คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ธานี ทวีเกิด
เรื่อง/ภาพ
ประโยคคำคม ‘เหรียญมักมี 2 ด้านเสมอ’ ใช้นำมาเปรียบเปรยกับทุกสรรพสิ่ง ว่ามีทั้งด้านมืด-ด้านสว่าง ด้านดีและด้านเสีย
แม้แต่เทคโนโลยีในโลกยุคดิจิตอลซึ่งเป็นที่นิยม เช่น การติดต่อสื่อสารพูดคุยด้วยการ ‘แช็ต’ ผ่านแอพพลิเคชั่นชื่อดังทั้งหลาย ที่ช่วยย่อโลกให้มาอยู่ในอุ้งมือ สามารถติดต่อกับคนทั้งโลกได้อย่างไร้พรมแดน
ขณะเดียวกันก็มีเหล่ามิจฉาชีพแอบ แฝงเข้ามาก่ออาชญากรรม ล่อหลอกให้สุจริตชนต้องสูญเสียทรัพย์สินเป็นข่าวโด่งดังอยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา

แม้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะตามจับอาชญากรทางเทคโนโลยีมาดำเนินคดีแทบนับไม่ถ้วน
แต่คดีต้มตุ๋นผ่านการ ‘แช็ต’ ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ล่าสุดตำรวจกองปราบปรามก็บุกรวบทรชนหนุ่มที่แช็ต ลวงทรัพย์สินจากเหยื่อที่เป็นหญิงสาว ซึ่งก่อคดีมาแล้วอย่างโชกโชน
เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. เปิดกองบังคับการปราบปราม แถลงผลจับกุมนายสุริยัญ ภูโสภา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.1 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ข้อหายักยอกทรัพย์

โดยมีพฤติกรรมสนทนากับหญิงสาวผ่านโปรแกรมบีทอล์กและไลน์ พูดคุยจนสนิทกันก่อนหลอกเชิดรถยนต์ของเหยื่อ มีผู้เสียหายหลายราย
พล.ต.ต.สุทินเผยว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นหญิงสาวชาว จ.กาฬสินธุ์ อายุ 27 ปี โพสต์ข้อความและรูปภาพผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “กองกำกับการหก กองบังคับการปราบปราม” ของ กก.6 บก.ป.
ร้องเรียนถึงพ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. ให้ช่วยตามจับนายสุริยัญซึ่งลวงฉกรถเก๋งของเธอไป
ผู้เสียหายระบุว่า รู้จักผู้ต้องหาผ่านโปรแกรมบีทอล์ก เมื่อเดือนธ.ค. 2559 ซึ่งอ้างตัวว่ามีอาชีพเป็นวิศวกร และประกอบธุรกิจโรงแรมที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้พูดคุยกันผ่านโปรแกรมไลน์จนสนิทสนมกัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาขอพบกับหญิงสาวรายดังกล่าว โดยอ้างว่า ไปทำธุระอยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์
เมื่อพบหน้ากันผู้ต้องหาพยายามขอยืนรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีดำ ของผู้เสียหาย อ้างว่าต้องไปทำธุระต่อที่ จ.ร้อยเอ็ด
ครั้งแรกผู้เสียหายไม่ไว้ใจจึงไม่ยอมให้ แต่ผู้ต้องหาหยิบกุญแจรถไปได้ในที่สุด หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และร้องเรียนผ่านทางเฟซบุ๊ก กก.6 บก.ป.
หลังรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว พ.ต.อ.สมพงษ์ พร้อมพ.ต.ท. วัฒนชัย มณีรัตน์ และพ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์ รอง ผกก. จึงสืบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหาก่อเหตุแบบเดียวกันหลายครั้ง โดยมีหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม และศาลแขวงพิษณุโลก ในคดีลักษณะเดียวกัน

พฤติกรรมแช็ตคุยกับหญิงสาวหลายราย เพื่อลวงทรัพย์สินมีค่าของเหยื่อ โดยก่อเหตุมาแล้วนานนับ 10 ปี และจะเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างความยากลำบากในการติดตามจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ยังสืบทราบอีกว่าผู้ต้องหายังเสพติดยาบ้า จึงกระจายกำลังไปยังจังหวัดต่างๆ ที่พบว่าผู้ต้องหาเคยไปปรากฏตัว พร้อมวางสายสืบคอยจับตาอย่างใกล้ชิด
กระทั่งมีสายข่าวที่วางไว้แจ้งว่า พบนายสุริยัญไปปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.มหาสารคาม จึงสนธิกำลังร่วมกับตำรวจ กก.4 บก.ทล. สภ. เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด และบก.ภ.จว.มหาสารคาม ออกตามล่าตัว
จนจับกุมได้ที่ริมถนนใกล้ตลาด แวงน่าง ต.แวงน่าง อ.เมือง จ.มหา สารคาม พร้อมรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีดำ ทะเบียน กค 8640 กาฬสินธุ์ ของ ผู้เสียหาย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้หมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในคดีเก่าที่ติดตัวอยู่ในการควบคุมตัว
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมานานแล้ว มีเหยื่อหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก อ้างเพราะต้องการเงินใช้
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งไปยังพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับที่ใช้ควบคุมตัว มารับตัวไปดำเนินคดี หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุอื่นๆ มาอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป
นับเป็นอีกหนึ่งคดีตัวอย่างของตำรวจไทย ที่ใช้เทคโนโลยีด้านสว่างพิชิตทรชนที่ใช้ด้านมืดของโลกดิจิตอลก่ออาชญากรรม