ย้อนคดียิงพ่อค้าคาปิกอัพ กล้องหน้ารถหลักฐานมัด 2 อส.-จ่าทหารโร่มอบตัว

ย้อนคดียิงพ่อค้าคาปิกอัพ กล้องหน้ารถหลักฐานมัด

2 อส.-จ่าทหารโร่มอบตัว : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ย้อนคดียิงพ่อค้าคาปิกอัพ กล้องหน้ารถหลักฐานมัด 2 อส.-จ่าทหารโร่มอบตัว – ปัญหาความไม่เชื่อมั่น ไม่ไว้วางใจกัน ระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว สร้างเรื่องราวบานปลายมานักต่อนักแล้ว เหตุการณ์ที่พ่อค้าหัวปลาถูกยิงตายคารถกระบะ ในพื้นที่ สภ.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ จึงเป็นคดีสำคัญที่ต้องสร้างความกระจ่างให้ได้โดยเร็ว

ย้อนคดียิงพ่อค้าคาปิกอัพ กล้องหน้ารถหลักฐานมัด 2 อส.-จ่าทหารโร่มอบตัว
พฐ.ตรวจรถเหยื่อ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ร.ต.อ.สุเมษ จำนงค์ สภ.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณถนนสายบ้านโหนด – บ้านท่านางหอม ม.2 ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วยชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมแพทย์เวร โรงพยาบาลหาดใหญ่

ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน ผท 1917 สงขลา จอดอยู่กลางถนน ที่ประตูและกระจกฝั่งคนขับมีรูจากกระสุนปืนลูกซอง ในรถพบศพนายดือรอแม สุรง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/1 ม.1 ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นพ่อค้าหัวปลา เดิมเป็นชาวจ.ปัตตานี แต่มามีภรรยาอยู่ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านเหนือ ต.คูเก่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวเข้าที่ศีรษะ แขน ขา และลำตัว รวม 6 นัด และบริเวณจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 4 ปลอกตกอยู่บนถนนข้างรถตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ย้อนคดียิงพ่อค้าคาปิกอัพ กล้องหน้ารถหลักฐานมัด 2 อส.-จ่าทหารโร่มอบตัว
ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ

จากการสอบถาม นางมารียะห์ เขปัน อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นภรรยาและเป็นคนขับรถจักรยานยนต์มาพบเป็นคนแรกบอกว่า ขณะเกิดเหตุสามีกำลังขับรถกระบะบรรทุกหัวปลาไปส่งโรงงานปลาป่นในต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ต่อมาสามีโทรศัพท์มาหาตนด้วยความตกใจว่ามีรถกระบะขับตามมาและยิงยางรถยนต์จนแตกและเรียกให้จอดรถ พอสามีจอดรถก็บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ อส. บอกให้สามีลงจากรถเพื่อขอตรวจปัสสาวะ แต่สามีไม่ยอมลงบอกว่ารอให้ตนมาก่อน จากนั้นก็ได้ยินเสียงโต้เถียงกันและขาดการติดต่อไป จึงรีบขับรถจักรยานยนต์มาดูก็พบว่าสามีถูกยิงเสียชีวิตคารถแล้ว

ตํารวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในรถ พบว่าสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน โดยขณะเกิดเหตุคนร้ายขับรถกระบะ อีซูซุสีขาว สี่ประตู ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังแกะหมายเลขทะเบียน ขับมาจอดรออยู่ริมถนนหน้าร้านค้า ก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เมื่อรถของผู้ตายขับผ่านไปรถกระบะของคนร้ายจึงขับไล่ตามก่อนขับปาดหน้ารถของผู้ตายจนต้องจอดรถ

ย้อนคดียิงพ่อค้าคาปิกอัพ กล้องหน้ารถหลักฐานมัด 2 อส.-จ่าทหารโร่มอบตัว
ภาพมัดมือปืน
ย้อนคดียิงพ่อค้าคาปิกอัพ กล้องหน้ารถหลักฐานมัด 2 อส.-จ่าทหารโร่มอบตัว
หลักฐานมัดตัว

จากนั้นคนร้ายคนแรกได้เดินถือปืนลูกซองยาวลงมาเดินไปหาผู้ตาย และอีกคนเดินตามลงมาสมทบ โดยระหว่างนั้นยังมีรถจักรยานยนต์ของคนร้ายอีก 1 คน ขับตามมาอีกคัน กระทั่งมีการยิงกันขึ้นแต่กล้องวงจรปิดไม่เห็นเหตุการณ์ตอนยิง

