ปิดคดีแก๊งแว้นโคราช รุมตื้บ2หนุ่มคาไฟแดง อ้างฉุนเบิ้ลรถเสียงดัง

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ปิดคดีแก๊งแว้นโคราช – คลิปสั้นๆ เพียงแค่ 23 วินาที ที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ทำเอาตำรวจโรงพักเมืองนครราชสีมาถึงกับนั่งไม่ติด เพราะเพียงกลุ่มเด็กแว้นขี่จยย.ป่วนเมืองก็สร้างความเดือดร้อนรำคาญพอแรงแล้ว แต่นี่ยังเหิมเกริมรุมทำร้ายคนกลางแยกไฟแดง

ปิดคดีแก๊งแว้นโคราช รุมตื้บ2หนุ่มคาไฟแดง อ้างฉุนเบิ้ลรถเสียงดัง : สดจากสนามข่าว

ภาพจากคลิป

พฤติกรรมไม่ยี่หระกฎหมายบ้านเมือง ทำให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ต้องลงมาจี้คดีด้วยตัวเองจนสามารถติดตามตัวกลุ่มแว้นเถื่อนมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว

กลางดึกวันที่ 25 พ.ค. กลุ่มเด็กแว้นกว่า 50 คัน อยู่บนถนนภายในตัวเมืองนครราช สีมา จอดติดไฟแดงบริเวณสี่แยกพีกาซัส เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ครู่เดียวมีกลุ่มวัยรุ่น 7-8 คน ปรี่เข้ารุมทำร้ายทั้งเตะและต่อยวัยรุ่นชาย 2 คน ที่กำลังคร่อมรถมอเตอร์ไซค์อยู่ จนทำให้ชายที่นั่งอยู่ข้างหลังมอเตอร์ไซค์ ต้องวิ่งหนีตาย ส่วนผู้ขี่นั้นได้ถูกกลุ่มชายทั้งเตะและต่อยจนสลบคาถนน ก่อนผู้ลงมือก่อเหตุทั้งหมดจะขี่มอเตอร์ไซค์หลบหนีไปในความมืด ซึ่งภาพเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นด้วยกันถ่ายภาพได้และนำมาเผยแพร่

ปิดคดีแก๊งแว้นโคราช รุมตื้บ2หนุ่มคาไฟแดง อ้างฉุนเบิ้ลรถเสียงดัง : สดจากสนามข่าว

หลักฐานเอาผิด

พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เผยว่า หลังเกิดเหตุ ได้ร่วมกับ พ.ต.ต.อุกกฤษฏ์ แพงไธสง สว.สืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา และชุดสืบสวน สอบปากคำนายวชิรพงษ์ สียงค์พะเนา อายุ 19 ปี ผู้บาดเจ็บและเพื่อนผู้ได้รับบาดเจ็บ เกี่ยวกับสาเหตุที่เกิดขึ้น หลังจากนี้จะดำเนินมาตรการกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายบนถนนอย่างจริงจัง เพราะโคราชไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปล่อยไว้ จะดำเนินการจับกุมอย่างเฉียบขาด และนำบุคคลที่อยู่ในคลิปทั้งหมด 7-8 คน มาดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย

นายวชิรพงษ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า คืนวันเกิดเหตุ ตนไปเที่ยวกับเพื่อน หลังจากนั้นจะเดินทางกลับบ้าน แต่มาติดแยกไฟแดง ก็มีกลุ่มวัยรุ่นขี่จักรยานยนต์มาจอดติดไฟแดงกันเป็นจำนวนมาก แล้วมาถามตนว่าบ้านมึงอยู่ไหน ก่อนจะเอาหมวกกันน็อกตีเข้าที่หัวเพื่อนที่ซ้อนท้ายอยู่ด้านหลัง จากนั้นตนก็โดนรุมทำร้ายจนสลบ คาถนน ส่วนเพื่อนวิ่งหลบหนีไปได้ กลุ่ม วัยรุ่นดังกล่าวก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์หลบหนีไปในความมืด ส่วนตนถูกเพื่อนพาไปพักฟื้นเพื่อดูอาการที่บ้าน

