สดจากสนามข่าว : จับทันควันปิดคดีสยอง จอบทุบหัวฆ่าเฒ่า9นิ้ว ที่แท้ลูกเขยลงมือโหด
โดย ศิริเกษ หมายสุข – เรื่อง/ภาพ
แม้นจะเป็นคนดี ขยันขันแข็งทำกิน แต่ นายสุรินทร์ นันทนา หรือ เก้า อายุ 61 ปี ก็มีข้อเสียที่ปากไม่ดี หากไม่พอใจก็จะด่าว่า จะกลายเป็นต้นเหตุของเรื่องราวคดีสยองขวัญ อีกหนึ่งคดีของเมืองศรีสะเกษ
ย้อนไปเมื่อค่ำวันที่ 24 ต.ค. พ.ต.ท.ศิลประสิทธิ์ ศรีเกียรติ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งมีคนถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่บริเวณป่าสาธารณประโยชน์ ด้านหลังองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.เสกสรร อุทโธ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร ร.พ.ศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน

บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนลาดยาง เข้าไปประมาณ 70 เมตร เป็นป่ารกทึบ พบศพชายสูงอายุ นอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลถูกทุบที่บริเวณศีรษะจนสมองกระจาย ใกล้กันยังพบหลุมเตาเผาถ่าน และพบจอบ 1 เล่ม มีดอีโต้ 2 เล่ม ซองบุหรี่ 2 ซอง ไฟแช็ก 1 อัน มีรอยเลือดกองเป็นหย่อมๆ โดยบริเวณพื้นดินตรงจุดที่เกิดเหตุ เต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้
จากการสอบถาม นายประเสริฐ วิเวกวัง กำนัน ต.โพธิ์ เปิดเผยว่า ผู้ตายทราบเพียงชื่อเล่นว่า เก้า เนื่องจากมีนิ้วเท้า 9 นิ้ว เป็นคนมาจาก จ.ร้อยเอ็ด และได้มาอยู่กินกับ นางถิน ตามบุญ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 1 บ้านโพธิ์ ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
ผู้ตายเป็นคนเรียบง่าย ไม่เคยมีเรื่องราวกับใคร มีอาชีพปั่นสามล้อรับจ้างและเผาถ่านขาย การถูกฆ่าในครั้งนี้ คาดว่า คนร้ายเป็นคนใกล้ตัวที่รู้จักกัน เพราะว่า นายเก้า ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใครมาก่อน
ด้านพ.ต.ท.เสกสรร กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายเป็นคนที่รู้จักกันกับผู้ตาย อาจมานั่งสูบบุหรี่ด้วยกันจนบุหรี่หมดไปถึง 2 ซอง และอาจจะมีเรื่องทะเลาะกัน คนร้ายจึงใช้ด้ามจอบกระหน่ำตีที่บริเวณศีรษะของผู้ตายหลายครั้ง จนทำให้กะโหลกศีรษะแตก สมองทะลักออกมา ซึ่งขณะนี้ได้ระดมกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งออกติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้แล้ว

หลังพบศพ นางถิน ภรรยาของผู้ตาย ที่ทราบข่าวและรีบรุดมาดูศพสามี แต่พอเห็นสภาพศพที่ถูกฆ่าอย่างทารุณโหดร้าย ก็ถึงกับช็อกร่ำไห้ด้วยความ เศร้าเสียใจอย่างหนักถึงกับสลบคาที่ ญาติ พี่น้องต้องพากันปฐมพยาบาลและนำตัวส่งไปยัง ร.พ.ศรีสะเกษ เพื่อให้แพทย์รักษาพยาบาล
คดีนี้ตำรวจมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่มีเรื่องกับผู้ตายมาก่อน จึงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็ทราบว่าผู้ตายนั้นมีปัญหาไม่ถูกกับ นายสัจจา ชมจุงจัง อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นลูกเขย เนื่องจากเป็นคนไม่เอาการเอางาน ซ้ำยังติดยาบ้า ซึ่งทั้งคู่ทะเลาะด่าทอกันบ่อยครั้ง
ตำรวจไม่ต้องไปไล่ตามตัวนายสัจจาให้เหนื่อย เพราะขณะตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าตัวก็มายืนดูอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

กลางดึกวันเดียวกันนั้นเอง ชุดสืบสวนเชิญตัวนายสัญจามาสอบสวนและตรวจปัสสาวะก่อนพบว่าเป็นสีม่วง จึงได้สอบเค้นนายสัจจาอย่างหนัก จนสุดท้ายก็เปิดปากยอมรับสารภาพว่า เป็นคนฆ่านายเก้า หรือนายสุรินทร์ พ่อตาของตัวเอง เนื่องจากโกรธแค้นกันมานานหลายปีแล้ว
นายสัจจา ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุไปดื่มเหล้ามาประกอบกับกำลังเมายาบ้า จึงได้นำเอามีดตะขอที่ใช้ตัดหญ้าถือติดตัวมาด้วย จากนั้นปั่นจักรยานตามหานายสุรินทร์ จนพบรถสามล้อจอดอยู่ข้างทาง จึงได้จอดจักรยานและเดินย่องเข้าไปในป่า
ลูกเขยโหดเล่านาทีสังหารพ่อตาว่า พอพบว่านายสุรินทร์กำลังใช้จอบขุดดิน ทำเตาเผาถ่านอยู่ ตนจึงได้ใช้มีดตะขอฟันใส่นายสุรินทร์ แต่ว่านายสุรินทร์ใช้จอบยกขึ้นรับมีดเอาไว้ ทำให้มีดกระเด็นหลุดจากมือ จากนั้นตนจึงชกเข้าที่หน้าของนายสุรินทร์จนล้มลง แล้วคว้าเอาจอบกระหน่ำตีไปที่ศีรษะนายสุรินทร์ 3 ครั้ง จนหัวเละตายคาที่ พอก่อเหตุเสร็จตนก็กลับบ้านไปอาบน้ำ พอมีคนมาพบศพตนก็ย้อนกลับมาดูที่เกิดเหตุเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และสืบดูว่าตำรวจจะรู้ตัวคนฆ่าหรือไม่ กระทั่งถูกจับกุมได้ดังกล่าว

ด้านนางถินกล่าวว่า ตนอยู่กินกับนายสุรินทร์ มานานกว่า 23 ปีแล้ว โดยนายสุรินทร์ เป็นคนดีขยันทำมาหากิน แต่มีจุดเสียที่ปากไม่ดีชอบด่าว่าคน อาจจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้นายสัจจาไม่พอใจและมีเรื่องโกรธเคืองกันมานานหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่สมควรที่จะลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ผิดมนุษย์แบบนี้ เพราะอย่างไรเสียก็ได้ชื่อว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
ขณะที่นางสมคิด ภรรยาของนายสัจจาและลูกสาวผู้ตาย กล่าวว่า นายสัจจาเป็นคนที่ชอบดื่มเหล้าและเสพยาบ้า โดยจะเสพยาบ้าเป็นประจำทุกวัน ที่ผ่านมาทั้งคู่มีเรื่องและ มีปากเสียงกันมานานแล้ว ตนก็ได้พยายามห้ามปราม แต่ไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายได้เกิดเหตุสลดขึ้นจนได้