สดจากสนามข่าว
กฤษณะ เชิญธงไชย เรื่อง/ภาพ
ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีใครทราบได้ว่าจะต้องไปเจอะเจอเข้ากับเหตุการณ์อะไร การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อยู่ทุกนาทีจึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่ผ่านมาผู้บังคับบัญชาจะเน้นให้ลูกน้องพยายามฝึกทบทวนเป็นระยะๆ
การแจ้งเหตุก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ข้อมูลที่ครบถ้วนโดยเฉพาะกับกรณีที่ผู้ก่อเหตุมีอาวุธร้ายแรงเช่นอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ผู้เข้าปฏิบัติงานหากได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า จะได้เตรียมรับมือได้ทัน เป็นการป้องกันการสูญเสีย ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
เช่นกรณีล่าสุดที่เกิดเหตุคนร้ายคลุ้มคลั่งยาบ้า อาละวาด ใช้อาวุธมีดและอาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าระงับเหตุ แม้สุดท้ายแล้วคนร้ายจะถูกจับตาย แต่ก็ทำให้ต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ตำรวจไป 1 นาย ขณะที่อีก 1 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส
เหตุการณ์เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 07.50 น. ของวันที่ 17 มี.ค. เมื่อพ.ต.ท.อุทัย คาดชะดาคำ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 50 หมู่บ้านแพะ หมู่ 10 ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
ภายหลังจากได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ปฏิบัติหน้าที่รอง ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุญณานนท์ รอง ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต. สรายุทธ สงวนโคภัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.วงศ์พัทธ์ จำรูญพันธ์ ผกก.สภ.แม่แฝก แพทย์เวร ร.พ.สันทราย อัยการ รวมทั้งหน่วยกู้ภัยสันทรายเชียงใหม่
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ ปลูกอยู่ในสวนลำไย 2 หลัง บริเวณหน้าบ้าน พบศพ ด.ต.อุทัย มณีรัตย์ อายุ 52 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.แม่แฝก นอนเสียชีวิตในเครื่องแบบตำรวจ ถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าบริเวณหน้าอกซ้าย กระสุนทะลุหัวใจ และโดนฟันด้วยมีดดาบเข้าที่บริเวณปากด้านขวาเป็นแผลยาว โดยอาวุธปืนประจำกายหายไป
ห่างจากจุดเกิดเหตุเข้าไปในสวนลำไยหลังบ้าน พบศพ นายนิคม จุ่มแก้ว อายุ 38 ปี คนร้ายนอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้า ถูกยิงกลางลำตัว ใกล้ๆ กันพบมีดดาบซามูไร และอาวุธปืน .38 ซึ่งเป็นอาวุธปืนของด.ต.อุทัยตกอยู่
นอกจากนี้ยังมี ด.ต.ปิยะศักดิ์ ต้นคุณ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.แม่แฝก ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย และ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปส่งโรงพยาบาลสันทรายแล้ว
จากการสอบสวนนายปัน จุ่มแก้ว อายุ 65 ปี พ่อของคนร้าย ให้การว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่ง ถือมีดดาบไล่ทำร้ายคนในบ้าน เนื่องจากเพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติด และคงจะหันกลับไปเสพยาอีกจนมีอาการคลุ้มคลั่ง ตนจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
กระทั่งต่อมาด.ต.อุทัยพร้อมกับด.ต.ปิยะศักดิ์ และตำรวจอีก 2 นายเดินทางมาถึง ทันทีที่ด.ต.อุทัยเดินเข้ามาหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ลูกชายใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ยิงใส่ โดนด.ต.อุทัยล้มลงชนิดไม่ทันตั้งตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นต่างพากันกระโดดหลบหาที่กำบัง
นายปันให้การต่อว่า จากนั้นลูกชายก็วิ่งเอามีดดาบมาฟันด.ต.อุทัยซ้ำ จนเสียชีวิตคาที่ ก่อนหยิบอาวุธปืนประจำกายของด.ต.อุทัยออกมาจ่อยิงซ้ำเข้าไปอีก จากนั้นจึงวิ่งหลบหนีไปหลังบ้าน
จังหวะเดียวกันนั้น ด.ต.ปิยะศักดิ์ออกจากที่กำบัง วิ่งติดตามไปพร้อมใช้อาวุธปืนยิงสกัดไม่ให้หลบหนี แต่ถูกนายนิคมยิงสวนกลับมา ถูกเข้าบริเวณลำตัวจนล้มลงอีกคน จากนั้นตำรวจที่เหลือ 2 นายวิ่งไล่ตามไป จนเกิดดวลปืนกันจนนายนิคมถูกตำรวจยิงจนเสียชีวิตในที่สุด
ขณะที่พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.เชียงใหม่ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเครียดว่า คดีนี้ถือว่าเป็นความสูญเสียของทางตำรวจอีกครั้ง เนื่องจากเหตุไม่คาดคิดว่าคนร้ายมีอาวุธปืน และยังก่อเหตุแย่งปืนยิงตำรวจจนเสียชีวิตและบาดเจ็บไปด้วย
จากนี้ไปทางราชการจะต้องดูแลครอบครัวของด.ต.อุทัย ผู้เสียชีวิตว่าจะช่วยเหลือตามขั้นตอนอย่างไร เนื่องจากเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เบื้องต้นทราบว่ามีภรรยาและมีลูกสาวเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้นปีที่ 4
ซึ่งจะต้องสอบถามไปยังลูกสาวว่าจะสนใจต้องการเข้ารับราชการตำรวจเช่นเดียวกับด.ต.อุทัยผู้เป็นบิดาหรือไม่ หากสนใจก็จะทำเรื่องให้เข้ารับเป็นตำรวจตามระเบียบ ส่วนการปูนบำเหน็จให้กับด.ต.อุทัย ผู้ตาย ก็จะพิจารณาให้ 7 ชั้นยศ 5 ขั้นเงินเดือน จากยศดาบตำรวจเลื่อนยศให้เป็นพ.ต.ท. ตามขั้นตอนต่อไป
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายต้องนำไปเป็นบทเรียน พึงระมัดระวังอย่างเต็มที่ ตลอดเวลาที่ออกปฏิบัติหน้าที่