ปิดคดีแก๊งแว้นโคราช รุมตื้บ2หนุ่มคาไฟแดง อ้างฉุนเบิ้ลรถเสียงดัง : สดจากสนามข่าว

รองผบ.ตร.มอบรางวัล

ขณะที่นางสุนทร พื้นทะเล แม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าทั้งน้ำตาว่า อยากถามไปถึงคนที่ทำร้ายร่างกายลูกว่า ทำเพื่อสาเหตุอะไร ทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้ ลูกก็ไม่ได้มีเรื่องด้วยหรือรู้จักกันมาก่อน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ทะเลาะวิวาทนั้น ตนไม่ทราบ อยากให้ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท. พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พ.ต.อ. คเชนท์ เสตะปุตตะ ผกก.สภ.เมืองนครราช สีมา พ.ต.ต.อุกกฤษฏ์ แพงไธสง สว.สส. ร่วมกันสอบปากคำ 8 ผู้ต้องหาก่อเหตุรุมทำร้ายนายวชิรพงษ์ กับเพื่อน

โดยผู้ก่อเหตุมีอายุระหว่าง 16-25 ปี ประกอบด้วยนายเฉลิม หรืออั๋น ทองเหลืองสุข อายุ 25 ปี นายอเนก หรือ เขียว จ้าวค้างพลู อายุ 20 ปี นายสิรยศ หรือ อืด สมดี อายุ 19 ปี นายวัน(นามสมมติ) อายุ 17 ปี นายสอง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นาย วุฒิภัทร หรือ ตาล ภู่ลาพงษ์ อายุ 20 ปี นายสาม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และนาย สราวุฒิ หรือ ข้น ชูจันอัด อายุ 25 ปี

ปิดคดีแก๊งแว้นโคราช รุมตื้บ2หนุ่มคาไฟแดง อ้างฉุนเบิ้ลรถเสียงดัง : สดจากสนามข่าว

สอบเหยื่อแว้นโหด

ทั้งหมดรับสารภาพว่าทำจริง โดยนายเฉลิม หรือ อั๋น ให้การว่า ก่อนเกิดไปเที่ยวในตัวเมืองนครราชสีมา จากนั้นได้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เล่นไปตามถนนสายต่างๆ เป็นกลุ่ม กระทั่งจอดรถติดไฟแดงบริเวณแยกพีกาซัส ก็พบรถของนายวชิรพงษ์ มีการเร่งเครื่องเสียงดังถึง 3 ครั้ง ทำให้เกิดความไม่พอใจ เหมือนเป็นการดูถูก ตนพร้อมเพื่อนซึ่งมีอาการเมาอยู่แล้ว ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงลงมือทำร้ายผู้เสียหาย

ตำรวจแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ต้องขอชื่นชมการปฏิบัติงานของตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ที่สามารถติดตามจับกุมตัวกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั่วไปต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนี้ในคดีมีการก่อเหตุภายใน โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมานั้น ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราช สีมา ท้องที่เกิดเหตุก็สามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที และจับกุมผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดีไปแล้ว ซึ่งเป็นไปตามแผนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบนโยบายและแนวปฏิบัติให้กับสถานีตำรวจภูธรทั่วประเทศ ให้มีการซักซ้อมและมีแผนระงับเหตุต่างๆ ไว้อย่างต่อเนื่อง ตนเองจึงได้มอบเงินรางวัลเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีผลงานทั้งสองสถานีนี้

“สนง.ตำรวจแห่งชาติได้มอบนโยบายและสั่งการให้ตำรวจทุกภาคและทุกสถานีทั่วประเทศได้มีการวางแผนซักซ้อมการเผชิญเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในสถานที่ราชการ โดยเฉพาะโรงพยาบาลทุกแห่งในพื้นที่ หากสถานีตำรวจแห่งใดปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามและถ้ามีเหตุเกิดขึ้นก็ไม่มีแผนรองรับ หัวหน้าสถานีตำรวจและตำรวจที่เกี่ยวข้องก็จะถูกลงโทษทันที” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าว

ทำดีก็ต้องตบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ หากย่อหย่อนก็ว่ากันไปตามระเบียบ

ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

เกษม ชนาธินาถ

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน