เจาะคดีงัดหมุด-รฟ.ชะอำ!
ทำตกราง-ผวาวินาศกรรม
ที่แท้ฉกเหล็กชั่งขายโล 2 บ.
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
เจาะคดีงัดหมุด-รฟ.ชะอำ! ทำตกราง-ผวาวินาศกรรม ที่แท้ฉกเหล็กชั่งขายโล 2 บ. – ภาพหลอนของเหตุระเบิดป่วนจังหวัดภาคใต้ตอนบนเมื่อปี 58 กลับมาหลอกหลอนชาวชะอำและชาวหัวหิน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอีกครั้ง หลังเกิดเหตุวางบึ้มหลายจุดในกรุงเทพมหานคร เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
กระแสแตกตื่นยิ่งแพร่กระจายออกไปกันใหญ่ในโลกโซเชี่ยล เมื่อเกิดเหตุรถไฟตกรางระหว่าง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า มีผู้ถอดหมุดยึดรางและแผ่นเหล็กรองรางรถไฟไปจำนวนมาก จนทำให้รางเคลื่อนตัวจนเป็นสาเหตุให้ขบวนม้าเหล็กตกราง ทำให้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการก่อวินาศกรรม

สภาพขบวนรถวันเกิดเหตุ
เหตุระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เมื่อพ.ต.อ.ภศิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ รับแจ้งเกิดเหตุรถไฟขบวนรถธรรมดาที่ 255 ธนบุรี-หลังสวน ตกรางบริเวณหลัก ก.ม. 204/9-10 ระหว่างสถานีห้วยทรายใต้ ต.ชะอำ – สถานีรถไฟหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ตู้โดยสารตกรางเสียหายรวม 6 ตู้
เมื่อนำกำลังรุดไปตรวจสอบพบตู้โดยสารขบวนรถดังกล่าวตกรางเสียหาย รวม 6 ตู้ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้โดยสารหรือ เจ้าหน้าที่บนขบวนรถได้รับอันตราย
นอกจากนั้นยังพบว่ารางรถไฟคดบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด

รางคดบิดเบี้ยวเสียหาย
แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก็คือ เหล็กจานรองราง 40 แผ่น และหมุดยึดรางเกือบ 200 ตัว ถูกถอดออกทั้งสองฝั่ง ทำให้หมอนรางรถไฟได้รับความเสียหายยาว 342 เมตร หรือกว่า 400 ท่อน
บรรดานักสืบมือดีทั้งบช.ภาค 7, บก.ภ.จว.เพชรบุรี และบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ก็กระจายกำลังสืบหาเบาะแสทันที
เพียงผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ในช่วงสายวันที่ 20 ส.ค. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภาค 7 พร้อม พล.ต.ต.เทียนชัย คามะปะโส ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.ภศิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ก็เปิดแถลงข่าวผลจับกุมคนร้ายที่เป็นผู้ทำให้รถไฟขบวนดังกล่าวตกราง ที่สภ.ชะอำ

เหล็กรองรางถูกถอดหมุดยึด
ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายศุภชัย ผาดศรี อายุ 23 ปี เจ้าของร้านรุ่งเจริญ 2 รับซื้อของเก่า เลขที่ 329/14 ริมถนนเพชรเกษม ต.ชะอำ และนายสมปอง คล้ายคลึง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/1 ถนนบ้านชะอำ 1 ต.ชะอำ พร้อมของกลางเหล็กจานรองรางรถไฟ 25 แผ่น และหมุดยึดรางรถไฟ 66 ตัว
พล.ต.ท.ธนาเปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งสมมติฐานไว้ 2 ประเด็นคือ 1.คนร้ายต้องการขโมยชิ้นส่วนเหล็กไปขาย 2.คนร้ายที่ก่อเหตุด้วยความคึกคะนอง หรือไม่พอใจสิ่งใดกับการรถไฟแห่งประเทศไทย
หากเป็นประเด็นหลังเข้าข่ายก่อวินาศกรรม เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นอันตรายอย่างยิ่ง หากขบวนรถไฟตกรางรุนแรงอาจจะทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังสืบหาเบาะแส โดยชุดหนึ่งไปตรวจสอบตามร้านรับซื้อของเก่า กระทั่งพบของกลางทั้งหมดที่ร้านรุ่งเจริญ 2

พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภาค 7 ตรวจที่เกิดเหตุ
สอบสวนนายศุภชัยเจ้าของร้านให้การว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา มีชาย 2 คนขับรถกระบะนิสสัน สีขาว สภาพเก่า ทะเบียน บธ 5468 เพชรบุรี นำของกลางทั้งหมดมาขายจึงรับซื้อไว้ตามปกติ ในราคากิโลกรัมละ 2 บาท แต่ไม่ได้ขอถ่ายบัตรประชาชนไว้เนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาขายเศษเหล็กภายในร้านหลายราย
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านดังกล่าวทราบว่า 1 ในผู้นำของกลางไปขายคือนายสมปองจึงนำกำลังไปจับกุมตัวที่บ้านพัก สอบสวนนายสมปองให้การภาคเสธ อ้างว่า พบของกลางทั้งหมดตกอยู่ข้างรางรถไฟจึงเก็บไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า

นายสมปอง คล้ายคลึง ผู้ต้องหา
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหานายศุภชัย ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และรับของโจร แต่นายศุภชัยให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และให้การภาคเสธในข้อหารับของโจร
ส่วนนายสมปองแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ รับของโจร และทำให้รางรถไฟ หรือรางรถรางหลุดหรือเคลื่อนจากที่
นอกจากนั้นเร่งสืบหาผู้ร่วมก่อเหตุอีกรายที่อยู่ระหว่างหลบหนีมาดำเนินคดี และสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อคลี่คลายบางประเด็นที่ยังน่าสงสัยให้กระจ่างชัด
เพราะจุดที่เกิดเหตุเป็นบริเวณเดียวที่ยังใช้หมอนไม้รองรถไฟ ขณะที่จุดอื่นเปลี่ยนเป็นหมอนซีเมนต์หมดแล้วต้องเป็นผู้ที่รู้จุดอย่างดี

ของกลางที่ยึดได้
นอกจากนั้นการถอดหมุดยึดรางและเหล็กจานรองรางต้องใช้เครื่องมือเฉพาะและผู้ชำนาญการ
หากสุดท้ายเป็นเพียงคดีลักทรัพย์ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย คนทำผิดก็ต้องรับโทษทัณฑ์ทางอาญาบ้านเมือง
แต่ถ้ามีเบื้องลึกอะไรที่มากกว่านั้น ก็จะเป็นอีกบทพิสูจน์ฝีมือการสืบสวนสอบสวนของตำรวจไทย
กัมปนาท ขันตระกูล
พิมพร อยู่รุ่ง
เรื่อง/ภาพ