ย้อนเหตุสยองบนรถเมล์
แทงดับ‘น้องเก้า’นร.ม.6
สังเวยปมแค้นต่างสถาบัน
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
สดจากสนามข่าว – เพราะค่านิยมผิดๆ ที่ปลูกฝังกันมาจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ทำให้เกิดการไล่ทำร้ายกันไปมาระหว่างคู่อริต่างสถาบัน แม้นไม่เคยเห็นหน้า หรือมีเรื่องกันมาก่อน ขอเพียงรู้ว่าเรียนอยู่โรงเรียนคู่อริ ก็พร้อมจะคว้าอาวุธเข้าทำร้ายฝ่ายตรงข้ามทันที

ทั้งที่หากไล่เรียงย้อนกลับไป ก็ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าทำไมถึงไม่ถูกกัน ฝ่ายใดที่เป็นตัวเริ่มจุดไฟแห่งความเกลียดชัง หรือแม้นแต่พอเรียนจบ ก้าวออกมาสู่โลกของการทำงาน ความแค้น ความเกลียดชัง จู่ๆ ก็มลายหายไปอย่างไม่มีสาเหตุ
แต่หลายคนไม่โชคดีเช่นนั้น ‘น้องเก้า’ หรือ นายกมลฉัตร แสงอรุณ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนปทุมคงคา ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับแรงแค้นต่างสถาบัน ทั้งที่อีกเพียง 2 วัน เจ้าตัวก็จะสำเร็จการศึกษา ก้าวต่อไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว

นายกมลฉัตร แสงอรุณ หรือน้องเก้า
ย้อนไปเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ. ขณะบรรยากาศบนรถประจำทางสาย 180 ทะเบียน 12-0709 กรุงเทพมหานคร เป็นไปอย่างชิวชิว ด้วยจำนวนผู้โดยสารเพียงไม่กี่คน และสภาพการจราจรบนทางด่วน ที่เคลื่อนตัวได้อย่างคล่องตัว พลันต้องตกใจกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเบาะที่นั่งท้ายรถ
ภาพวัยรุ่น 2 คนกอดปล้ำชกต่อยกัน ไม่ทำให้ช็อกเท่ากับที่อีกฝ่ายหนึ่งชักมีดกระหน่ำแทงเข้าใส่อีกฝ่ายชนิดไม่ยั้ง จนฝ่ายหลังทรุดลงไปนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นรถเมล์ จากนั้นมือมีดจึงเดินมานั่งดูอยู่ห่างๆ กับแฟนสาว
หลังเหตุการณ์สงบ ผู้โดยสารที่หายตกใจพยายามเข้าช่วยปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บในชุดนักเรียนมัธยม ซึ่งร่างชุมโชกไปด้วยเลือด ขณะที่คนขับรถเมล์ตัดสินใจล็อกประตูและรีบขับรถลงทางด่วนท่าเรือก่อนเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าสน.ท่าเรือ

มือมีดถูกจับ
ร.ต.อ.อานนท์ รตน้อย รอง สวป.สน.ท่าเรือ ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ และกำลังตำรวจกรูมาช่วยจับผู้ก่อเหตุ ที่กำลังจะปีนหน้าต่างรถโดยสารหลบหนีเอาไว้ได้ เป็นนักเรียนชาย อายุ 17 ปี ชั้น ปวช. ปี 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านบางจาก พร้อมมีดปอกผลไม้ 1 เล่ม
ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ นายกมลฉัตร แสงอรุณ หรือน้องเก้า อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนปทุมคงคา มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หลังประมาณ 10 แผล คมมีดแทงทะลุปอดอาการสาหัส เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รีบนำตัวส่ง ร.พ.เทพธารินทร์ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ภาพจากวงจรปิด
นายสมพงษ์ โคมทอง อายุ 40 ปี โชเฟอร์รถประจำทางเล่าว่า ตนขับรถออกมาจากสาธุประดิษฐ์มุ่งหน้าราม 2 และรับผู้โดยสารมาเรื่อยๆ กระทั่งขึ้นทางด่วนท่าเรือ แต่ขึ้นมาได้นิดเดียว มีคนบอกว่าเด็กต่อยกันและแทงกันแล้วมีเลือดไหล ตนจึงแจ้ง 191 จากนั้นตัดสินใจวนรถลงทางด่วนอาจณรงค์ มาจอดที่หน้า สน.ท่าเรือ ก่อนเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยจับผู้ก่อเหตุ
พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้เเล้ว จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุให้การว่า ได้ขึ้นรถโดยสารมากับแฟนสาว จากพระราม 3 นั่งอยู่เบาะคู่ฝั่งขวา ก่อนถึงเบาะหลัง โดยผู้ตายขึ้นป้ายกรมศุลกากร มานั่งแถวเบาะหลัง ผู้ก่อเหตุจึงไล่ให้ผู้ตายย้ายไปนั่งที่อื่น ก่อนจะโต้เถียงและชกต่อยกัน
ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุชักมีดมากระหน่ำแทงและพยายามจะหลบหนี แต่คนขับรถเลี้ยวรถเข้ามาในสถานีตำรวจ คดีนี้ผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ตามกฎหมาย หลังสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพแล้ว พนักงานสอบสวนได้คุมตัวไปส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมกับแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องสอบปากคำต่อไป

อาวุธสังหาร
แต่เมื่อตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิดภายในรถเมล์มาตรวจสอบ กลับกลายเป็นหนังคนละม้วนกับคำให้การของมือมีดโหด เพราะภาพจากกล้องแสดงให้เห็นว่าฝ่ายเด็กช่างกลซึ่งอยู่ในชุดนอก เป็นฝ่ายเข้าไปหาเรื่องน้องเก้าที่อยู่ในชุดนักเรียนก่อน หลังจากที่ น้องเก้าถูกแทงบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีได้ช่วยกันปั๊มหัวใจยื้อชีวิต ส่วนนายเอผู้ก่อเหตุนั่งกอดคอแฟนสาว และมองไปที่ร่างของน้องเก้าที่นอนจมกองเลือดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ด้านพี่สาวน้องเก้า เผยทั้งน้ำตาในขณะเดินทางมารับศพน้องชายว่า วันเกิดเหตุน้องชายได้ไปสอบ gat-pat และกำลังเดินทางกลับบ้าน กระทั่งมาเกิดเหตุบนรถเมล์สาย 180 น้องชายเป็นเด็กอัธยาศัยดี เพื่อนฝูงรัก เป็นเด็กที่ค่อนข้างเสียสละ เรื่องเกเรไม่เคยมี ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตที่โรงเรียนที่บ้านและไปเรียนพิเศษเท่านั้น
อีกหนึ่งชีวิตที่ต้องสูญเสีย เพียงเพราะเรียนอยู่กันคนละสถาบัน
พิรยุทธ นิ่มนนท์ เรื่อง/ภาพ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :