คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

รอซิดะห์ ปูซู

สาเล็ม ครู

สุกรี มะดากะกุล

เรื่อง/ภาพ

เหตุการณ์รุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จว.ใต้ ใช่ว่าทุกเหตุการณ์จะเกิดมา จากฝีมือกลุ่มผู้เห็นต่างที่ต้องการสร้างสถานการณ์ แต่มีหลายคดี หลายเหตุการณ์ที่เป็นความขัดแย้งในเรื่องอื่นๆ ทั้งทะเลาะวิวาท ชู้สาว ธุรกิจผิดกฎหมาย หรือแม้แต่ปมการเมืองท้องถิ่น ซึ่งคดีเหล่านี้มีเกิดขึ้นอยู่ทั่วประเทศ ไม่ใช่ในเฉพาะพื้นที่ 3 จว.ใต้ แต่ที่ผ่านมาผู้คนส่วนใหญ่มักโยงเข้ามาเป็นเรื่องความไม่สงบทั้งหมด ซึ่ง ไม่เป็นผลดีกับการแก้ปัญหา

พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดน ภาคใต้ (ศจต.) ในฐานะที่รับผิดชอบโดยตรงในการสืบสวนสอบสวน จึงต้องระดมสรรพกำลังคลี่คลายปมสาเหตุ เพื่อตอบสังคมให้ได้ว่าคดีไหนเป็นการก่อความไม่สงบของกลุ่มผู้เห็นต่าง คดีไหนเป็นคดีความผิดตามกฎหมายอาญา

เช่นเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.พ. สภ.ยะหริ่ง รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงนายสมาแอ ดอเลาะ นายกอบต.ปิยามุมัง เสียชีวิต ขณะกำลังขับรถเดินทางไปทำงาน เหตุเกิดบริเวณสามแยก บ.ปาโต๊ะ ม.5 ต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง จ9349 กรุงเทพฯ ถูกยิงพรุนทั้งคัน ขณะที่นายสมาแอถูกยิงอาการสาหัส พลเมืองดีนำส่งร.พ.ปัตตานี แต่สุดท้ายเสียชีวิตเนื่องจากกระสุนถูกอวัยวะสำคัญ ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้าตกอยู่เกลื่อนถนน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ติดตามคนร้าย รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมกับตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บนเสาไฟฟ้า พบว่าสามารถจับภาพนาทีที่คนร้ายลงมือก่อเหตุได้อย่างชัดเจน

โดยในภาพเห็น 3 คนร้ายสวมหมวกไหมพรมปิดหน้า ใส่เสื้อคลุมแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน พร้อมอาวุธสงคราม ขับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน มาบริเวณที่เกิดเหตุและจอดรอจนรถของนายสมาแอขับมาถึง

จากนั้นคนร้ายถอยรถออกมากลางสามแยก ก่อนจะลงจากรถใช้อาวุธปืนกราดยิงถล่มใส่รถของนายสมาแอ โดยที่ผู้ตายพยายามจะถอยรถหนีแต่ไม่สำเร็จ จากนั้นคนร้ายเปลี่ยน แม็กกาซีนบรรจุลูกใหม่ และกราดยิงใส่อีกครั้ง

หนึ่งในคนร้ายเดินไปเปิดประตูรถเช็กจนแน่ใจว่าเหยื่อ เสียชีวิตแล้ว จึงพากันขึ้นรถขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยรูปแบบวิธีการปฏิบัติการของกลุ่มคนร้ายคล้ายคนที่เคยผ่านการฝึกฝนการใช้อาวุธมาเป็นอย่างดี

ส่วนประเด็นสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนว่า จะเกี่ยวกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่หรืออาจจะเป็นเรื่องขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากนายสมาแอเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เคยเป็นกำนันเก่าแล้วลาออกจากตำแหน่งมาลงสมัครเป็นนายก อบต.ได้ 2 ปีเศษ

คดีนี้ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศจต. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ให้ความสำคัญติดตามคดี จนมีความคืบหน้าเป็นลำดับ โดยหลังเกิดเหตุ 2 วันตำรวจพบรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ คือรถกระบะมิตซูมิชิ รุ่นไทรทัน 4 ประตู ถูกเผาทิ้งข้างสระน้ำของโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ ในพื้นที่บ้านตามง ต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง คาดว่าเป็นการเผาเพื่อทำลายหลักฐาน

จากหลักฐานซากรถตำรวจสืบสวนต่อ จนทราบว่ารถคันนี้เคยเป็นของนายมะซอเร กามาลี อดีตนายก อบต.คลองมานิง ที่เพิ่งมีการโอนเปลี่ยนมือไปไม่นาน โดยผู้ครอบครองคนปัจจุบันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น นายอิสมาแอ มะดีเยาะ อดีตรองนายก อบต.ปิยามุมัง นั่นเอง

ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายอิสมาแอได้ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ก่อนพาไปสอบสวนที่ศูนย์ ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี จนในที่สุดก็ได้รายละเอียดครบถ้วน ก่อนตามจับกุมคนร้ายที่เหลือได้อีกหลายคน

วันที่ 23 ก.พ. พล.ต.ท.รณศิลป์ เดินทางไปที่ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าในการคลี่คลายคดี โดยมี พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี รายงานว่า ได้มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยสังหารนายสมาแอแล้วจำนวน 8 ราย โดย 7 รายเจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจกฎอัยการศึกควบคุมตัวเพื่อสืบสวนสอบสวนที่ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี

ล่าสุดจับกุมนายสาอุดี วามิง ทำหน้าที่ขับรถให้มือปืนในวันเกิดเหตุ ซึ่งรับว่านำอาวุธปืนไปทิ้งในคลอง ม.4 ต.ปิยามุมัง ก่อนจะนำรถกระบะที่ใช้ ก่อเหตุไปเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ส่งชุดประดาน้ำลงไปงมหาอาวุธปืนในบึง ซึ่งอยู่ในโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ ใช้เวลาไม่นานก็พบอาวุธปืนสงครามทั้งเอ็ม 16 และอาก้า รวม 4 กระบอก พร้อมเสื้อผ้าที่คนร้ายใส่วันเกิดเหตุ

พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวว่า จากการสืบสวนร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง สรุปได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องความขัดแย้งด้านการเมืองท้องถิ่น และเรื่องส่วนตัว ซึ่งคดีที่เกิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งประชาชนโดยทั่วไปจะมองว่าเป็นคดีความมั่นคงทั้งหมด แต่ที่จริงแล้วคดีกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่คดีความมั่นคง

“ขอให้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ จะทำงานร่วมกัน และตอบคำถามของประชาชน ตอบคำถามสังคมได้ทุกข้อ ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร อย่างไร” พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวอย่างมั่นใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน