ย้อนคดีจับอดีตรต.แสบ ตุ๋นญาติฝากเข้าราชการ มาให้รวบถึงกองปราบฯ

ย้อนคดีจับอดีตรต.แสบ ตุ๋นญาติฝากเข้าราชการ

มาให้รวบถึงกองปราบฯ : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ย้อนคดีจับอดีตรต.แสบ ตุ๋นญาติฝากเข้าราชการ มาให้รวบถึงกองปราบฯ – ธรรมชาติของพ่อ-แม่ ย่อมต้องการเห็น ลูกหลานมีอาชีพที่มั่นคง เป็นที่เชิดหน้าชูตาให้วงศ์ตระกูล โดยเฉพาะในสังคมชนบทของไทย ที่ยังนิยมชมชอบคนในเครื่องแบบ หากลูกใครได้เป็นทหาร ตำรวจ พ่อแม่ก็พลอยมีหน้ามีตาไปด้วย

ย้อนคดีจับอดีตรต.แสบ ตุ๋นญาติฝากเข้าราชการ มาให้รวบถึงกองปราบฯ

แต่ด้วยตำแหน่งราชการที่ปีหนึ่งๆ มีการรับเพียงไม่กี่คน ประกอบกับความเชื่อฝังหัวเรื่องเด็กเส้น-เด็กฝาก จึงกลายเป็นช่องทางให้เหล่ามิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงจนต้องสูญเสียเงินทองมานักต่อนักแล้ว แต่ก็ยังมีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่ออยู่เนืองๆ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ปกรณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สว.กก.2 บก.ป. ร.ต.อ.สุรชัย จันทร์สิงห์ รอง สว.กก.2 บก.ป. ด.ต.เกียรติเฉลิม รักษ์งาม ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์

นำกำลังจับกุม นายเด่นชัย ภูหงษ์ทอง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.4 ต.หนองตาไก้ อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ตาม หมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.338/2560 ลงวันที่ 7 ก.ย. 2560 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” ได้บริเวณหน้าร้านกาแฟคอบสตอร์รี่คาเฟ่ ภายในกองปราบปราม ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.

ย้อนคดีจับอดีตรต.แสบ ตุ๋นญาติฝากเข้าราชการ มาให้รวบถึงกองปราบฯ

ทั้งนี้ เมื่อ ม.ค.2559 นายเด่นชัย ผู้ต้องหา ทำทีมาสอบถามผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติกันว่ามีลูกหลานที่เรียนจบคณะนิติศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์บ้างหรือไม่ เนื่องจากตนรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน มีโควตาฝากเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานประจำปี 2559 ได้จำนวน 2 คน ผู้เสียหายหลงเชื่อเห็นว่าเป็นญาติกัน อีกทั้งยังรับราชการทหารบกยศร้อยตรี ที่ค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี จึงตกลงฝากบุตรชายเข้าทำงานในกรมราชทัณฑ์

จากนั้นผู้ต้องหาได้เรียกเงินค่าดำเนินการ 130,000 บาท โดยทยอยจ่าย 3 งวด แล้วให้บุตรชายของผู้เสียหายไปสมัครสอบตาม ขั้นตอนปกติ เมื่อผู้เสียหายจ่ายเงินครบ แต่พอผลสอบออกมาปรากฏว่าบุตรชายของผู้เสียหายไม่มีชื่อผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือก

ย้อนคดีจับอดีตรต.แสบ ตุ๋นญาติฝากเข้าราชการ มาให้รวบถึงกองปราบฯ

ต่อมาผู้เสียหายสอบถามนายเด่นชัยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ต้องหาได้บ่ายเบี่ยง บอกว่าลูกชายของผู้เสียหายอยู่ในกลุ่มโควตาพิเศษ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บรรจุในตำแหน่งดังกล่าวแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ยอมคืนเงินให้ด้วย จากนั้นนายเด่นชัยยังมาแอบอ้างอีกว่ามีโควตาฝากบุตรชายของผู้เสียหายเข้ารับราชการทหารตำแหน่งพลขับหรือตำแหน่งธุรการที่กองทัพบก เนื่องจากตนเองเป็นทหารทำงานอยู่ในกองทัพบกทราบข่าววงในมาว่าพนักงานคนเก่าได้เกษียณอายุราชการ และจะมีการบรรจุบุคคลภายนอกเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าวโดยไม่ต้องสอบบรรจุ ผู้เสียหายหลงเชื่ออีกครั้ง คราวนี้ต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการอีก 60,000 บาท รวมเงินที่ผู้เสียหายได้มอบให้กับผู้ต้องหาไปก่อนหน้า ก็รวมเป็นจำนวน 190,000 บาท

แต่เมื่อเวลาผ่านไปนับเดือนบุตรชายของผู้เสียหายก็ยังไม่ถูกเรียกบรรจุรับราชการทหารแต่อย่างใด จึงติดต่อไปที่นายเด่นชัยอีกครั้ง คราวนี้ผู้ต้องหาได้นัดให้ผู้เสียหายและบุตรชายไปพบที่ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี และอ้างว่าจะได้บรรจุตำแหน่งพลขับ ที่ค่ายทหารจังหวัดปราจีนบุรี

ย้อนคดีจับอดีตรต.แสบ ตุ๋นญาติฝากเข้าราชการ มาให้รวบถึงกองปราบฯ

หลายเดือนต่อมา นายเด่นชัยก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับมาหาแต่อย่างใด จนเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2560 ผู้เสียหายตัดสินใจตามไปหานายเด่นชัย ที่บ้านพักใน จ.ร้อยเอ็ด พบเพียงภรรยาของผู้ต้องหา โดยภรรยาของผู้ต้องหาได้บอกว่าสามีลาออกจากราชการทหารนานแล้วและไม่ทราบว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน ผู้เสียหายจึงได้พยายามติดต่อเพื่อขอเงินคืน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กระทั่งศาลออกหมายจับไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายเด่นชัยหลบหนีมากบดานใน กทม. กระทั่งล่าสุดทราบว่าได้มาทำธุระที่ร้านกาแฟคอบสตอร์รี่คาเฟ่ ภายในกองปราบปราม จึงนำกำลังจับกุมมาสอบสวน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และยอมรับว่าก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง แต่ที่ยังเอาตัวรอดมาได้เพราะพอถูกแจ้งความก็จะรีบ จ่ายเงินคืนให้กับผู้เสียหาย แต่คดีนี้ยังไม่มีเงินไปคืนเลยถูกแจ้งความ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่ง สภ.กมลาไสย ดำเนินคดีต่อไป

วิธีการก็ยังเดิมๆ อ้างว่าฝากเด็กได้ แล้วเรียกรับเงิน หากลูกหลานไปสมัครและสอบบรรจุทำงานได้เอง ก็จะอ้างเป็นฝีมือตนเองที่ฝากให้ แต่หากไม่ได้ก็จะเบี้ยวเงินไปเฉยๆ แต่ก็ยังใช้หากินได้มาจนถึงปัจจุบัน และก็คงใช้ต่อไปได้ หากเราทั้งหลายยังไม่ตาสว่างกันเสียที

ธานี ทวีเกิด

เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้ไปไม่ชวนเพื่อน หนุ่มคนงาน ย่องดำหาหอยลำพัง สุดท้ายเป็นศพ คาสระน้ำ
บทความถัดไปอาเซียนส่งไม้ต่อ