เปิดโปง2สาว18มงกุฎ โทร.ตุ๋นเหยื่อถึงยุโรป อีกรายหลอกเคลียร์คดี

เปิดโปง2สาว18มงกุฎ โทร.ตุ๋นเหยื่อถึงยุโรป 

อีกรายหลอกเคลียร์คดี : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

เปิดโปง2สาว18มงกุฎ โทร.ตุ๋นเหยื่อถึงยุโรป อีกรายหลอกเคลียร์คดี – เปิดโปง2สาว18มงกุฎ โทร.ตุ๋นเหยื่อถึงยุโรป อีกรายหลอกเคลียร์คดี – 2 เหตุการณ์ต่อไปนี้แม้นไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ก็เป็นผลงานของ 18 มงกุฎสาวแสบ 2 ราย ที่สังคมควรรับรู้และระมัดระวัง

นางจีรานุช ทุเครือ กับสามี

เรื่องราวของสาวแสบรายแรกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. โดยนางจีรานุช ทุเครือ เจ้าของกิจการขายปลาร้าเขยลาว ที่ประเทศฮอลแลนด์ ควงสามีชาวฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นญาติของยาป สตัม อดีตกองหลังทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน

นางจีรานุชเล่าพฤติการณ์ของมิจฉาชีพรายนี้ว่า จะใช้วิธีการปลอมแอพพลิเคชั่นไลน์ เป็นลูกมาขอเงิน ตนหลงเชื่อโอนให้ไป 48,000 บาท พอทราบความจริงรีบบินกลับมาเมืองไทย ตามตัวมาดำเนินคดี และดำเนินการฟ้องคดีอาญา และมิจฉาชีพยอมคืนเงินทุกบาททุกสตางค์

แต่ยังไม่หยุด พฤติกรรม มิจฉาชีพยังไปลวงเปิดไลน์ทักหลอกเงินคนไทยที่อยู่ประเทศเยอรมนี สวีเดน จนมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อหลายคน สูญเสียเงินทองไปนับ 10 ล้านบาท ตนกับสามีสืบแกะรอยจนได้รู้ว่าต้นตออยู่ที่ อ.แม่เปิน จ.นคร สวรรค์ จึงบินด่วนมาพร้อมกับผู้เสียหายคนอื่น เพื่อตามเงินคืน

ด้านนางณัฐฐาริการ์ ชาร์นเกชอีกอร์ล เหยื่อโจรแสบที่สูญเงิน 147,000 บาท เล่าว่าถูกมิจฉาชีพปลอมเป็นตน ติดต่อญาติที่เมืองไทยว่ากำลังเดือดร้อนขอให้โอนเงินให้ จนต้องนำทองคำไปจำนำได้รับความเดือดร้อน และญาติได้แจ้งความไว้ที่ จ.ยโสธร

ต่อมาติดต่อเจ้าของบัญชีที่ญาติโอนเงินมาให้ จนรู้ว่าถูกนางอรนันท์ สิงหาสาร ชาว ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นคร สวรรค์ หลอกใช้บัญชีให้เหยื่อโอนเงินและกดมาให้นางอรนันท์ โดยทำมานานจนสามารถออกรถ ปลูกบ้าน มีเงินใช้จ่ายอู้ฟู่

“พฤติกรรมคนร้ายจะหลอกเหยื่อที่อยู่ต่างประเทศ และจะอยู่ในวงเงิน 40,000-50,000 บาท เพื่อให้เหยื่อที่อยู่เมืองนอกไม่อยากติดตามคืน เพราะค่าเครื่องบินไปมาที่มาแจ้งความมีมูลค่าสูงกว่ายอดที่เสียไป ทำให้ผู้เสียหายไม่เอาเรื่อง จนรอดมาได้ทุกครั้งที่มีคดีความ ทำให้ได้ใจ อีกทั้งยังเคยส่งข้อความมาหาเยาะเย้ยด้วยการโอนเงินคืนมาให้ 1 บาทด้วย” นางณัฐฐาริการ์กล่าว

ต่อมากลุ่มผู้เสียหายจึงได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ธณรณ เหล่าเขตกิจ รอง สว.สอบสวน สภ.แม่เปิน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์พร้อมเชิญตัวเจ้าของบัญชีมาสอบปากคำ

พบว่าถูกนางอรนันท์หลอกใช้เช่นกัน ขณะที่นางอรนันท์ไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้า ซึ่งจะออกหมายเรียกมาสอบสวนต่อไป

