คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
กฤษณะ เชิญธงไชย
เรื่อง/ภาพ
สายวันที่ 6 มี.ค. นางปราณี ตาแสงร้อย อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 6 ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เดินทางมาที่ ห้องพักบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 6 ต.แม่ฮ้อยเงิน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ด้วยอาการร้อนรน ด้วยนายปริญญา ใจจาย หรือ ไอซ์ อายุ 24 ปี ลูกชายสุดรักที่มีจิตใจเป็นหญิงสาว ขาดการติดต่อเงียบหายไปตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.
ลางร้ายเริ่มปรากฏเมื่อเจ้าตัวได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากภายในห้องที่ปิดล็อกกุญแจอย่างแน่นหนาจากด้านนอก แม้นจะสวดมนต์อธิฐานขอให้เรื่องที่คิดอยู่ในใจไม่เป็นจริง แต่พลันที่ประตูห้องถูกเปิดออก เจ้าตัวก็ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นห้อง

พ.ต.ท.พิสิษฐ์ ศรีจันทร์ หัวหน้า สภ.แม่โป่ง พ.ต.ท.อำนาจ ทองแท้ สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรแม่โป่ง และชุดสืบสวน รีบเดินทางไปตรวจสอบทันที่ที่ได้รับแจ้งเหตุร้าย ภายในห้องตำรวจพบศพ นายปริญญา สาวประเภทสอง นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สภาพศพขึ้นอืด ถูกห่อด้วยผ้าห่มนวมลายการ์ตูน ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าบริเวณหน้าอกจำนวน 2 แผล และลำคออีก 1 แผล
ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาราว 4-5 วัน จึงนำศพส่งชันสูตรที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

จากการสอบสวน นางปราณี มารดาผู้ตาย ให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของตน โดยให้ลูกอยู่เพราะลูกชอบความเป็นส่วนตัว โดยตนติดต่อลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นก็เงียบหายไป ตนพยายามออกตามหาแต่ก็ไม่พบ อีกทั้งที่ร้านเซเว่นฯทำงานอยู่ก็ไม่ได้ไปทำงาน จึงย้อนมาตามที่บ้านอีกครั้งก่อนได้กลิ่นเหม็นออกมาจากห้อง ไม่คาดคิดเลยว่าลูกจะถูกฆ่าตายหมกอยู่ในห้อง
นางปราณีให้การอีกว่า ลูกมีแฟนหนุ่มคนหนึ่งชื่อนายเปี๊ยก เคยมานอนที่ห้องที่เกิดเหตุ แต่ทราบว่าหายตัวไปหลายวันแล้ว ตนเชื่อว่านายเปี๊ยกน่าจะเป็นคนร้ายที่ลงมือฆ่าลูกตนอย่างแน่นอน โดยอาจจะฆ่าตั้งแต่ก่อนวันที่ 2 มี.ค. เพราะตอนที่โทร.มานายเปี๊ยกเป็นคนรับสายและตนก็ไม่ได้คุยกับลูก
“ฉันเห็นว่าลูกมันรักก็ไม่ได้ว่าอะไร บางครั้งฉันยังเอากับข้าวมาให้กินด้วยซ้ำ ลูกฉันกำลังจะไปรับรางวัลพนักงานดีเด่นที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ อยู่แล้ว แต่ก็ต้องมาถูกสังหาร คนร้ายนั้นเป็นคนมาจากที่อื่น ฆ่าลูกฉันเสร็จก็เอาผ้าห่มคลุมไว้ กว่าฉันจะมาพบศพลูกก็ปาเข้าไป 5 วันแล้ว คนร้ายเหี้ยมโหดมาก อยากให้ตายตกไปตามกัน เพราะติดคุกไม่เท่าไหร่ เดี๋ยวพ้นโทษ ก็ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก” นางปราณีกล่าวด้วยความโกธร
ขณะที่ตำรวจสอบสวนพยานทราบว่า ผู้ตายมีฐานะดี และมาอยู่กินกับชายหนุ่มชื่อเปี๊ยกได้ราว 3 เดือน แต่ช่วงหลังทั้งสองคนมีเรื่องทะเลาะกันอย่างหนักบ่อยครั้ง เพราะนายเปี๊ยกเชื่อว่าผู้ตายปันใจไปมีคนอื่น ซึ่งหลังพบศพก็ไม่มีใครเห็นนายเปี๊ยก ที่หายตัวไปและติดต่อไม่ได้
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ สั่งระดมนักสืบมือดี ทั้ง พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ปกรณ์ ผาทอง ผกก.สส.ภ. จว.เชียงใหม่ พ.ต.ท. ไกรศรี จุฬพรรค์ รอง ผกก.สส. นำกำลังชุดสืบสวนทั้งสืบ จังหวัดและสภ.แม่โป่ง ตรวจสอบจนได้ข้อมูลว่านายเปี้ยก มีชื่อจริงว่า นายเทวินทร์ บำรุงไทย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 1 ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
เมื่อรู้ตัวชัดเจนตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลักทรัพย์” ก่อนระดมออกติดตามไล่ล่าตัว รวมทั้งกดดันตามญาติพี่น้องเพื่อนฝูงคนรู้จักอย่างหนัก จนสุดท้ายนายเทวินทร์ เห็นว่าอย่างไรเสียก็หนีไม่รอดแน่แล้ว จึงตัดสินใจเข้ามอบตัว เมื่อตีสองของวันที่ 9 มี.ค.
เบื้องต้นนายเทวินทร์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่านายปริญญาถึงแก่ความตายเนื่องจากความหึงหวง และทะเลาะกันในเรื่องที่ตนนำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มตลาดสดแม่เหี้ยะ
โดยในคืนเกิดเหตุผู้ตายหยิบมีดปลอกผลไม้จะมาแทง ตนจึงแย่งมีดจนพลักมีดแทงถูกบริเวณหน้าอกผู้ตายจนทรุดล้มลงที่เตียงนอน ก่อนจะเสียชีวิตจึงนำผ้าห่มมาห่มไว้ โดยคืนนั้นก็นอนอยู่ในห้องกับศพ ผู้ตาย จนช่วยบ่ายวันรุ่งขึ้นจึงหลบหนีไป หลังเกิดเหตุแล้วตนสำนึกผิดประกอบกับถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เข้ามอบตัวเพื่อขอชดใช้กรรมที่ก่อขึ้น
เย็นวันเดียวกัน ตำรวจนำนายเทวินทร์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่จุดเกิดเหตุท่ามกลางชาวบ้านมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก ต่างพากันตะโกนสาปแช่ง ผู้ต้องหาให้ตายตกตามกันไป

หลังทำแผนในห้องเสร็จตำรวจเชิญนางปราณี แม่ผู้ตายเข้ามาในห้องที่เกิดเหตุ และให้ผู้ต้องหากราบขอขมา โดยนางปราณีใช้กำปั้นทุบและเท้าถีบผู้ต้อง หาเพื่อระบายแค้น ทางญาติก็ฮือกันจะเข้าทำร้าย ตำรวจจึงรีบนำตัวผู้ต้องหาออกจากที่เกิดเหตุ แต่ระหว่างทางมาขึ้นรถตำรวจ ก็โดนญาติๆ และชาวบ้านฮือกันรุมประชาทัณฑ์
กว่าจะเอาตัวกลับไปส่งดำเนินคดีได้ ก็เล่นเอาโดนกันไปหลายตุบ น่วมไปทั้งตำรวจและผู้โดยสาร