คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
จันทร์ชนะ สายสวาท / พุฒิสรรค์ แก้วบัวดี
เรื่อง/ภาพ
สิ่งที่เกิดขึ้นในโลก ล้วนมีเหตุมีผลสอดรับกันในตัวของมันเอง แต่หากเป็นเรื่องโกหก ความสมเหตุสมผลมันก็จะไม่มี มีข้อสงสัยที่ไม่สามารถอธิบายได้ เช่นเดียวกับการสอบสวนปากคำ หากผู้ถูกสอบปั้นเรื่องโกหกหรือปิดบังอะไรเอาไว้ ย่อมแสดงพิรุธออกมาให้จับได้ ยิ่งแต่งเรื่องโกหกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งโดนจับไต๋ได้เร็วเท่านั้น
เช่นเหตุการณ์ปล้นเงิน 8 หมื่นบาทที่เกิดขึ้น เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่ตำรวจใช้เวลาสอบปากคำเพียงไม่นานก็รู้ว่าเป็นเรื่องโกหก
ย้อนไปเมื่อเวลาดังกล่าว ร.ต.อ. อนุสรณ์ ประทุมทอง รอง สวป.สน. คันนายาว รับแจ้งเหตุคนร้ายปล้นทรัพย์ ภายในตลาดถนอมมิตร 88 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจและกำลังฝ่ายสืบสวน สน.คันนายาว

ที่เกิดเหตุอยู่ด้านหลังตลาดดังกล่าว บริเวณหน้าตู้ฝากเงินอัตโนมัติของธนาคารกสิกร พบนายวุฒิ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้เสียหายยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ โดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณช่วงเที่ยงคืน ขี่จยย.มาที่หน้าตู้ฝากเงินดังกล่าวเพื่อจะนำเงินสดจำนวน 80,000 บาทของพี่สะใภ้มาฝาก ระหว่างที่กำลังกดเลขบัญชี มีผู้ชาย 2 คนรูปร่างสูงประมาณ 170 ซ.ม. เดินมาประกบด้านข้างซ้ายและขวา ก่อนจะสอบถามที่มาของเงิน ตนจึงตอบไปว่าเป็นเงินของพี่ที่ให้นำมาฝาก
จากนั้นคนร้ายทั้ง 2 คนได้พาตนขึ้นรถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เมื่อขึ้นไปบนรถได้มีผู้ชายอีก 2 คนนั่งรออยู่ที่เบาะหน้า ส่วนตนนั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีคนร้าย 2 คนนั่งประกบ ก่อนที่คนร้ายทั้ง 4 คนจะเริ่มสอบถามเรื่องเงิน พอตนไม่ตอบก็โดนต่อยเข้าที่ขมับขวา 1 ครั้ง จากนั้นกลุ่มคนร้ายจึงยึดเงินสดของตนไปและไล่ตนลงจากรถ ก่อนจะขับรถหลบหนีมุ่งหน้าห้าแยกวัชรพล
ด้าน น.ส.เสาวลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) กล่าวว่า ตนเป็นพี่สะใภ้ของนายวุฒิ และเป็นเจ้าของเงินสดจำนวน 80,000 บาท ซึ่งตนได้ให้น้องนำเงินที่ได้มาจากการทำงานเป็นพริตตี้ สนามแข่งรถ มาเข้าบัญชีเพราะไม่อยากเก็บเงินสดไว้ที่บ้านจนมาเกิดเรื่องขึ้น
คดีนี้ตำรวจพบพิรุธในคำให้การของนายวุฒิ ที่ไม่ค่อยสอดคล้องกัน เพราะจากการตรวจสอบตู้เงินฝากอัตโนมัติของธนาคารกสิกรพบว่าโดยปกติจะปิดให้บริการเวลา 22.00 น. แต่นายวุฒิ ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุตู้เงินฝากยังสามารถใช้การได้
เจ้าตัวยังระบุรูปพรรณของกลุ่มคนร้ายว่ามีลักษณะผิวคล้ำ อายุประมาณ 30-40 ปี สูงประมาณ 170 ซ.ม. การแต่งกายสวมเสื้อยืด นุ่งกางเกงยีนส์ และสวมเสื้อกั๊กสีดำคลุมทับโดยด้านหลังสกรีนคำว่า Police โดยหลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนีแต่ก็ไม่พบบุคคลหรือรถคันดังกล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบดูที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร ตำรวจสอบไล่ต้อนอยู่ไม่นานในที่สุดเจ้าตัวก็จำนน เพราะจนต่อความไม่สมเหตุสมผลของเรื่องที่ตัวเองแต่งขึ้นมา ก่อนจะสารภาพว่าที่ทำไปเพราะกลัวพี่ต่อว่า เนื่องจากเอาเงินไปใช้ส่วนตัวหมดแล้ว แต่เจ้าตัวไม่ยอมปริปากว่าเอาไปใช้อะไรบ้าง
ด้านน.ส.เสาวลักษณ์กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ค่อยสบายเลยใช้ให้น้องไปซื้อราดหน้า และนึกขึ้นได้ว่าจะต้องฝากเงิน จึงเอาเงินจำนวน 80,000 บาท ให้น้องเอาไปฝากที่ตู้ฝากเงินด้วย แต่ผ่านไปประมาณ 40 นาที น้องก็ยังไม่กลับมาจึงเกิดความเป็นห่วง โทร.หาก็ไม่ได้เพราะน้องไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไป กระทั่งน้องกลับมาด้วยหน้าตาตื่น จึงสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ครั้งแรกน้องก็ยังไม่ยอมเล่าให้ฟัง แต่พอถามไปเรื่อยๆ น้องก็บอกว่าถูกปล้นเงินไปหมดแล้ว โดยถูกคน ร้าย 4 คน มากับรถเก๋ง 2 คนแรกลงมาอุ้มขึ้นรถ โดยมีอีก 2 คน นั่งรออยู่ในรถ และใส่เสื้อมีลายโปลิศที่ด้านหลัง
ถามว่าทำไมไม่ร้องขอความช่วยเหลือ น้องก็บอกว่าอุ้มขึ้นรถและถูกตีเลยไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือ พอทราบเรื่องตนจึงถามย้ำว่าจริงหรือไม่ ซึ่งน้องก็ยังย้ำคำเดิมว่าเกิดขึ้นจริง ตนจึงบอกว่าจะแจ้งตำรวจ และยังถามย้ำกลับไปอีกว่าจริงหรือเปล่า เพราะถ้าแจ้งความแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ คนที่ได้รับผลกระทบจะเป็นตัวเองนะ เขาก็ยังบอกว่าเรื่องจริง
น.ส.เสาวลักษณ์กล่าวต่อว่า ปกติก็ไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ ทางบ้านก็จะส่งเสียให้เรียนหนังสือ อยากได้อะไรก็ซื้อให้หมดทุกอย่าง อยากไปไหนก็พาไป ซึ่งเขายังไม่ยอมบอกว่าเอาไปไหน แต่เชื่อว่าเงินก้อนดังกล่าวยังอยู่ น่าจะยังไม่ได้เอาไปใช้อย่างแน่นอน หลังจากนี้ต้องกลับไปคุยกันในครอบครัวว่าจะเอาอย่างไร และเค้นถามความจริงให้ได้ว่า ทำไปเพราะมีปัญหาอะไร จะได้ช่วยกันแก้ไข
ขนาดตร.เค้นสอบ ยังไม่ยอมปริปากว่าเอาไปใช้อะไร อดสงสัยไม่ได้ว่าจะเกี่ยวกับการพนันหรือเปล่า