ผ่าเบื้องหลังปิดคดีโจรแสบ เจาะเพดานโรยตัวฉกมือถือ กวาดเรียบ2ร้าน-80เครื่อง

ผ่าเบื้องหลังปิดคดีโจรแสบ เจาะเพดานโรยตัวฉกมือถือ กวาดเรียบ2ร้าน-80เครื่อง

ผ่าเบื้องหลังปิดคดีโจรแสบ เจาะเพดานโรยตัวฉกมือถือ

กวาดเรียบ2ร้าน-80เครื่อง : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ผ่าเบื้องหลังปิดคดีโจรแสบ เจาะเพดานโรยตัวฉกมือถือ กวาดเรียบ2ร้าน-80เครื่อง – เช้าวันที่ 8 ต.ค. นายธีระพงษ์ กกแก้ว อายุ 34 ปี เจ้าของร้านเฮง เฮง โมบายโฟน เลขที่ 109/149 ถนนบางกระดี่ ระหว่างซอย 15 และ 17 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ต้องตกใจกับข่าวร้ายที่มาทางโทรศัพท์ว่ามีโจรเข้าไปลักทรัพย์ในร้านมือถือของตน

เมื่อเจ้าตัวรีบเดินทางมาถึงที่ร้าน ก็รีบไขกุญแจเปิดเข้าไปทันที ข้าวของในร้านถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย เพดานถูกรื้อเป็นรูโหว่ โทรศัพท์มือถือที่เตรียมไว้ขายหายไปกว่า 40 เครื่องและทองคำแท่งน้ำหนัก 5 บาท รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท

จึงรีบเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบคนร้าย พบว่าเข้ามาในช่วงเวลาของคืนวันที่ 7 ต.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 8 ต.ค.จึงรีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผ่าเบื้องหลังปิดคดีโจรแสบ เจาะเพดานโรยตัวฉกมือถือ กวาดเรียบ2ร้าน-80เครื่อง

พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ ผกก.สน.แสมดำ พร้อมฝ่ายสืบสวน รีบเดินทางเข้าตรวจสอบทันทีหลังรับแจ้ง โดยที่เกิดเหตุเป็นอาคารห้องแถวชั้นเดียวแบ่งให้เช่าเพื่อทำธุรกิจ จากการตรวจสอบภายในร้านพบการรื้อค้นทรัพย์สิน และโทรศัพท์ภายในตู้กระจกรวมถึงชั้นเก็บโทรศัพท์มือถือหายไปกว่า 40 รายการ นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณฝาเพดานและแผ่นกระเบื้องหลังคาของห้องแถวดังกล่าวถูกรื้อออกเป็นรูโหว่ คาดว่าจะเป็นช่องทางของโจรรายนี้ที่เข้ามาลักทรัพย์สินในร้าน

ผ่าเบื้องหลังปิดคดีโจรแสบ เจาะเพดานโรยตัวฉกมือถือ กวาดเรียบ2ร้าน-80เครื่อง

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในร้าน พบคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อยืด นุ่งกางเกงขาสั้น ใช้เสื้อคลุมใบหน้าและศีรษะ สะพายกระเป๋าหลัง คลานมาจากบริเวณด้านหลังร้าน ก่อนจะค่อยๆ รื้อค้นทรัพย์สินภายในตู้กระจก ทั้งนี้คนร้ายมีลักษณะร้อนรน คาดว่าจะปีนเข้ามาทางด้านข้างของร้านทำผมที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นประตูเหล็กก่อนเดินบนหลังคาอาคารและรื้อกระเบื้องหลังคาของคูหาที่เป็นร้านขายโทรศัพท์

ปล่อยให้ย่ามใจมาได้ร่วม 10 วัน ตำรวจก็สามารถติดตามจับกุมตัวโจรแสบได้ขณะลงมือก่อเหตุ โดยเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่สน.แสมดำ พล.ต.ต.โชคชัย นามวงษ์ ผบก.น.9 แถลงข่าวจับกุม นายเพลิน หรือ อ๊อด สีนาค อายุ 40 ปี หนุ่มช่างก่อสร้าง ผู้ต้องหาปีนเข้าไปลักโทรศัพท์มือถือ 2 ร้านบริเวณถนนบางกระดี่

ผ่าเบื้องหลังปิดคดีโจรแสบ เจาะเพดานโรยตัวฉกมือถือ กวาดเรียบ2ร้าน-80เครื่อง

พล.ต.ต.โชคชัย เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีภาพวงจรปิดจับภาพคนร้ายสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้น เดินลัดเลาะจากบริเวณหน้าร้านเข้ามาหลังร้านก่อนขึ้นไปบนหลังคา และเจอภาพคนร้ายอีกครั้งอยู่ภายในร้านแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ลงพื้นที่ไล่กล้องวงจรปิดจนสามารถจับกุมตัวนายเพลิน บุคคลตามภาพกล้องวงจรปิดได้

พล.ต.ต.โชคชัย เผยนาทีโจรแสบจนมุมว่า ขณะที่ฝ่ายสืบสวน สน.แสมดำ เฝ้าติดตามผู้ต้องหาซึ่งได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเดินสืบหาเบาะแสในซอยบางกระดี่อยู่นั้น ก็เห็นชายต้องสงสัยปั่นจักรยาน แล้วจอดหน้าร้านโทรศัพท์ ตรงข้ามซอยบางกระดี่ 35/1 แล้วเดินออกมาปั่นจักรยานต่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนที่กำลังเดินอยู่หน้าปากซอยบางกระดี่ 19 เมื่อเห็นจึงเรียกเพื่อขอตรวจค้น

ผ่าเบื้องหลังปิดคดีโจรแสบ เจาะเพดานโรยตัวฉกมือถือ กวาดเรียบ2ร้าน-80เครื่อง

พบของกลางเป็นโทรศัพท์ยี่ฮ่อ APLUS ที่เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นของที่ได้ก่อเหตุขโมยมา เมื่อตรวจสอบก็พบว่ามีใบหน้าตรงกับภาพในกล้องวงจรปิดที่ร้านเฮง เฮง โมบายโฟน เจ้าตัวจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในภาพจริง นอกจากรับสารภาพแล้วยังนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นที่ห้องพัก ก่อนจะพบของกลางสร้อยคอทองคำ 1 เส้น และอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิดหลายรายการ

นอกจากนี้ นายเพลินยังสารภาพอีกว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ได้ปีนเข้าร้านนีโอโฟน ซอยบางกระดี่ 7 ช่วงเวลาเข้าไปในร้าน 21.50 น. ออกมาจากร้านเวลา 00.30 น. และเข้าไปอีกครั้งในเวลา 02.30 น. ออกมาเวลา 03.00 น. โดยได้โทรศัพท์ไป 40 เครื่อง

จากนั้นมาก่อเหตุที่ร้านเฮง เฮง โมบายโฟน เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ได้โทรศัพท์ไป 40 เครื่อง พร้อมสร้อยทอง และก่อนที่จะมาก่อเหตุในย่านบางกระดี่จนมาถูกจับ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีหมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิอีก 2 หมายจับในคดีลักทรัพย์ ในวันที่ 15 ส.ค. และก่อเหตุวันที่ 2 ก.ย. ที่จังหวัดชัยภูมิ ก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน ก่อนหนีลงมาก่อเหตุในพื้นที่ สน.แสมดำ เจ้าหน้าที่นำตัวนายเพลินไปติดตามคืนมือถือของกลางคืนมาได้ทั้งหมด 20 เครื่อง ส่วนรถจักรยานนายเพลินยืมเจ้าของห้องพักมาใช้ก่อเหตุ

หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจพาผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้ง 2 จุด ที่เจ้าตัวรับสารภาพ จากนั้นจึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

อดิษัยต์ พรวนพิมพ์ / ชาญพงษ์ บุญอุทิศ

เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้งามหน้า! รปภ.โรงแรมในหาดใหญ่ เพิ่งเข้าทำงาน ฉกเก๋งนักท่องเที่ยว รับอารมณ์ชั่ววูบ
บทความถัดไปเศรษฐกิจเติบโตช้า