หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว ตร.ไทยประสานล่าจับ

หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว

ตร.ไทยประสานล่าจับ : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว ตร.ไทยประสานล่าจับ – ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค. เกิดเหตุคนร้าย 2 คน ชิงทรัพย์ทองรูปพรรณจากร้านทองแม่ทองพูล สาขาบิ๊กซี ขอนแก่น ริมถนนมิตรภาพ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ได้ทองรูปพรรณไปรวมทั้งหมด 437 บาท และหลบหนีไป

หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว ตร.ไทยประสานล่าจับ : สดจากสนามข่าว
วงจรปิดนาทีก่อเหตุ

วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน จับกุมนายสุพจน์ และนายไพรวัลย์ พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน บล 6213 อุดรธานี บนถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี ทั้งสองคนสารภาพว่าเป็นผู้ที่พานายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ ชาวชัยภูมิ และนายเรืองศักดิ์ พันธ์ทอง อายุ 60 ปี ชาว ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี อดีตทหารยศสิบเอก นำทองไปขายในพื้นที่ อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ และพาไปส่งที่ริมโขงพื้นที่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เพื่อหลบหนีไปยังประเทศลาว

หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว ตร.ไทยประสานล่าจับ : สดจากสนามข่าว
ของกลางที่ยึดคืนมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจยึดทองคำที่ ผู้ต้องหาใส่ไหฝังดินไว้ในสวนยางในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จำนวน 210 บาท จึงรวบรวมพยาน หลักฐานขอศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับ พร้อมทั้งประสานทางการลาวติดตามจับกุมนายชัยมงคลและนายเรืองศักดิ์ พันธ์ทอง ที่หลบหนีอยู่ใน สปป.ลาว พร้อมทองคำที่ได้จากการก่อเหตุน้ำหนักประมาณ 200 บาท

ผ่านมาร่วม 2 เดือน ในที่สุดอดีตทหารนายสิบหัวหน้าแก๊งปล้นร้านทองก็จนมุม โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภาค 4 เปิดเผยว่า วันนี้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.ภาค 4, กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และ สภ.เมืองขอนแก่น เดินทางไปรับตัวนายเรืองศักดิ์ พันธ์ทอง อายุ 60 ปี อดีตทหารยศสิบเอก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น พร้อมทองรูปพรรณและทองคำแท่งจำนวนหนึ่ง หลังหลบหนีการจับกุมไปอาศัยในประเทศลาว และถูกเจ้าหน้าที่ทางการประเทศลาวจับกุมตัวได้

หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว ตร.ไทยประสานล่าจับ : สดจากสนามข่าว
รับตัวนายเรืองศักดิ์ พันธ์ทอง จากจนท.ลาว

เมื่อที่ 6 ต.ค. รับแจ้งจากทางการประเทศลาวว่า จับกุมตัวนายเรืองศักดิ์พร้อมทองจำนวนหนึ่ง รวมถึงเงินสดที่เป็นธนบัตรไทยและเงินลาว โดยขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย จึงมอบหมายให้พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ.4 และพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เดินทางไปยังประเทศลาว เพื่อรับตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางกลับมาสอบสวน

เบื้องต้นพบว่าทองรูปพรรณที่ได้จากการชิงทรัพย์นั้น ผู้ต้องหาหลอมรวมเป็นทองแท่งต้องให้ร้านทองตรวจพิสูจน์ เพื่อทราบน้ำหนักทองที่ตรวจยึดคืนมาได้ รวมทั้งจะสอบสวนตามขั้นตอน และจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันที่ 8 ต.ค. ส่วนนายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ ยังหลบหนีอยู่

วันเดียวกัน เวลา 10.10 น. พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมพ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บช. ภาค 4 และบก.ภ.จว.หนองคาย ร่วมกันควบคุมตัวนายเรืองศักดิ์กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยใช้รถตู้ 2 คัน และรถตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหนองคายควบคุมตัวผู้ต้องหาอย่างแน่นหนา ผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย ก่อนนำตัวไปสอบปากคำที่ จ.ขอนแก่น

หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว ตร.ไทยประสานล่าจับ : สดจากสนามข่าว
นาทีจับเพื่อนร่วมแก๊ง

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ ตำรวจ สปป.ลาว ได้สืบทราบว่านายเรืองศักดิ์ หลบหนีอยู่กับญาติของภรรยาที่แขวงปาสี ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ประมาณ 70 กิโลเมตร จึงติดตามไปจับกุม เมื่อตรวจค้นพบทองรูปพรรณน้ำหนัก 51 บาท เงินสด 340,000 บาท รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮุนได มูลค่า 300,000 บาท รถจักรยานยนต์ มูลค่า 50,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รวมมูลค่า 6,062,556 บาท

หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว ตร.ไทยประสานล่าจับ : สดจากสนามข่าว
คุมตัวทำแผนฯ

จากนี้จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านทองแม่ทองพูล สาขาบิ๊กซีขอนแก่น และชี้จุดที่อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ก่อนจะนำมา สอบปากคำเพิ่มเติม แล้วนำตัวไปของอำนาจศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขังผัดแรก ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 1 คน คือนายชัยมงคล ใจบุญ อายุ 37 ปี ทราบว่าหลังจากที่แบ่งทรัพย์สินกัน ได้แยกกันหลบหนีที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย อยู่ในระหว่างการติดตามตัวของตำรวจ

หัวโจกปล้นทองจนมุม อดีตสอ.หนีซุกเมียลาว ตร.ไทยประสานล่าจับ : สดจากสนามข่าว
นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ ยังหลบหนี

คดีนี้ตำรวจมีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วจำนวน 3 คน คือ นางจันทจร โปลาแสน ชาวอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ข้อหาลักของโจร นายสุพจน์ เพชรรังสี อายุ 52 ปี และ นายไพรวัน ญาบัณฑิต อายุ 53 ปี ในข้อหา “ร่วมกันลักของโจรและช่วยผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่าการกระทำผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยผู้นั้นด้วยกระทำการใดให้พ้นการจับกุม”

เหลืออีกหนึ่งเดียวก็จะครบแก๊ง อีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าคนทำผิด ไม่ว่าจะหนีไปไหนก็ไม่มีทางรอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้

สุพล บุญชื่นชม

จักรพันธ์ นาทันริ

เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้บึงกาฬก็เฮกันลั่น! บั้งไฟพญานาคขึ้นกลางแม่น้ำโขง ฝรั่งสุดอึ้ง-ยกนิ้วให้ (คลิป)
บทความถัดไปไฮโซบิ๊ก มาแล้ว! ยืนยันโสดมานาน ย้ำชัดสัมพันธ์รัก เมย์ พิชญ์นาฏ