ย้อนนาทีล่าจับระทึก! หนุ่มซิ่งเก๋งหนี–ชนดะ เจอประวัติเคยยิงสู้ตร.
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
เรื่อง/ภาพโดย อดิศร จิตตเสวี
หนุ่มซิ่งเก๋งหนี–ชนดะ – วงการค้ายาเสพติดเมื่อลองถลำตัวเข้าไปแล้วใช่ว่านึกอยากจะเลิกก็ เลิกกันได้ง่ายๆ ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรู้มาก ไม่มีทางที่กลุ่มขบวนการจะปล่อยไปได้ ฉะนั้นเมื่อเข้ามาแล้วพึงสังวรไว้เลยว่า สุดสายปลายทางมีแค่ตายกับติดคุกให้เลือกเพียงเท่านั้น
เช่นรายของหนุ่มวัย 34 ปี ที่แม้จะเคยถูกเจ้าหน้าที่ยิงบาดเจ็บขณะเข้าจับกุมมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังคงวนเวียนยุ่งเกี่ยวกับวงการยาเสพติด จนกลายเป็นที่มาของเหตุล้อมจับระทึก จนบาดเจ็บกันไปทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตัวเอง

สภาพที่เกิดเหตุ
ย้อนไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค. พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง, พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ รอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่สายตรวจประสบอุบัติเหตุ ขณะติดตามคนร้ายค้ายาเสพติดที่บริเวณปากซอยโกสุม ร่วมใจ 43 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส ทะเบียน กย 4274 นครปฐม สภาพด้านหน้ารถพังยับ หลังพุ่งชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง จอดขวางถนนอยู่ นอกจากนี้ยังพบรถ จยย.ฮอนด้า ทะเบียนตราโล่ 06243 ของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ถูกชนอัดเข้าไปที่ตึกแถวเลขที่ 7/92 และพบรถ จยย.ฮอนด้า ทะเบียนตราโล่ 06281 ของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ที่ถูกชนขวางถนน นอกจากนี้ยังมีตู้กระจกใส่กับข้าวของร้านอาหารตามสั่ง และร้านขายเสื้อผ้าของชาวบ้าน รวมทั้งรถ จยย.ที่อยู่หน้าตึก ถูกชนจนกระจัดกระจาย

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
จากการตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย ส.ต.ท.วทัญญู สุทธิบริบาล ได้รับบาดเจ็บที่มือขวา ส.ต.ท.จักรพงษ์ ไชยรถ บาดเจ็บแขนหัก ส.ต.ท.ทรงเกียรติ บุญมีมาก ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ
ขณะที่ภายในรถเก๋งโตโยต้าพบผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งอยู่ ทราบชื่อต่อมาคือ นายอรรถพล โพธิ์สุวรรณ อายุ 34 ปี จากการตรวจค้นในตัวพบอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. พร้อมกระสุนปืน 7 นัด สภาพพร้อมใช้งาน ส่วนข้างเบาะพบกระสุนอีก 8 นัด ยาไอซ์ 30 กรัม
พ.ต.ท.ต่อศักดิ์สอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สายตรวจชุดจู่โจม ทราบว่าขณะออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ จนมาถึงบริเวณซอยโกสุมร่วมใจซอย 8 ก็พบรถเก๋งคันดังกล่าวลักษณะต้องสงสัย จึงขอตรวจค้น แต่คนขับกลับไม่ยอมและถอยรถหนีอย่างเร็ว ก่อนออกถนนใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามมา

จนมาถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพยายามขับรถ จยย.ขวางทาง คนร้ายจึงขับพุ่งชนทั้งตำรวจทั้งรถจนกระเด็นไปอัดกับตึกแถว ก่อนที่รถเก๋งจะหมุนไปฟาดกับเสาไฟไปต่อไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวดังกล่าว
พ.ต.ท.ต่อศักดิ์เผยว่า จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบว่าสวมทะเบียนปลอม โดยผู้ครอบครองคือ น.ส.จารุวรรณ ก้านสำโรง ส่วนทะเบียน เป็น กท 9646 นครศรีธรรมราช ที่คาดว่าเป็นทะเบียน ที่แท้จริง ซึ่งจะได้สอบสวนว่าเป็นรถที่ถูกขโมยมา หรือมีความเกี่ยวข้องอย่างใดกับคนร้ายซึ่งจะได้ขยายผลต่อไป

สอบพยาน
ระหว่างที่นายอรรถพลที่บาดเจ็บบริเวณใบหน้าและต้นคอยังนอนรักษาตัวอยู่ ยังให้การอะไรไม่ได้ ตำรวจก็ตรวจสอบประวัติเจ้าตัวจนพบว่าไม่ใช่ธรรมดา มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ สน.สายไหม, ดินแดง, บางเขน รวมถึงที่ จ.ปทุมธานี
โดยเฉพาะเมื่อกลางดึกวันที่ 29 มิ.ย. 2561 นายอรรถพลใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับตำรวจสายตรวจโรงพักบางเขน จนได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุม คดีดังกล่าวก็มีพฤติกรรมคล้ายๆ กัน โดยขณะที่พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน ซึ่งขณะนั้นเป็น สวป.สน.บางเขน หัวหน้าชุดจู่โจม ออกปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณปากซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 แล้วพบนายอรรถพลขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาท่าทางมีพิรุธจึงเรียกขอตรวจค้น
แต่ปรากฏว่านายอรรถพลขี่รถหลบหนีเข้าไปในซอย เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจนกระทั่งนายอรรถพลจอดรถแล้ววิ่งข้ามถนนเข้าไปในซอยโชคดี 1 แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจที่วิ่งไล่ติดตามจับกุม 5 นัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ กระสุนถูกนายอรรถพลเข้าที่แก้มซ้าย, ต้นขาขวา และน่อง รวม 3 นัด บาดเจ็บสาหัส

ขณะถูกจับเมื่อปี 61
จากการตรวจค้นภายในตัวพบยาไอซ์ น้ำหนัก 5 กรัม ส่วนบนพื้นถนนมีอาวุธปืนกล็อกตกอยู่ 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนตกอยู่เกลื่อนพื้น และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จากนั้นหน่วยกู้ภัยนำตัวส่งร.พ.ภูมิพล ซึ่งในครั้งนั้นนายอรรถพลต้องรักษาอยู่ร่วมเดือน ก่อนถูกส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนได้ประกันตัว ต่อมาเมื่อ 2 เดือนก็ถูกตำรวจ สน.สายไหม จับกุมคดียาเสพติดอีกครั้ง และเพิ่งประกันตัวออกมา แล้วก็มาก่อเหตุอีกในครั้งนี้
ใช้ชีวิตวนเวียนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ชีวิตก็หนีไม่พ้นต้องพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ตลอด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง