สดจากสนามข่าว : ผ่าคดีจับ 3 วัยรุ่นหัวร้อน ฉุนถูกมองหน้า-ซิ่งตาม ไล่ฟันสาหัส 3 กลางถนน

สดจากสนามข่าว

สดจากสนามข่าว : ผ่าคดีจับ 3 วัยรุ่นหัวร้อน ฉุนถูกมองหน้า-ซิ่งตาม ไล่ฟันสาหัส 3 กลางถนน

สดจากสนามข่าว : เป็นวัยรุ่นสมัยนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะเพียงแค่มองหน้ากันแวบเดียว ก็อาจกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้

เช่นเหตุการณ์เมื่อตีหนึ่ง วันที่ 13 ม.ค. เมื่อ ร.ต.อ.ยงยุทธ เกตุแดง รอง สวป.สน.บางเขน รับแจ้งเหตุมีวัยรุ่นถูกอาวุธมีดฟันได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย บนสะพานข้ามแยกลาดปลาเค้า ถนนรามอินทรา ก.ม.2 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ สวป. เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.บางเขน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

สดจากสนามข่าว
นำส่งโรงพยาบาล

ที่เกิดเหตุอยู่กลางสะพานข้ามแยกลาดปลาเค้า มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน พบผู้บาดเจ็บเป็นชายวัยรุ่น 3 ราย ร่างกายโชกเลือดนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้นถนน สอบสวนทราบชื่อต่อมาคือ นายภานุเดช ธีระนุพัฒนา อายุ 26 ปี มีบาดแผลถูกมีดฟันเข้าที่ตาซ้าย แขนซ้ายและขาขวา และนายธนาชาติ ธนูวงศ์ อายุ 21 ปี มีบาดแผลที่ศีรษะเปิดและแขนซ้าย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลภูมิพลฯ

ส่วนอีกรายชื่อนายอาร์ม โพธิ์สุ อายุ 20 ปี บาดเจ็บมีแผลที่ศีรษะและแขนทั้งสองข้าง ถูกมีดฟันเช่นกัน จึงนำปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลนพรัตนฯ

ส่วนในบริเวณที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นแกรนด์ฟีลาโน่ สีขาว ทะเบียน 5 กฆ 9147 กทม. ของผู้บาดเจ็บสภาพรถล้มคว่ำอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ตํารวจสอบสวนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 รายที่ยังมีสติให้การได้ ทำให้ทราบเหตุการณ์ว่าทั้งหมดเป็นวันรุ่นย่านสะพานใหม่ โดยก่อนเกิดเหตุทั้งหมดขี่และซ้อนรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านเพื่อนแถวคู้บอน รามอินทรา ก.ม.8 ขณะ ขับรถจักรยานยนต์นั่งซ้อนท้ายกันมา เพื่อกลับบ้านย่านสะพานใหม่

สดจากสนามข่าว
พาคนร้ายหามีด

แต่ขณะที่เมื่อรถวิ่งมาถึงกลางสะพานข้ามแยกลาดปลาเค้า ก็มีวัยรุ่น 3 คนขับรถจักรยานยนต์มากัน 2 คัน ขับตามมาประกบด้านข้าง จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ตะโกนบอกให้พวกกลุ่มผู้บาดเจ็บทั้งสามหยุด จอดรถ โดยขณะรถวิ่งชะลอเพื่อหยุด จู่ๆ มีหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าววิ่งเข้ามาใช้อาวุธมีดวิ่งไล่ฟันจนบาดเจ็บ ทั้ง 3 คน จากนั้นคนร้ายจึงรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคู่อริกันมาก่อน จึงขับขี่จักรยานยนต์ตามมาใช้มีดไล่ฟันจนบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บทั้ง 3 รายอีกครั้งและตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัววัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สดจากสนามข่าว
รถจยย.คนร้าย

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน สั่งการให้ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบภาพวงจรปิดในเส้นทางถนนรามอินทรา ไล่ย้อนกลับไปตั้งแต่กลุ่มผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านเพื่อน มาจนถึงจุดเกิดเหตุ รวมทั้งเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะใช้เพื่อหลบหนี รวมทั้งประสานชุดสืบสวน บก.น.2 ร่วมลงพื้นที่สืบหาตัวคนร้าย

กระทั่งวันที่ 22 ม.ค. พ.ต.อ.อำนาจ พร้อมด้วย พ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.2 และ พ.ต.ท.นิเวศน์ นิลวดี สว.สส.บางเขน ก็ร่วมกันแถลงจับกุม นายบิว (นามสมมติ) อายุ 18 ปี, นายหนาว (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และ นายแบงค์ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี พร้อมมีดที่พันผ้าเทปสีขาว ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุไล่ฟัน นายภานุเดช, นายธนาชาติ และนายอาร์ม จนบาดเจ็บสาหัส

สดจากสนามข่าว
เสื้อผ้าที่ใส่วันเกิดเหตุ

พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า ภายหลังจากรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบลักษณะรูปพรรณผู้ก่อเหตุ รวมทั้งรายละเอียดของรถจักรยานยนต์ที่ใช้ และได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ ส่วนสาเหตุจากการสอบสวนกลุ่มคนร้าย ทราบว่าเริ่มจากกลุ่มผู้บาดเจ็บขับรถจักรยานยนต์ซ้อนสามกันมา เพื่อจะกลับบ้านพักย่านสะพานใหม่

สดจากสนามข่าว
คุมดำเนินคดี

“ทั้งหมดขี่และซ้อนจักรยานยนต์มาตามถนนรามอินทรา ก่อนมาเจอกับกลุ่มของผู้ต้องหาที่ขับจักรยานยนต์มากัน 2 คัน ช่วง ก.ม.7-ก.ม.8 ทั้งสองฝ่ายได้มองหน้าแล้วเกิดเขม่นกันกับกลุ่มผู้ต้องหา ก่อนจะขับไล่ติดตามและถีบรถกันไปมา โดยที่ทั้งสองกลุ่มไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จนมาถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาเห็นผู้บาดเจ็บทำท่าเหมือนควักอาวุธ นายบิวจึงหยิบมีดเข้าไปไล่ฟันใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บ 3 ครั้ง และขับรถหลบหนีไป โดยนำมีดทิ้งในป่ากกริมถนนรามอินทรา จึงแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย” พ.ต.อ.อำนาจ กล่าว

แค่มองหน้าเฉยๆ ยังเป็นเรื่อง วัยรุ่นสมัยนี้มันช่างดุเสียจริงๆ

โดย พุฒิสรรค์ แก้วบัวดี/พนม คงเจริญ/เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้นิโคลีน ทึ่ง วิทวัจน์ ควงธงสุดพริ้ว – แม่แพท ขอลอง แต่ต้องยอมแพ้
บทความถัดไปคนร้ายโทร.แจ้งตร.เอง ยิงกราด5ศพคาแบงก์ฟลอริดา เผยหมกมุ่นมานาน