คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ณัฏฐนันท์ ศิริสันติวรกุล
เรื่อง/ภาพ
ยาเสพติดลงได้ทดลองเพียงครั้งเดียวก็ตกเป็นทาสของมันได้ไม่ยาก ลองเมื่อมีความต้องการยาแล้วล่ะก็ ทำได้ทุกอย่างขอให้ได้เงินมาซื้อยาเสพ คดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ยาเสพติดล้วนเข้ามามีเอี่ยวด้วยแทบทั้งนั้น
ล่าสุดเกิดเหตุคนร้ายขโมยพระพุทธรูป ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในศาลาหน้าโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย หมู่ 4 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังคนร้ายถูกตามจับตัวได้ ก็ยอมรับว่าที่ก่อเหตุไม่เกรงกลัวบาปกลัวกรรม เพราะต้องการเงินไปซื้อยาเสพนั่นเอง
เช้าวันที่ 17 ม.ค. ด.ต.อุเทน จันละคร ผบ. หมู่ ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร หัวหน้าหน่วยบริการประชาชน ตู้บางปลา รับแจ้งว่า มีคนร้ายเข้ามาขโมยพระพุทธรูป ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในศาลาหน้าโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย
จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท. พงษ์ศิริ เก่งนอก รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.เอกราช มาละวรรณโณ สวป. และชุดสืบสวน

นายสุรสิทธิ์ เจริญวัย ผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ข้อมูลว่า พระพุทธรูปที่ถูกขโมยไปเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 19 นิ้ว มีชื่อว่า “พระศรีสมุทรสาครภูมิบาล” โดยทางโรงเรียนได้รับมอบจากจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2530 เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา เพื่อเป็นหลักในการอบรมให้นักเรียน ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา เป็นผู้มีศีลธรรม จรรยาอันดีงาม
ผู้อำนวยการโรงเรียนเล่าอีกว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลาประมาณ 15.36 น. เห็นภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจยย.ฮอนด้า ฟีโน่ สีแดงขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาภายในรั้วด้านหน้าโรงเรียน
โดยคนขับรถสวมเสื้อสีเทา กางเกงขาสั้นสีดำ ส่วนคนซ้อนท้ายสวมเสื้อสีชมพู มีหมายเลข 3 อยู่ที่กลางหลังเสื้อ และสวมกางเกงขาสั้นสีเขียว โดยคนร้ายขี่จยย.วนเข้ามาจอดบริเวณหน้าศาลาประดิษฐานพระพุทธรูป ที่อยู่ติดกับทางเข้า-ออกประตูโรงเรียน
จากนั้นคนร้ายที่เป็นคนขี่ได้เดินลงไปดู แล้วกลับมาที่รถ ก่อนบอกให้คนซ้อนท้ายไปอุ้มพระพุทธรูป ลงมาขึ้นรถจยย.หลบหนีไปทันที

นายสุรสิทธิ์กล่าวต่อว่า พระพุทธรูปองค์ดังกล่าวเป็นที่เคารพศรัทธาของคณะครู ผู้ปกครองและนักเรียนมาหลายรุ่นหลายสมัยแล้ว ซึ่งทุกคนจะกราบไหว้บูชาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ทั่วเมืองสมุทรสาครเพื่อติดตามตัวคนร้าย พร้อมทั้งไล่ตรวจหาตามแหล่งรับซื้อของเก่าต่างๆ
นั่งปะติดปะต่อภาพจากกล้องวงจรปิด จนในที่สุดก็พบว่า ที่แท้แล้วคนร้ายเป็นคนในพื้นที่สมุทรสาครนั่นเอง
วันรุ่งขึ้นตำรวจนำกำลังบุกจับ นายคณิต แสงนาค อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/1 หมู่ที่ 7 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เอาไว้ได้ พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดงเทา หมายเลขทะเบียน 1 กช 4786 สมุทรสาคร คันที่ใช้ก่อเหตุตามภาพวงจรปิด
นายคณิต รับสารภาพว่าร่วมกับ นายสุวิทย์ บุญพงศ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171/4 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กทม. ก่อเหตุลักพระพุทธรูปประจำโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัยจริง
โดยนายสุวิทย์ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนตัวเองเป็นคนลงไปอุ้มพระขึ้นซ้อนรถมา ส่วนนายสุวิทย์ไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน ขณะที่พระพุทธรูปก็ได้นำไปขายให้กับนายไก่ ไม่ทราบนามสกุล เพื่อแลกกับยาไอซ์เอามาเสพ โดยตนกับนายสุวิทย์ร่วมกันก่อเหตุมา สองครั้งแล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลจนทราบว่านายไก่ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) นำพระพุทธรูปไปขายให้กับพ่อค้าในตลาดนัดแห่งหนึ่ง จึงไปตรวจสอบและพบพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวจริง โดยไปซื้อมาจากบ้านของนายไก่ในราคา 4,500 บาท แต่อ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นทรัพย์สินที่ถูกลักขโมยมา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ตำรวจนำตัวนายคณิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่โรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย ท่ามกลาง คณะครู นักเรียน และชาวบ้านที่ทราบข่าวมาเฝ้าดูหน้าคนร้าย
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายคณิตไปดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ ในสถานที่ราชการ ส่วนนายสุวิทย์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
พ.ต.อ.สุระพรรณกล่าวว่า จากการสวบสวนเบื้องต้นนั้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับพวกเข้ามาลักขโมยพระพุทธรูปประจำโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย ตามใบสั่ง โดยจะทำกันเป็นขบวนการ คือมีคนแจ้งความประสงค์มายังผู้ที่จัดหาสิ่งของ ว่าต้องการพระพุทธรูปแบบใด
จากนั้นผู้จัดหาก็จะส่งคนออกตระเวนดูว่าที่ใดมีพระพุทธรูปอย่างที่ลูกค้าต้องการ แล้วก็จะให้นายคณิตกับพวกเข้าไปลักทรัพย์ แล้วก็นำมาขายในราคาถูก ซึ่งผู้ต้องหาก็บอกว่า เมื่อมีใบสั่งมาแล้วก็ต้องทำตามใบสั่ง แม้ว่าจะมีรปภ.คอยเฝ้า ก็ต้องหาช่วงโอกาสเหมาะสมเข้าไปลักทรัพย์มาให้ได้
หลังจากที่จับผู้ต้องหาได้แล้ว หนึ่งรายนั้น ทางตำรวจก็ได้ขยายผล ออกหมายจับผู้ต้องหาอีกหนึ่งคนที่หลบหนีอยู่ รวมถึงผู้ที่บงการ สั่งให้ลักทรัพย์ต่อไป
ขณะที่ทางโรงเรียนร่วมกันทำพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปกลับเข้าประดิษฐานยังศาลาตะเคียนนุชหลังเดิม พร้อมจะมีการทำฐานยึดให้มั่นคง และติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเพื่อความปลอดภัยอีกด้วย