นางอัจฉรา ปะจิคะ เล่าเรื่องราว

ขณะที่อีกราย ย้อนไปเมื่อวันที่ 14 ก.ย. นางอัจฉรา ปะจิคะ อายุ 43 ปี ชาว อ.พล จ.ขอนแก่น นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความ กับ ร.ต.อ.ภูเบศ ศรีเบี้ย สว.(สอบสวน) สภ.พล จ.ขอนแก่น เพื่อให้จับกุม น.ส.มล (นามสมมติ) อายุ 31 ปี หลังถูกหลอกให้โอนเงินไปทั้งหมด 2,500,000 บาท

นางอัจฉรากล่าวว่า ตนมีอาชีพทำหม่ำขาย โดยเมื่อเดือนส.ค. 2561 ได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลี ขากลับได้ซื้ออุปกรณ์ทำชาบูกลับมาด้วย กระทั่งเดือนส.ค.ที่ผ่านมา นางมล ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน เคยมีสามีอยู่ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กลับมาที่บ้าน ที่ จ.ขอนแก่น พร้อมกับบอกว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพัทยาที่รู้จักกับอดีตสามีของนางมล จะมาจับกุมตนในข้อหานำเข้าสินค้าไม่เสียภาษีศุลกากร จากสาเหตุที่ไปเกาหลีแล้วซื้อของกลับมาโดยไม่เสียภาษี

นางมลระบุว่า ตำรวจมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นหลักฐาน ถ้าไม่อยากถูกจับก็ต้องจ่ายเงินปิดคดีโดยอดีตสามีจะเคลียร์คดีให้ เจ้าตัวเทียวมาหาที่บ้านพูดจาขู่หลายครั้ง ครอบครัวกลัวมากจึงจ่ายเงินให้ไป รวมเป็นเงินทั้งหมด 2,500,000 บาท ซึ่งก็เข้าใจว่าปิดคดีเรียบร้อยแล้ว

“ทุกครั้งที่จ่ายเงินมีพยานเห็นทุกครั้ง แต่ล่าสุดเมื่อ วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา นางมลมาหาที่บ้านและบอกว่า ตำรวจ ตม.และอีกหลายหน่วยไม่ยอมจบคดี เพราะต้องมีเงินนอนบัญชี 200,000 บาท ทั้งยังบอกว่าน้องสาวกับน้องเขยก็เคลียร์คดีจบแล้ว เพราะจ่ายคนละ 6,500,000 บาท หากอยากจบคดีก็จ่ายเหมือนกัน ที่สำคัญต้องมีเงินเข้าบัญชีภายในวันสองวันนี้”

ครอบครัวไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะที่มีก็ให้ไปจ่ายตำรวจหมดแล้ว จึงหาทางออกไม่ได้ และกลัวถูกตำรวจจับ ไม่รู้จะหาเงินที่ไหน จึงไปยืมเงินน้องสาวกับน้องเขย ซึ่งเมื่อเจอน้องๆ ก็ขอยืมเงินและเล่าเรื่องที่ต้องใช้เงินให้น้องๆ ฟัง จึงได้รู้ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นถูกหลอก เพราะน้องสาวและน้องเขยไม่เคยจ่ายเงินให้ตำรวจและไม่เคยมีคดีติดตัวที่ต้องจ่ายเงิน

“คนในครอบครัว ญาติพี่น้องต้องเอาบ้าน เอารถยนต์ ที่ดินไปขาย ไปจำนำ เอาเงินมาให้ จนหมดเนื้อหมดตัว ธุรกิจร้านขายหม่ำ ขายชาบู ก็เดินหน้าไปไม่ได้ เพราะไม่มีเงินมาลงทุนแล้ว และต้องการให้ตำรวจตัวจริงจับกุมนางมล และพวก มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ไม่อยากให้ไปหลอกลวงต้มตุ๋นใครได้อีก และฝากเตือนทุกๆ คนที่รู้จักกับ นางมลว่าอย่าหลงเชื่อคำพูดเด็ดขาด เพราะอาจจะหมดตัวเหมือนครอบครัวตัวเองก็ได้” นางอัจฉรากล่าวเตือน

การที่ 18 มงกุฎพวกนี้ยังก่อเหตุ อยู่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากคดีที่สามารถยอมความกันได้ ทำให้รอดพ้นคุกมาก่อเหตุอยู่ได้เรื่อยๆ

บทความก่อนหน้านี้หมออาร์เมเนียมึน สาวป่วยโรคประหลาด น้ำตาไหลเป็น “คริสตัล”
บทความถัดไปข้อมูลลับ