ขณะที่การตรวจสอบพยานแวดล้อมในเบื้องต้นทราบว่า อส.พยายามเรียกตรวจรถของผู้ตายเพื่อตรวจปัสสาวะ แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดจึงขับรถไล่ตามและยิงยางรถก่อนปาดหน้าและลงมาโต้เถียงกัน จนสุดท้ายนายดือรอแมถูกยิงตายคารถ

พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และทาง ผบ.มทบ.42 ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนผลการสอบสวนพยานหลักฐานชัดเจน โดยสอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปาก และรอสอบเพิ่มอีก 3 ปาก

ส่วนคนที่ยิงก็เป็นไปตามภาพที่ปรากฏในคลิปว่าใครเป็นคนถือปืน ซึ่งมีโอกาสใช้อาวุธปืนมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ที่ชัดเจนที่สุดแล้วคือ อส. 2 คน ซึ่งเป็นคนถือปืนและคนขับรถและเมาทั้งคู่ โดยเฉพาะคนถือปืนนั้นเมาหนัก ส่วนทหารจะเกี่ยวข้องอย่างไรนั้น ต้องสอบสวนในรายละเอียดอีก

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 พ.ย. พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา พร้อมกำลังตำรวจ สภ.คูเต่า และชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ทั้งในและนอกเครื่องแบบ พร้อมกำลังตำรวจชุดปราบจลาจลประมาณ 70 นาย

ควบคุมตัว อส.เพลินชัย สุวรรณรัตน์ อายุ 41 ปี หรือจ่าแรม อส.ประดิษฐ์ จุลนวล อายุ 33 ปี และ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ บุญรัตน์ อายุ 33 ปี ทหารสังกัดฝ่ายสรรพาวุธ มทบ.42 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังผู้บังคับบัญชาพาเข้ามอบตัว

จุดแรกบริเวณริมถนนหน้าร้านค้าที่ทั้ง 3 คน ไปตามหาลูกชาย อส.สำรองคนหนึ่ง ที่ขโมยไซดักปลาของ อส.เพลินชัย และเดินไปภายในซอยที่อยู่ติดกับร้านค้า เพื่อไปสอบถามลูกชาย อส.ที่ขโมยไซดักปลาแต่ไม่พบตัว และมีปากเสียงกันขึ้น และ อส. เพลินชัย ได้ขึ้นลำปืนลูกซอง 1 ครั้ง และเดินออกมาที่ถนน ก่อนจะยิงขึ้นฟ้า 1 นัด

จุดที่ 2 เป็นจุดที่ก่อเหตุยิงพ่อค้าหัวปลา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 500 เมตร หลังจากที่ขับรถไล่ตามมาและ ปาดหน้า โดย อส.เพลินชัย เป็นคนใช้อาวุธปืนยิง ส่วน อส.ประดิษฐ์ ลงมาคุมเชิง และ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ ขับรถจักรยานยนต์ตามมาทีหลัง

ย้อนคดียิงพ่อค้าคาปิกอัพ กล้องหน้ารถหลักฐานมัด 2 อส.-จ่าทหารโร่มอบตัว
ทำแผนฯนาทีลั่นไก

พล.ต.ต.ทิวธวัชเผยว่า ในทางการสอบสวน อส.ทั้ง 2 นายให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุตามภาพที่ปรากฏในกล้องหน้ารถ ส่วนทหารยังปฏิเสธว่าแค่ขับรถผ่านมา เจ้าหน้าที่มีพยานและหลักฐานชัดเจน

โดยแจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้ง 3 คน รวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ปลอมเอกสารราชการเนื่องจากเครื่องหมายทะเบียน ถูกลบ และในส่วนของทหารก็จะส่งดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดสงขลาเช่นเดียวกัน เพราะทำความผิดร่วมกับพลเรือน และทาง ผบ.มทบ.42 ก็ให้ดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง

อีกหนึ่งคดีที่เป็นผลมาจากความไม่ไว้วางใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน

อนงค์ วงศ์ช่วย

เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้ไฟลุกพึ่บเผาพญานาค กลางน้ำ! ไฟท่วมระทึกงานลอยกระทงวัดบางพลีใหญ่กลาง
บทความถัดไปกฎหมายชายแดนใต้