ย้อนคลิป‘สิบล้อปืนดุ’
ฉุนเก๋งบีบแตร-ขับปาด
ภาพชัดนาทีลั่นไกใส่
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
‘สิบล้อปืนดุ’ – พลันที่ นายจิตตริน กุลกัลยาดี หรือ ดีเจเจมส์ ดีเจชื่อดัง นำคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถของตน โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในเหตุการณ์ที่รถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 71-8891 นครปฐม ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถเก๋ง ยี่ห้อเอ็มจี 5 สีขาว หมายเลขทะเบียน กม 6745 ลพบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 20.25 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา บริเวณถนนเทพรักษ์ หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ

คลิปนาทียิง
พร้อมกับที่เจ้าตัวเดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.วิวัฒน์ มหาเทพ รอง สว. (สอบสวน) สน.บางเขน เพื่อให้ปากคำเป็นพยานให้กับเจ้าของรถเก๋ง โดยดีเจเจมส์กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ตนพร้อมครอบครัวกำลังเดินทางกลับจากการรับประทาน อาหาร ซึ่งปกติก็ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ช่วงเกิดเหตุขณะจะกลับรถเพื่อเข้าซอยบ้าน เห็นรถเก๋งสีขาวและรถสิบล้อขับแซงซ้ายกันมาด้วยความรวดเร็ว พร้อมบีบแตรเสียงดังยาว ก่อนที่รถเก๋งสีขาวจะปาดหน้ารถของตนเพื่อไปเทียบข้าง จังหวะนั้นคนขับรถสิบล้อได้เปิดกระจกลงมาพร้อมใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถเก๋ง 1 นัด จากนั้นรถเก๋งได้ขับหลบหนีไป
ดีเจเจมส์กล่าวต่อว่า ส่วนตนได้ขับตาม รถสิบล้อไปประมาณ 500 เมตร ก่อนจะกลับเข้าบ้าน ตนและภรรยารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนตัดสินใจโพสต์คลิปดังกล่าว อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนให้มีความใจเย็นและให้อภัยกัน ในการขับขี่และขับรถด้วยความมีระเบียบวินัย ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

คุมทำแผนฯ
อีกอย่างที่ชวนตกใจคือหากตนไม่ยอมให้รถ เก๋งแซงขึ้นไป แต่ขับขึ้นไปเองแล้วคนขับสิบล้อเข้าใจผิดยิงใส่รถตน คงเกิดความ สูญเสียขึ้นอย่างแน่นอน เพราะจุดประตูหลังที่กระสุนเข้า เป็นจุดที่ลูกตนนอนอยู่พอดี
ขณะที่ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน ก็ไม่นิ่งนอนใจ สั่งให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคนขับรถสิบล้อดุตั้งแต่คืนที่เกิดเหตุ ขณะที่การสอบปากคำผู้เสียหายให้การว่า ได้ขับรถออกจากบ้านพักเพื่อไปรับแฟนสาวที่ย่านวัชรพล และเมื่อขับมาบนถนนเทพรักษ์ก็มีการขับปาดไปมากับรถสิบล้อ เป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุที่ปรากฏตามคลิป รถสิบล้อก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนทำให้กระจกด้านหลังซ้ายได้รับความเสียหาย
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และตามเส้นทางที่คนขับรถบรรทุกหลบหนี กระทั่งสามารถยึดรถบรรทุกสิบล้อทะเบียน 71-8891 จังหวัดนครปฐม ที่ถูกจอดทิ้งเอาไว้ภายในอู่รถ บริษัทรับจ้างถมดิน ย่านเสรีไทย ส่วนคนขับได้หลบหนีไป
ตำรวจเช็กจนทราบว่าคนขับรถสิบล้อปืนดุราย นี้คือ นายสุรศักดิ์ อินชลานุช หรือ ศักดิ์ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเจ้าของอู่อยู่ระหว่างเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว

นายสุรศักดิ์ อินชลานุช หรือศักดิ์
เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นข่าวใหญ่ตามสื่อ ต่างๆ กระทั่งเมื่อ บ่ายสอง วันที่ 23 ก.พ. นายสุรศักดิ์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พร้อม พ.ต.ท.ปรเมษฐ โพยนอก รอง ผกก.สส., ร.ต.อ.พรชัย ว่องประเสริฐการ รอง สว.สส.สน.บางเขน เพื่อขอมอบตัวรับทราบข้อหา โดยนำอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากการตรวจสอบ เป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์สีดำ แบบออโตเมติก ใช้กระสุนขนาด .380 ม.ม. ไม่มีทะเบียน
จากการสอบสวน สิบล้อปืนดุให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถเก๋งคู่กรณีตามคลิปที่ลงจริง โดยเป็นอาวุธปืนที่ดัดแปลงจากปืน บีบี กัน ซึ่งเก็บได้จากข้างทาง จึงนำมาเก็บไว้ในรถ จนกระทั่งวันเกิดเหตุได้ไปบรรทุกดินจากย่านถนนกำแพงเพชร 6 เพื่อจะนำดินไปลงที่ไซต์งานย่านลำลูกกา

สิบล้อคันก่อเหตุ
ขณะที่กำลังกลับรถ พบว่าคู่กรณีเปิดไฟสูงใส่และกดแตรไล่ยาวๆ หลายครั้ง จนทำให้ตนเองโกรธ จากนั้นก็ขับรถปาดกันไปมา จนมาถึงจุดเกิดเหตุจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงออกไป โดยไม่ได้เจตนาที่จะให้มี ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นไม่พบว่าเคยกระทำผิดมาก่อน
พ.ต.อ.อำนาจกล่าวอีกว่า การที่นายสุรศักดิ์ เดินทางเข้ามอบตัว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ ไม่ถือว่าเป็นการมอบตัว เนื่องจากทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลแล้ว โดยศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ 316/2562 ลงวันที่ 23 ก.พ. ในข้อหาพยายามฆ่า จึงต้องดำเนินการจับกุมตัวทันที และทางตำรวจจะไม่ให้ประกันในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งทางผู้ต้องหาต้องไปยื่นประกันในชั้นศาล

พฐ.ตรวจรอยกระสุน
ตำรวจคุมตัวสิบล้อปืนดุไปทำแผนประกอบคำรับ สารภาพ ขณะที่ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในเรื่องความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เนื่องจากเป็นอาวุธปืนเถื่อน และครอบครองอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดด้านพ.ร.บ.จราจรของคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายนั้น ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของ กฎหมาย
คดีนี้เข้าตำรา ขิงก็รา ข่าก็แรง ไม่มีใครยอมใคร หวังว่าจะเป็นตัวอย่างให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ได้เตือนสติตนเอง อย่าให้ความโมโหโกรธาครอบงำจนต้องเกิดความสูญเสีย