ตร.ปิดคดีสยองสงขลา
ฆ่าเปลือย‘สาวโอเกะ’
ลูกค้าหนุ่มโร่มอบตัว
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ตร.ปิดคดีสยองสงขลา – ชีวิตสาวทำงานกลางคืน ต้องเผชิญกับความเสี่ยงภัยนานาชนิด ยิ่งทำงานในร้านเหล้า ร้านคาราโอเกะ หากปล่อยตัวปล่อยใจเป็นทาสสุราไปด้วยแล้ว โอกาสที่จะไม่ได้เห็นตะวันขึ้นก็มีเพิ่มขึ้น

สภาพศพสาวโอเกะ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 ก.ค. พ.ต.อ.ภูวนารถ แก้วน้อย ผกก.สภ.ม่วงงาม, พ.ต.ท.สุวิทย์ กมลเจริญ สว.ป., ร.ต.อ.วิโรจน์ สุวรรณกิจ รอง สว.ป. ร.ต.อ.เกียรติ พีรฉัตรปกรณ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ม่วงงาม นำกำลังสายตรวจและชุดสืบสวน พร้อมด้วยทีมแพทย์โรงพยาบาลสิงหนครไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพผู้หญิงถูกฆ่า ทิ้งศพไว้บริเวณที่ดินว่างเปล่าที่มีการถมที่ กลาง ทุ่งนา บ้านบ่อกลอง ม.2 ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ที่เกิดเหตุพบศพ นางพิศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ สภาพนอนหงาย บริเวณใบหน้าถูกตีด้วย ก้อนหินจนเละ ร่างกายท่อนล่างเปลือยเปล่า กางเกงยีนส์ขาสั้นถูกถอดออกอยู่ใต้ ขาขวา ส่วนกางเกงในถูกถอดออกมาคาอยู่ที่เท้าซ้าย และเสื้อยืดสีเหลืองถูกถลกขึ้นเหนือราวนม ข้างศพพบกระเป๋าของ ผู้ตายวางอยู่ด้วย พร้อมกับรองเท้าอีก 1 คู่ นอกจากนี้ ยังพบนาฬิกาอีก 1 เรือนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นนาฬิกาของผู้ชายและคาดว่าน่าจะเป็นของคนร้ายที่ทำตกไว้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นจากสภาพศพสันนิษฐานว่าจะถูกข่มขืนแล้วฆ่าปิดปาก

ทำแผนฯหน้าร้านโอเกะ
ตำรวจสอบสวนนางปราณี จำอินทร์ เจ้าของร้านยอดฟ้าคาราโอเกะ บอกว่า ปกติผู้ตายจะแวะเวียนมาทำงานที่ร้านบ้างเป็นบางครั้ง ไม่แน่นอน และมีนิสัยติดเหล้าขาวอย่างหนัก ซึ่งลูกค้าขาประจำที่ร้านจะรู้จักนิสัยใจคอเป็นอย่างดี และส่วนใหญ่จะชอบไล่ไม่ให้มานั่งโต๊ะด้วย
ในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำผู้ตายก็นั่งดื่ม เหล้าขาวอยู่บริเวณร้าน และได้เดินถือแก้วไปขอเบียร์จากลูกค้าหนุ่มโต๊ะหนึ่งที่ทราบแค่ชื่อเล่นว่า เอ และตอนนั้นก็มี เด็กเสิร์ฟคนอื่นในร้านคอยนั่งให้บริการ อยู่แล้ว ก่อนที่ผู้ตายจะเดินกลับออกมา และพูดว่า ถ้าไม่ได้ไอ้เอคืนนี้จะไม่ยอม จะไปกับไอ้เอ เด็กเสิร์ฟที่นั่งอยู่ก่อน จึงให้ผู้ตายได้นั่งดื่มต่อกับชายที่ชื่อเอ จนกระทั่งถึงเวลาร้านปิดในช่วงเที่ยงคืนครึ่ง ก่อนที่ต่างคนจะแยกย้ายกันเดิน ทางกลับ

