ย้อนคดีฆ่าสยองท่าฉาง เคลียร์ไม่จบหนี้ 3 แสน หลานโหดซัลโว2ศพ!

ย้อนคดีฆ่าสยองท่าฉาง

ย้อนคดีฆ่าสยองท่าฉาง เคลียร์ไม่จบหนี้ 3 แสน

หลานโหดซัลโว2ศพ! : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ย้อนคดีฆ่าสยองท่าฉาง-เคลียร์ไม่จบหนี้ 3 แสน-หลานโหดซัลโว2ศพ! – เงินทองไม่เข้าใครออกใคร จนมีคำกล่าวว่าหากรักกันจริงห้ามให้ยืมเงินเด็ดขาด เพราะเงินเป็นตัวทำลายมิตรภาพมานักต่อนักแล้ว ไม่มีข้อยกเว้นแม้นจะเป็นญาติสนิท

เมื่อค่ำวันที่ 12 ต.ค. พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ. นิพล ชาตรี ผกก.สภ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี นำกำลังพร้อมด้วย พ.ต.ท.ประภาส ทองสมุทร รอง ผกก.(สอบสวน) ร.ต.อ.จริยวัฒน์ แทนชื่น รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ชุดสืบสวน และ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันตาย ที่บ้านเลขที่ 465 หมู่ที่ 4 ต.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี

ย้อนคดีฆ่าสยองท่าฉาง
พยานเล่านาทีลั่นไก

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านพบศพนายอุทัย เพ็งบูลย์ อายุ 76 ปี เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงขายาวสีเทา เบื้องต้นมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน ไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณหน้าอกขวา 1 นัด นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหนึ่งราย ทราบชื่อน.ส.เกศรา เพ็งบูลย์ อายุ 51 ปี ลูกสาว ญาติรีบนำตัวส่งร.พ.ท่าฉางแต่ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่จำนวน 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุสอบสวนพยานให้การตรงกันว่าคือนายนิรุต เพ็งบูลย์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 2 ต.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยาน ยนต์ยี่ห้อฟีโน่ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนหลบหนีไปในความมืด

ย้อนคดีฆ่าสยองท่าฉาง
บ้านที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.นิพลกล่าวว่า จากการสอบสวน นายพันธรัก เพ็งบูลย์ อายุ 20 ปี หลานชายผู้เสียชีวิต และเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดให้การว่านายอุทัย และ น.ส.เกศรา ผู้ตายมีศักดิ์เป็นลุงและลูกพี่ ลูกน้อง กับนายนิรุตผู้ก่อเหตุ

ก่อนเกิดเหตุนายนิรุตมาหานายอุทัย ซึ่งกำลังนั่งอยู่ที่เปลหน้าบ้าน เพื่อเคลียร์เรื่องที่ผู้ตายได้ฟ้องร้องเรื่องเงินที่ติดหนี้อยู่จำนวน กว่า 3 แสนบาท จนเกิดโต้เถียงกันอย่างรุนแรง สุดท้ายนายนิรุตชักปืนขนาด 9 ม.ม.จ่อยิงใส่นายอุทัยจนล้มลง และน.ส.เกศรา ที่อยู่ใกล้ๆได้เข้าห้าม จึงถูกยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บ

ย้อนคดีฆ่าสยองท่าฉาง
นายนิรุต เพ็งบูลย์ คนร้าย

จากนั้นนายนิรุตได้หันปากกระบอกปืนตามไล่ ยิงใส่นายพันธรักจนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ก่อนที่นาย นิรุตจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เบื้องต้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี อย่างรีบเร่งแล้ว

ขณะที่ด้านนายสมบัติ สมเพชรอายุ 53 ปี ลูกเขยนายอุทัยผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนเองไม่ได้อยู่ในบ้าน ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่า เนื่องจากภรรยาผู้ตายยืมเงินตนเองจำนวน 3 แสนบาทและมีการดำเนินคดีโดยศาลนัดไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันนอกจากการไกล่เกลี่ย และตนเองไม่ได้พักที่บ้านหลังเกิดเหตุ แต่จะเข้ามาในช่วงค่ำของทุกวัน ซึ่งวันนี้ได้เข้ามาเร็วกว่าปกติและออกไปธุระข้างนอก ก่อนทราบว่าเกิดเหตุดังกล่าว

ย้อนคดีฆ่าสยองท่าฉาง
สอบปากคำหลานโหด

หลังสอบสวนตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานขอศาล จังหวัดไชยา อนุมัติหมายจับเลขที่ 96 /2562 ลงวันที่ 13 ต.ค. ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนใน เมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุผลสมควร”

กบดานอยู่หลายวัน ในที่สุดวันที่ 16 ต.ค. นายนิรุตก็เข้ามอบตัวกับผกก.สภ.ท่าฉาง พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ภายหลังตัดสินใจประสาน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 8 และญาติขอเข้ามอบตัวเพราะทนแรงกดดันของทางเจ้าหน้าที่ไม่ไหว

พ.ต.อ.นิพลเผยว่า จากการสอบสวนเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง สาเหตุมาจากที่ภรรยาไปยืมเงินจากนายสมบัติ สมเพชร ซึ่งเป็นลูกเขยของนายอุทัย เป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท นานกว่า 1 ปี และนายสมบัติติดตามทวงเงินคืนแต่ทางภรรยาไม่มีคืนให้ จนเป็นคดีความถึงขั้นฟ้องร้อง และขึ้นศาลไปเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา

เรื่องราวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ นาย นิรุต ผู้ต้องหา และวันเกิดเหตุได้ดื่มเหล้าไปหนึ่งขวด ก่อนตัดสินใจบุกไปที่บ้านเกิดเหตุและได้เจอกับนายอุทัยและน.ส.เกศรา ที่กำลังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน จนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

นายนิรุตจึงได้ชักปืนขนาด 9 ม.ม.ที่พกมายิงใส่นายอุทัยจนล้มลง และน.ศ.เกศราได้วิ่งเข้าไปช่วย นายนิรุตจึงได้ยิงใส่จนเสียชีวิต ก่อนหลบหนีไปกบดานในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุดท้ายได้ประสานขอเข้ามอบตัวเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว

เบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธการทำแผนประกอบคำ รับสารภาพ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย เนื่องจากทางญาติผู้ตายยังมีความโกรธแค้น หลังสอบสวนตำรวจจึงนำตัวส่งพักงานสอบสวนสภ.ท่าฉาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
โดย สุรชัย ส้มเกลี้ยง, ธนภัทร ชีระจินต์
เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้เจ้าคุณพระ : เปิดข้อกฎหมายในพระบรมราชโองการถอดฐานันดรศักดิ์เจ้าคุณพระสินีนาฏ
บทความถัดไปเลือกตั้งซ่อม