คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
จักรพันธ์ นาทันริ สุพล บุญชื่นชม
เรื่อง/ภาพ
อินเตอร์เน็ตย่อโลกที่กว้างใหญ่ ให้มาอยู่แค่ในมือถือเครื่องเดียว พลังของสื่อสังคมออนไลน์เป็นสิ่งที่มองข้ามไป ไม่ได้ หากใช้ให้ถูกวิธีแม้นแต่คดีอาชญากรรม ก็สามารถถูกพิชิตลงได้อย่างรวดเร็ว
ดังเช่นกรณีของ น.ส.กัญญารัตน์ ตั้งกนกไพโรจน์ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านมิวสิค อินสไปร์ ตั้งอยู่เลขที่ 136/1 ถ.กลางเมือง ตรงข้ามกับวัดธาตุพระอารามหลวง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น
ที่หลังจากเจ้าตัวโพสต์ภาพและเรื่องราวเหตุการณ์ที่ถูกคนร้าย เข้ามาขโมยกีตาร์ไฟฟ้ายี่ห้อฮอฟเนอร์ สีดำ ราคา 24,000 บาท แล้วหลบหนีไปอย่างลอยนวล เพียงไม่นานก็ได้กีตาร์ตัวดังกล่าวคืน แถมยังจับตัวคนร้ายได้อีกด้วย
เหตุการณ์เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 16 ม.ค. พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจาก น.ส.กัญญารัตน์ เจ้าของร้านมิวสิค อินสไปร์ ว่าถูกคนร้ายเข้ามาขโมยกีตาร์แล้วหลบหนีไปอย่างลอยนวล จึงสั่งการ พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำภิโล รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ชาติชาย ทิมินกุล สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบชุดพยัคฆ์ สภ.เมืองขอนแก่น ไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุ พบ น.ส.กัญญารัตน์ได้นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทรัพย์สินที่หายไป ซึ่งเป็นกีตาร์ไฟฟ้ายี่ห้อฮอฟเนอร์ สีดำ ราคา 24,000 บาท จำนวน 1 ตัว จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่ไปดูกล้องวงจรปิดอยู่ภายในร้าน
พบว่าเมื่อเวลา 12.16 น. คนร้ายเป็นชายไทยอายุ 25-30 ปี สูงประมาณ 165 ซ.ม. สวมเสื้อยืดแขนยาวสีเทา กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ไว้ผมสั้น รูปร่างผอม ขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว มาจอดที่หน้าร้านโดยได้เดินผ่านหน้าร้าน 2-3 รอบ จากนั้นได้เปิดประตูเข้ามาทำทีเป็นลูกค้า เดินเลือกดูกีตาร์ภายในร้านก่อนที่จะอาศัยจังหวะเจ้าของร้านกำลังยุ่งกับการเลี้ยงลูก จับกีตาร์ไฟฟ้ายี่ห้อ ฮอฟเนอร์ สีดำ ที่วางโชว์อยู่วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหนีไป
น.ส.กัญญารัตน์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนเองกำลังเลี้ยงลูกอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ เมื่อคนร้ายเข้ามาตนเองคิดว่าเป็นลูกค้าทั่วไป ขณะที่กำลังก้มเลี้ยงลูกอยู่นั้นได้ยินเสียงผิดสังเกต จึงลุกขึ้นมาดูเห็นคนร้ายรูปร่างผอม สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผิวดำแดง หน้าตอบ กำลังจับกีตาร์ เดินออกจากร้านอย่างรีบเร่ง ตนเองจึงรีบออกมาพบว่าคนร้ายได้เอากีตาร์พร้อมขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้ารุ่นสกู๊ปปี้ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนีไป หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ
“หลังจากคนร้ายขโมยกีตาร์ในร้านหนีไปได้ ก็นำเหตุการณ์โพสต์ลงในโซเชี่ยลเน็กเวิร์กพร้อมกับภาพของคนร้ายที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด แจ้งให้ผู้อื่นได้รับทราบ ก็ได้ตอบข้อความมาให้ทราบว่าคนร้ายรายเดียวกันได้เข้ามางัดแงะในร้านที่อยู่ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 แห่ง แต่ละแห่งสูญเสียทรัพย์สินไม่น้อยกว่า 1-5 แสนบาท ” น.ส.กัญญารัตน์กล่าว
ภายหลังตรวจสอบร้านที่เกิดเหตุ พ.ต.ท.นรวัฒน์ สั่งการให้ชุดสืบสวนนำภาพคนร้ายที่ได้จากกล้องวงจรปิด ไปตรวจสอบว่าคนร้ายเป็นใคร พร้อมทั้งลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบภาพวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้ และโรงรับจำนำหรือร้านรับซื้อสินค้ามือสอง ว่ามีใครนำกีตาร์ลักษณะเดียวกับที่ถูกขโมยไปมาจำนำหรือขายหรือไม่ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ขณะที่เย็นวันนั้นเองก็มีข่าวดี เมื่อนายณรงค์ชัย ศรีมงคล เจ้าของหอพักดารานพรัตน์ โฮเทล อยู่ที่ถนนหนองวัด ซอย 1 เขตเทศบาลนครขอนแก่น เห็นเรื่องราวที่แชร์ต่อกันมาทาง เฟซบุ๊ก และจำได้ทันทีว่าคนร้ายลักษณะเหมือนกับชายคนหนึ่ง ที่มาขอเปิดห้องพักโดยบอกว่าจะออกไปกดเงิน แต่ขอฝากกีตาร์ไว้ที่ห้องพักก่อนแล้วไม่กลับมาอีกเลย จึงติดต่อให้มารับกีตาร์คืน
ได้ของคืนไม่ทันข้ามวัน เย็นวันรุ่งขึ้นตำรวจสภ.เมืองขอนแก่น ก็ได้รับแจ้งจากนายณรงค์ชัยว่า ได้ร่วมกันกับพี่ชายควบคุมตัวคนร้ายเอาไว้ได้ ขณะที่ย้อนกลับมาที่ห้องพักเพื่อขอกีตาร์คืน ตำรวจจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบในทันที
ไปถึงก็พบนายพงษ์เดช วิระกา หรือหนึ่ง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 8 ต.ดอนหว่าน อ.เมือง จ.มหาสารคาม ถูกคุมตัวเอาไว้พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อสกู๊ปปี้สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน จึงนำตัวมาสอบสวนที่โรงพัก
นายณรงค์ชัยเผยว่าคนร้ายขี่รถจยย.ย้อนกลับมาที่หอพักเพื่อจะเอากีตาร์คืน ตนจึงรีบถ่ายคลิปไว้ แล้วบอกให้นายภัทรพงศ์ ศรีมงคล ซึ่งเป็นพี่ชาย เข้าไปสกัดคนร้ายไว้ เมื่อคนร้ายเห็นว่าไปไม่รอดถึงกับยกมือไหว้ ขอร้องอ้อนวอนให้ปล่อยตัวไป และสัญญาว่าจะไม่ทำอีก แต่ตนกับพี่ชายไม่ยอมใจอ่อน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไปดำเนินคดี
พ.ต.ท.นรวัตน์ คำภิโล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น สอบสวนผู้ต้องหาจนรับสิ้นว่า รถจยย.ยี่ห้อสกู๊ปปี้สีดำ ที่ขี่ก็ขโมยมาจากมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเข้าไปขโมยกีตาร์ในร้านของ น.ส.กัญญารัตน์ จริง นอกจากนี้ยังได้ ก่อเหตุในพื้นที่ ขอนแก่น, อุดรธานี, และมหาสารคาม รวม 9 ครั้ง โดยจะทำทีมาซื้อสินค้าโทรศัพท์มือถือ,กีตาร์ หรือสินค้าอื่นๆ เมื่อสบโอกาสเจ้าของร้านเผลอ จึงหลบหนีไป
นอกจากนี้นายหนึ่งได้ยอมรับสารภาพเพิ่มเติมอีกว่าเคยถูกจับมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อปี? 58 และเพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนกันยายน 2559 ในข้อหาลักทรัพย์ที่เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม เมื่อพ้นโทษแล้วไม่มีเงิน จึงออกตระเวนก่อเหตุเรื่อยมา
ครั้งนี้เรียกว่าจับได้เพราะพลังโซเชี่ยลโดยแท้

