อุทาหรณ์สยองเมืองคอน

แค่เคลียร์ปมขโมย‘สะตอ’

สุดท้ายตาย-จบด้วยปืน

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

อุทาหรณ์สยองเมืองคอน แค่เคลียร์ปมขโมย‘สะตอ’ สุดท้ายตาย-จบด้วยปืน – ‘สะตอ’ เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ตระกูลถั่ว ในทางการแพทย์แผนไทยมักใช้เมล็ดเพื่อช่วยขับลมในลำไส้ แก้ปัสสาวะพิการ ไตพิการ เมล็ดสะตอมีกลิ่นเหม็นฉุน นิยมรับประทานคู่กับน้ำพริก หรือผัดกะปิ

ความนิยมชมชอบสะตอของชาวปักษ์ใต้มีมากเสียจนหลายๆ ครั้งมีเรื่องทะเลาะวิวาทของคนบ้านใกล้เรือนเคียง เพราะดอดไปขโมยสะตอจากต้นที่อยู่ในที่ทางของเพื่อนบ้าน

แต่คงไม่มีครั้งไหนจะรุนแรงขนาดต้องถึงเลือดถึงเนื้อถึงชีวิต ดังคดีล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นที่ อ.ฉวาง เมืองคอน

เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงค่ำวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อพ.ต.ท.หญิงเสาวลักษณ์ สุวรรณมณี สว.(สอบสวน) สภ.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่ร้านขายของชำ เลขที่ 209 หมู่ 2 ต.ไม้เรียง

 

หลังรับแจ้งเหตุจึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จตุพงศ์ ใจแกล้ว ผกก.สภ.ไม้เรียง, พ.ต.ท.สมชาย มวยดี รอง ผกก.ป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง เจ้าหน้าที่ พฐ. เจ้าหน้าที่มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ จุดไม้เรียง

ที่เกิดเหตุพบศพ นายอุทัย สนิทพิมพาภรณ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/1 หมู่ 2 ต.ไม้เรียง นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สภาพถูกยิงด้วยปืนขนาด .357 เข้าชายโครงขวา 2 นัด

ผู้เสียชีวิต

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ น.ส.อารยา สุดเสน่ห์ อายุ 39 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าแขนซ้าย 1 นัด เลือดโชก เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราชฉวาง

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพาผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ไปยังร้านที่เกิดเหตุเพื่อพูดคุยเจรจากับ นายวันโน เรียมรักษ์ อายุราว 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ 4 ต.นาเขลียง อ.ฉวาง ที่มีเรื่องระหองระแหงกันมาช้านาน เพราะทราบว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งวงก๊งสุรากับเพื่อนที่ร้านดังกล่าว

สาเหตุเพราะไม่พอใจที่คู่อริรุ่นน้องกล่าวหาว่าเข้าไปขโมยสะตอที่ปลูกไว้ในสวน

ทันทีที่เห็นหน้าอีกฝ่ายนายอุทัยผู้ตายก็ตรงเข้าไปต่อว่าทันที เพราะโกรธแค้นที่ถูกกล่าวหา จนกลายเป็นมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

มือปืน

จังหวะนั้นเองนายวันโนสังเกตเห็นบริเวณเอวของนายอุทัยเหน็บปืนจนตุงอยู่ จึงรีบชักอาวุธปืนขนาด .357 ที่พกมาเปิดฉากยิงใส่นายอุทัย 3 นัดซ้อน เข้าเป้า 2 นัด จนนายอุทัยล้มลงจมกองเลือดขาดใจตายทันที โดยไม่ทันได้ชักเขี้ยวเล็บที่พกมาตอบโต้สักนิดเดียว

พกปืนมาคุย แต่ไม่ทันได้ใช้

ส่วนอีกนัดหลงไปถูกน.ส.อารยาที่บังเอิญขี่รถจักรยานยนต์ผ่านเข้าทางปืนมาพอดี จนได้รับบาดเจ็บไปด้วยอีกราย

หลังหายตกใจจากเหตุไม่คาดฝันผู้ใหญ่บ้านก็กระโดดเข้าปล้ำเพื่อจับกุมตัว แต่นายวันโนสลัดจนหลุด ทำให้ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวที่มีอยู่กว่า 10 ชีวิต ต่างวิ่งเข้าที่กำบังหนีตายกันโกลาหล เพราะกลัวว่านายวันโนจะคลุ้มคลั่งไล่ฆ่าผู้คน แต่นายวันโนกลับยังมีสติดีวิ่งหนีไปกับความมืด

พ.ต.อ.จตุพงศ์เผยว่า สำหรับสาเหตุมาจากนายอุทัยกับนายวันโนมีปัญหากันมานานแล้ว และระหองระแหงกันมาตลอด กระทั่งมาเกิดเรื่องโจรเข้าลักขโมยสะตอของนายวันโนในสวน และกล่าวหาว่านายอุทัยเป็นคนลัก

นายอุทัยจึงพาผู้ใหญ่บ้านไปพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่ทั้งสองฝ่ายต่างมีปืนทั้งคู่ และพูดจากันไม่รู้เรื่อง จึงยิงกันต่อหน้าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคนจนนายอุทัยเสียชีวิต และน.ส.อารยาถูกลูกหลงบาดเจ็บไปด้วย

เมื่อมีพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุสยองให้การชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดทุ่งสง ข้อหาฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมระดมกำลังออกไล่ล่า แต่นายวันโนก็หายตัวไปไร้ร่องรอย

ต่อมาวันที่ 20 มิ.ย. นายวันโนมือปืนวัยดึกให้ญาติประสานเจ้าหน้าที่ว่าจะติดต่อขอเข้ามอบตัว

แต่ต้องรอให้พิธีฌาปนกิจนายอุทัยเสร็จสิ้นเสียก่อน เนื่องจากเกรงว่าหากมามอบตัวในตอนนี้จะไม่ได้รับความปลอดภัยจากญาติของนายอุทัยที่ยังโกรธแค้นอยู่

อีกหนึ่งอุทาหรณ์จากเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียว แต่ลุกลามบานปลายกลายเป็นฝ่ายหนึ่งต้องมาตายด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขณะที่อีกฝ่ายก็ต้องเข้าไปใช้ชีวิตวัยชราที่เหลืออยู่หลังมุ้งสายบัว

สุเชษฐ์ แรกรุ่น

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน