ย้อนคดีพ่อเฒ่าปืนโหด! บุกยิงวินจยย.-หลานชาย 2 ศพเซ่นแค้นใจปมชู้สาว

ย้อนคดีพ่อเฒ่าปืนโหด! บุกยิงวินจยย.-หลานชาย 2 ศพ

เซ่นแค้นใจปมชู้สาว : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ย้อนคดีพ่อเฒ่าปืนโหด! บุกยิงวินจยย.-หลานชาย 2 ศพเซ่นแค้นใจปมชู้สาว – บ่ายวันที่ 6 ต.ค. พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ภาคภูมิ ศรีลาภะมาศ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน พ.ต.อ.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ ผกก.สส.กก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.ท.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง ผกก.สส.กก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.ท.สุกฤษฎ์ วิศิษฐ์ชนะชัย รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน

พ.ต.ท.พีรวุฒิ พีระวุฒิพันธุ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.กระทุ่มแบน พ.ต.ท.ศุกลฐวิญญ์ พรสิริวัฒก์ สว.สส.สภ.กระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7 สืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และตำรวจสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ร่วมกันควบคุมตัวนายอำนาจ พรศักดิ์ประเสริฐ อายุ 62 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในคดีที่ เจ้าตัวใช้ปืนยิงนายปรีชา แก้วรักษา อายุ 50 ปี และนายภานุพงษ์ สงวนถิ่น อายุ 32 ปี เสียชีวิต

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 ต.ค. พ.ต.ท.รณเดช บุตรศรี สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุยิงกันและมี ผู้เสียชีวิตบริเวณชุมชนซอยกำนันวิจิตร ม.10 ซอยเพชรเกษม 114 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบ

ขับรถกระบะหนี

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องแถว ตรงข้ามสถานีอนามัยสายสี่ พบศพนายปรีชา แก้วรักษา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/11 ม.10 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ถูกอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 เข้าที่บริเวณแก้มขวาจนปากฉีกขาดกระจุย กระสุนตุงท้ายทอย และกระสุนอีกนัดเข้าบริเวณแก้มก้นด้านขวา

ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ตกอยู่ 1 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงอีก 1 คน ที่บริเวณสระว่ายน้ำ หมู่บ้านสินสมบูรณ์ ห่างจากจุดที่นายปรีชาเสียชีวิตประมาณ 200 เมตร จึงรีบไปตรวจสอบ

ร่างนายภานุพงษ์ สงวนถิ่น อายุ 32 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ที่บริเวณแก้มด้านซ้ายจนปากฉีกขาดกระจุย บาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำตัวส่ง ร.พ.วิชัยเวชอ้อมน้อย ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

หลังเกิดเหตุพ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สอบสวนอย่างเร่งด่วน โดยจากการสอบสวนพยานยืนยันตรงกันว่าผู้ก่อเหตุคือนายอำนาจ พรศักดิ์ประเสริฐ อายุ 62 ปี โดยหลังเกิดเหตุขับรถมิตซูบิชิ ไทรทัน สีแดง ทะเบียน ตท 2810 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป

ฝ่ายสืบสวนเร่งแกะรอยติดตามตัว จนในที่สุดก็จับกุมตัวเอาไว้ได้ ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง บริเวณซอยเอกชัย 81 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พร้อมรถกระบะและอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ที่ใช้ก่อเหตุ

ถูกทำร้ายขณะทำแผนฯ

นายอำนาจรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพเป็นคนขับรถส่งน้ำแข็ง ส่วนนายปรีชา ที่ถูกยิงตายบริเวณหน้าสถานีอนามัยสาย 4 มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ก่อนหน้านี้นายปรีชา ผู้ตายขี่จักรยานยนต์รับจ้างมารับส่งภรรยาของตน เป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว ตนเกิดความสงสัยว่าทั้งสองคนมีพฤติการณ์ชู้สาว กระทั่งจับได้จึงเกิดความคับแค้นใจและลงมือก่อเหตุดังกล่าว

ส่วนนายภานุพงษ์ ที่ถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลนั้น เป็นหลานชายของตนเอง แต่มีนิสัยชอบโวยวายและชอบทำร้ายลูกของตน อีกทั้งยังทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ด้วยความโมโหที่มีอยู่แล้ว หลังจากก่อเหตุยิงนายปรีชา จึงได้กลับไปยิงนายภานุพงษ์อีกคน จากนั้นก็หลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านน้องชายในพื้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จนถูกจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอำนาจ มา สอบปากคำเพิ่มเติมพร้อมกับตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ตัดกลับมาที่การทำแผนฯ จุดแรกเป็นที่หน้าสถานีอนามัยสาย 4 หมู่ 10 ซอยเพชรเกษม 114 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นจุดที่มือปืนก่อเหตุยิง นายปรีชา คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิต ขณะที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก็หวิดเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ขึ้น เมื่อผู้ที่มามุงดูคนหนึ่งวิ่งเข้าไปแล้วพยายามชกต่อยผู้ต้องหา

แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ากันตัวไว้ทัน และได้คุมตัวผู้ที่พยายามก่อเหตุวุ่นวายออกไป และรีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถแล้วพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในจุดที่ 2 บริเวณ สระว่ายน้ำของหมู่บ้านสินสมบูรณ์ จุดที่ยิงนายภานุพงษ์บาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

คุมนายอำนาจ พรศักดิ์ประเสริฐ ทำแผนฯ

พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์เผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้งหมด ตั้งแต่สาเหตุที่ยิงเพราะอะไร ของกลางทั้งหมดโดยมีอาวุธปืน กับรถยนต์กระบะที่ใช้ในการหลบหนี ส่วนประเด็นก็คือระแวงภรรยาที่อยู่กินกันมาประมาณ 20 ปี จะไปเป็นชู้กับคนตายก็เลยไปยิงนายปรีชา

ส่วนอีกคนที่ถูกยิงนั้น เป็นความโกรธแค้นส่วนตัวที่สะสมมานานแล้ว สาเหตุเกิดจากนายภานุพงษ์ ชอบมาขอเงินผู้ต้องหาและภรรยา อีกทั้งยังชอบแกล้งและทำร้ายลูกของผู้ต้องหาที่เป็นออทิสติก ซึ่งเมื่อผู้ต้องหายิงนายปรีชา ที่ระแวงว่าจะเป็นชู้กับเมียแล้ว ไหนๆ ก็ทำแล้วก็เลยตัดสินใจยิงนายภานุพงษ์ ที่โกรธแค้นมานานด้วย ส่วนข้อกล่าวหาที่ตั้งไว้คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะว่าผู้ต้องหามีการ เตรียมการและจัดเตรียมอาวุธปืนมา 2-3 วัน แล้ว

เลือกใช้ความรุนแรงยุติปัญหา นายอำนาจย่อมต้องเตรียมใจรับผลของการกระทำของตน

บทความก่อนหน้านี้ยอดพยัคฆ์ สุดแกร่ง ชนะน็อก วิกลุมพินี
บทความถัดไปผลจากสารพิษ