สดจากสนามข่าว : ย้อนคดีสยองวันปีใหม่ เขยคลั่งฆ่ายกครัว7ศพ เหยื่อเล่านาทีจ่อลั่นไก

สดจากสนามข่าว : ย้อนคดีสยองวันปีใหม่ เขยคลั่งฆ่ายกครัว7ศพ เหยื่อเล่านาทีจ่อลั่นไก

สดจากสนามข่าว : หมอดูดังทำนายกันเอาไว้แล้วว่า ปีนี้ไม่ใช่ปีหมูธรรมดา แต่เป็น ‘ปีหมูดุ’ เพียงย่างเข้าปีใหม่ไม่กี่นาที มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่คงไม่มีเรื่องราวใดชวนสยดสยองเท่ากับเหตุการณ์ ฆ่ายกครัว 7 ศพ ในพื้นที่ บ้านหมู่ที่ 8 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เป็นแน่

ย้อนไปเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 ม.ค. ภายหลังผ่านพ้นวันขึ้นปีใหม่มาได้ไม่นาน พ.ต.ท.ลาภ คำพันธ์ สว. (สอบสวน) สภ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดภายในร้านเสริมสวย กลางตลาดพะโต๊ะ จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สภ.พะโต๊ะ พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ ผกก.สส.บก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.พิษณู บุษย์วิทย์ รองผกก.ป. แพทย์เวรและอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยพะโต๊ะ

สดจากสนามข่าว
ที่เกิดเหตุสยอง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นห้องแถวชั้นเดียว เลขที่ 86 หมู่ที่ 8 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ เปิดเป็นร้านเสริมสวยชื่อ ‘อ่อนมุกข์’ บริเวณหน้าร้านอาหารเครื่องดื่มล้มเกลื่อนกลาด พบผู้ถูกยิงเสียชีวิตทั้งหมด 7 ศพ ตามบริเวณต่างๆ ภายในร้าน

ประกอบด้วย 1.นายวิจิตร นาคลอด อายุ 50 ปี 2.นางรัชพร อ่อนมุกข์ อายุ 50 ปี 3.นางงุด อ่อนมุกข์ อายุ 71 ปี เจ้าของบ้าน 4.น.ส.ผกามาศ อ่อนมุกข์ อายุ 47 ปี 5.ด.ญ.ชนัญธิดา ศรสังข์ อายุ 6 ขวบ 6.ด.ช.กษิเดช ศรสังข์ อายุ 9 ขวบ

สดจากสนาทข่าว
ศพนางงุด อ่อนมุกข์ อายุ 71 ปี เจ้าของบ้าน

ส่วนรายที่ 7 รายสุดท้าย คือ นายสุชีพ ศรสังข์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบ นายทินกร อ่อนมุกข์ อายุ 33 ปี ถูกยิงที่หน้าท้องทะลุสีข้างขวาบาดเจ็บ นอนร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพะโต๊ะ

สอบสวนนายทินกรให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนกำลังนั่งดื่มกินเลี้ยงฉลอง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเตรียม เคานต์ดาวน์กันสนุกสนานเฮฮา ปรากฏว่านายสุชีพผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นสามีของน.ส.บุณยนุช ศรสังข์ อายุ 37 ปี พี่สาว ของตน เดินเข้ามาอยู่ในสภาพมึนเมา

สดจากสนามข่าว
พฐ.เก็บหลักฐาน

เมื่อเจอกันก็พูดคุยทักทายกันเล็กน้อย จากนั้นได้เดินเข้าไปในบ้าน ต่อมาตนและญาติๆ นั่งปรับทุกข์พูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรกับพี่เขยคนนี้ให้ออกไปจากบ้านนี้เสียที เพราะไม่ยอมทำงานทำการ ระหว่างพูดคุยกันอยู่นั้นปรากฏว่านายสุชีพเดินออกมายืนฟังที่พวกตนพูดคุยกันอยู่พอดี จนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน แล้วนายสุชีพชักปืนออกมาพร้อมกับพูดว่า “ถ้างั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน”

ก่อนชักปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ขึ้นมาจ่อยิงนายวิจิตร ซึ่งเป็นเขยคนโต เสียชีวิตเป็นรายแรก ก่อนยิงใส่ตน 1 นัด แต่ตนแกล้งตายเลยรอดมาได้ ก่อนเข้าไปจ่อยิงนางงุด แม่ยาย และน.ส.ผกามาศ รวมทั้งด.ญ.ชนัญธิดา และด.ช.กษิเดช ซึ่งเป็นลูกชายและลูกสาวของตัวเอง และน.ส.รัชพร จนเสียชีวิต ก่อนจะยิงตัวตายตามไปในที่สุด

สดจากสนามข่าว
เหยื่อร่ำไห้

ต่อมานายสมพร ปัจฉิมเพชร รองผวจ.ชุมพร เดินทางมาที่เกิดเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า สาเหตุของเรื่องน่าจะมาจากความคับแค้นใจของนายสุชีพที่มีต่อครอบครัวของภรรยา ซึ่งโชคดีที่วันนี้น.ส.บุณยนุชภรรยาไม่ได้มาด้วย สำหรับนายสุชีพทราบว่ามีประวัติเคยต้องคดีมาหลายครั้ง เมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่า หลังจากติดคุกที่เรือนจำนครศรีธรรมราชได้ประมาณ 3 ปี

เพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้านแม่ยายซึ่งเปิดเป็นร้านเสริมสวยดังกล่าว แต่ยังมีนิสัยเกเร ไม่ยอมทำงานทำการ เอาแต่ดื่มเหล้าเบียร์ เพราะคิดว่าทุกคนรังเกียจ พอเมาเหล้าก็เคยพูดข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว จากนั้นก็จะยิงตัวตาย ซึ่งเคยพูดอยู่บ่อยครั้ง จนมาลงมือจริงๆ

สดจากสนามข่าว
เมียมือปืนโหด

ขณะที่น.ส.บุญญานุช ภรรยามือปืนโหดกล่าวภายหลังเกิดเหตุสลดว่า คนภายนอกอาจจะดูว่า นายสุชีพเป็นคนดี มีความเป็นสุภาพบุรุษ ชอบช่วยเหลือคน อีกทั้งยังเป็นคนนอบน้อม แต่ในความจริงนั้น ภายในบ้านกลับตรงกันข้าม

ตั้งแต่อยู่กินกันมานับ 10 ปี ใหม่ๆ จะดูดีสุภาพ แต่นับวันนานเข้าก็เริ่มออกลาย ทำในสิ่งไม่ดีหลายๆ อย่าง อีกทั้งเป็นคนขี้หึงอย่างรุนแรง เคยใช้อาวุธปืนไล่ยิงตนเองมาแล้ว ใช้กำลังทำร้ายร่างกายถึงขนาดหามส่งโรงพยาบาลมาแล้วก็หลายครั้ง และหนักสุดชกตนถึงขนาดม่านตาแตก ต้องไปแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ มาแล้ว

ทุกครั้งที่ตนจะฟ้องหย่า นายสุชีพก็จะเอาลูกมาเป็นตัวประกัน ซึ่งตนก็ต้องอ่อนใจทุกครั้งเพราะสงสารลูกไม่อยากให้ครอบครัวแตกแยก ซึ่งลึกๆ ตนแค้นมากและเคยบอกกับสามีด้วย แต่แทนที่ จะสำนึกกลับหนักข้อขึ้นกว่าเดิม จนตนต้องหนีออกจากบ้านไป ซึ่งก็ทำให้นายสุชีพโกรธแค้นหนัก โทร.ขู่ฆ่าตนและครอบครัว

ประกอบกับเมื่อวันปีใหม่ ตนเองตั้งใจว่าจะกลับมาเยี่ยมบ้านเพื่อมาเยี่ยมแม่และลูก แต่ไม่ได้กลับไป เพราะติดงานที่พัทยา ทำให้เขาโกรธแค้นและยังมาได้ยินเสียงบ่นจากคนในครอบครัวเข้าอีก จึงน่าจะเป็นมูลเหตุทำให้ก่อเหตุโหดร้ายในครั้งนี้ ซึ่งความโกรธแค้นที่มีต่อกันได้จบลงไปกับความตายของเขาเอง ซึ่งหากตนเองอยู่ด้วย ศพแรกนั้นที่นายสุชีพที่จะยิงก็คือตนแน่นอน

อีกเหตุสยอง! ที่สะสมมานาน ก่อนจะมาระเบิดเอาในวันรวมญาติ

โดย ทนงศักดิ์ ศุภการ/ชูศักดิ์ ตระหง่าน/เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้อุทาหรณ์! นักเรียนลุกสลับที่นั่ง ตอนรถสองแถววิ่ง พลัดตกกระแทกพื้นเจ็บทั้งตัว(คลิป)
บทความถัดไปพิการ-นอนติดเตียง ชีวิตล่าสุดเด็กหนุ่ม ขายไตซื้อ ไอโฟน-ไอแพด