ทำแผนฯที่เกิดเหตุ
ไม่มีใครเห็น หรือทราบว่า ผู้ตาย ได้นั่งซ้อนท้าย หรือนัดแนะเจอกับชายที่ชื่อเอนั้นอีกหรือไม่ มารู้เอาอีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค.ว่า มีคนไปพบเป็นศพไปแล้ว
จากการประเมินเหตุการณ์ตำรวจคาดว่า ผู้ตายน่าจะถูกลวงมาเพื่อข่มขืน แต่ขัดขืนและถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนถูกคนร้ายลงมือข่มขืนแล้วใช้ก้อนหินตีเข้าตีใบหน้าหลายครั้งจนเละเพื่อ ฆ่าปิดปาก ชุดสืบสวนจึงเร่งสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุ ส่วนศพแพทย์ได้นำไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุของการเสีย ชีวิต รวมทั้งร่องรอยของการ ถูกข่มขืน
ใช้เวลาไม่นานก็ได้ข้อมูลว่าลูกค้าที่ผู้ ตายออกไปด้วย คือนายเรืองศิลป์ ยัฆพันธ์ หรือเอ อายุ 38 ปี ซึ่งก็เป็นคนในพื้นที่จังหวัดสงขลานั่นเอง ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ม่วงงาม รีบติดตามนาย เรืองศิลป์ ไปที่บ้านของแม่และวัดที่พ่อของนายเรืองศิลป์บวชอยู่ แต่ก็ไม่พบตัว
สุดท้ายเพียงวันเดียวตำรวจก็ปิดคดีลงได้ เมื่อนายเรืองศิลป์ทนแรงกดดันของตำรวจไม่ไหวจึงประสานญาติพาเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ภูวนารถ แก้วน้อย ผกก.สภ.ม่วงงาม ก่อนถูกแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”
นายเรืองศิลป์ให้การรับสารภาพหลังเข้า มอบตัวว่า ในคืนเกิดเหตุตน ได้ไปนั่งดื่มเบียร์ที่ร้านยอดฟ้าคาราโอเกะจนเมา และผู้ตายซึ่งเป็นพนักงานเสิร์ฟก็นั่งดื่มเหล้าขาวอยู่ในร้านด้วยและเมา เหมือนกัน เมื่อร้านปิดผู้ตายได้บอกให้ ตนช่วยขับรถไปส่งที่บ้าน จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน
ด้วยความที่เมาด้วยกันทั้งสอง ผู้ตายได้ชี้ให้เลี้ยวรถกลับไปกลับมาจนไม่รู้ว่าจะขับไปทางไหน จนตนเกิดความรำคาญ พอผู้ตายบอกว่าปวดปัสสาวะ ตนจึงจอดรถจยย.ตรงจุดที่เกิดเหตุเพื่อที่จะทิ้งผู้ตายเอาไว้ ช่วงจังหวะที่ผู้ตายได้ลงไปปัสสาวะจึงพยายามขับรถหนี แต่ถูกผู้ตายวิ่งมาดึงตัวเอาไว้และทุบตีด้านหลัง พร้อมกับด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง ลามปามถึงบุพการี จึงบันดาลโทสะใช้ก้อนหินทุบเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้ง จนล้มลงแน่นิ่ง และได้ทุบซ้ำ 2-3 ครั้ง จึงขับรถกลับบ้านพักที่ตัวเมืองสงขลา จนมา ทราบข่าวว่าเสียชีวิต เลยหลบหนีไปตั้งหลักก่อนได้ข่าวว่าตำรวจรู้แล้วว่าตนเป็นคนร้ายจึงตัดสินใจ เข้ามอบตัว
ส่วนประเด็นเรื่องการฆ่าข่มขืนผู้ตาย นายเรืองศิลป์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ข่มขืนผู้ตาย สาเหตุที่ท่อนล่างเปลือยเปล่ากางเกงในและกางเกงยีนส์ขาสั้นถูกถอดออก ก็เนื่องจากผู้ตายลงไปปัสสาวะและถอดออกเอง แต่จากสภาพที่เกิดเหตุยังขัดแย้งกับคำให้การของผู้ต้องหา ตำรวจต้องรอผลการชันสูตรศพอีกครั้งหนึ่งว่ามีร่องรอยการข่มขืนหรือไม่ หากพบว่าถูกข่มขืนก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญใน พื้นที่ พนักงานสอบสวนจึงนำตัวนายเรืองศิลป์ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยัง จุดเกิดเหตุ ตั้งแต่ที่ร้านคาราโอเกะจนถึง จุดที่ลงมือฆ่า โดยปิดเป็นความลับเพื่อความเรียบร้อยและความปลอดภัยของผู้ต้องหา จากนั้นจึงนำตัวกลับมาควบคุมตัวที่โรงพัก เพื่อนำส่งฝากขังต่อไป
อนงค์ วงศ์ช่วย
เรื่อง/ภาพ