากนั้นจึงสอบถามลูกสาวจนทราบว่าถูก นายเข็มชาติข่มขืนหลายครั้ง แต่ละครั้งจะไม่มีการป้องกันใดๆ และที่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวตนเองและแม่ตกอยู่ในอันตราย ก่อนจะตัดสินใจเข้าแจ้งความในที่สุด

ส่วนนายเข็มชาติก็หายตัวไปไร้ร่องรอย กระทั่งมาโผล่แจ้งความรถหายที่ สน.ดอนเมือง

หลังทราบเบาะแสทั้งหมด พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. ก็ประสานพ.ต.ท.รังสรรค์ สอนสิงห์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง รรท.ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.ภาคภูมิ บุญเจริญพานิช สว.สส.สน.ดอนเมือง สนธิกำลังตำรวจ บก.ป. และสน.ดอนเมือง

ประกอบด้วย พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สว.กก.4 บก.ป. ร.ต.อ.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง สว.กก.5 บก.ป. ช่วยราชการ กก.4 บก.ป. ร.ต.อ.ภาคิน ดอกไม้ ร.ต.อ.สุวิทย์ ดีพิจารย์ รอง สว.สส.สน.ดอนเมือง ด.ต.นิติธร ประชันกาญจนา ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป. ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง วางแผนจับกุมตัวทันที

กระทั่งนายเข็มชาติย้อนกลับมาแจ้งความอีกครั้งในวันที่ 22 ต.ค. ตามที่บอกไว้ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับพร้อมควบคุมตัวไว้สอบสวน

เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ยังให้การภาคเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุตามที่ถูกออกหมายจับ

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ทำบันทึกจับกุม พร้อมประสานตำรวจ สภ.อุตรดิตถ์ มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

อีกหนึ่งอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ที่คิดจะกระทำความผิดดังคำว่า “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน