ย้อนนาทียิงกลางศาล พล.ต.ต.ปืนดุ-ดับ3ศพ แค้นพิพาทที่ดินมรดก จี้ปรับมาตรฐานรปภ.

ยิงกลางศาล

ย้อนนาทียิงกลางศาล พล.ต.ต.ปืนดุ-ดับ3ศพ

แค้นพิพาทที่ดินมรดก จี้ปรับมาตรฐานรปภ.

คอลัมน์ แฟ้มคดี

ยิงกลางศาล – เป็นอีกเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในศาลยุติธรรม

สำหรับกรณี พล.ต.ต.เกษียณอายุ ใช้ปืนพกที่แอบนำเข้าห้องพิจารณาคดี กราดยิงใส่กลุ่มทนายความที่เป็นคู่กรณี

เป็นเหตุให้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 2 คน

ก่อนที่เสมียนทนายโจทก์จะนำปืนของตำรวจศาลมายิงใส่ นายพลปืนดุ จนตายตกไปตามกัน

รวมความสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ถึง 3 ศพ

โดยที่ก่อนหน้านี้ก็เกิดเหตุผู้ต้องขังใช้มีดและปืนทำร้ายตำรวจศาลพัทยาแล้วแหกที่คุมขังมาแล้ว

จึงควรเป็นเรื่องที่จะต้องทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น เพราะศาลเป็นที่ยุติข้อพิพาทต่างๆ นานา

และหลีกเลี่ยงการถกเถียงเพื่อหาทางออกไม่ได้

ต้องไม่ปล่อยให้พกพาอาวุธเข้าไป และเกิดความรุนแรงซ้ำอีก เพื่อให้ศาลเป็นสถานที่พึ่งพิงได้สูงสุดในความยุติธรรม

● ย้อนนาทีพล.ต.ต.ยิงกลางศาล

เหตุการณ์สลดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 พ.ย. โดย ร.ต.อ.หญิงปัญญาพร ศรีชาย รองสว.สอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี รับแจ้งเหตุยิงกัน ภายในศาลจังหวัดจันทบุรี

ตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ภายในห้องพิพากษา บัลลังก์ที่ 2 พบ ผู้บาดเจ็บนอนจมกองเลือดรวม 5 ราย ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อายุ 67 ปี อดีตรองจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีเอกสารเท็จ ที่กำลังจะพิจารณาคดีในศาล

ยิงกลางศาล
พล.ต.ต.ธารินทร์

นอกจากนี้ยังมี นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความชื่อดัง นางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ ภรรยานายบัญชา นายวิจัย สุขรมย์ และ นายวิชัย อุดมธนภัทร ทนายความฝั่งโจทก์ ทั้งหมดอาการสาหัส

ยิงกลางศาล
ทนายบัญชา

สอบสวนทราบว่าทั้งหมดเป็นคู่ความพิพาทเรื่องที่ดินมานานนับ 10 ปี จนเกิดเป็นคดีฟ้องร้องต่อเนื่องมาอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่พิจารณาในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ซึ่งวันนี้เป็นการสืบพยานจำเลยนัดแรก หลังจากที่สืบพยานโจทก์ไปแล้ว 20 ปาก

ยิงกลางศาล
อดีตภรรยาพล.ต.ต.ธารินทร์

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า ขณะที่ทั้งหมดนั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดี ก่อนที่ผู้พิพากษาจะขึ้นบัลลังก์ พล.ต.ต.ธารินทร์ ใช้ปืนพกสั้นออโตเมติก ยี่ห้อกล็อก 22 ขนาด .40 จ่อยิงนายบัญชา  นางสุภาพร นายวิจัย และนายวิชัย จนบาดเจ็บ ก่อนที่จะวางปืนและนั่งรออยู่มอบตัวอยู่ที่เก้าอี้ภายในห้องพิจารณาคดี

ยิงกลางศาล
รักษาด่วน

จากนั้น นายธนากร วีรวโรดม เสมียนทนายโจทก์ ที่วิ่งหลบหนีออกไปจากห้อง แล้วพบ ร.ต.อ.ขจร บรรจง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี แล้วเกิดเจ็บป่วยกะทันหัน จึงเอาปืนของร.ต.อ.ขจร ยิงใส่พล.ต.ต.ธารินทร์ 6 นัด นอนฟุบอยู่บนม้านั่ง ก่อนที่จะหลบหนีไป

ยิงกลางศาล
จับเสมียนทนาย

เจ้าหน้าที่เร่งนำทั้งหมดส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า และโรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี ต่อมานายบัญชา นายวิจัย และ พล.ต.ต.ธารินทร์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมนายธนากรได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง คุมตัวแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบพบว่า พล.ต.ต.ธารินทร์ แอบซุกซ่อนปืนเข้ามาในห้องพิจารณาคดี โดยมาถึงศาลตั้งแต่ช่วงเช้า ใช้จังหวะที่รปภ.เคารพธงชาติ พกพาอาวุธปืนเข้าไปแล้วก่อเหตุสลดดังกล่าว

เป็นการเตรียมการมาก่อเหตุ

ยิงกลางศาล
ปืนที่ก่อเหตุ

● เผยปมพิพาทที่ดินมรดก

สำหรับต้นเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นที่คดีที่ดินมรดก 86 แปลง 3,800 ไร่ ใน อ.ท่าใหม่ และ อ.เขาคิชฌกูฏ ของนายสมพล โกศลานนท์ ซึ่งขายที่ดินดังกล่าวให้กับพระกิตติวุฑโฒ พระชื่อดัง เมื่อปี 2513 ในราคา 12 ล้านบาท โดยพระกิตติวุฑโฒ ขอผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ด้วยการเรี่ยไรผู้มีจิตศรัทธามาบริจาคซื้อที่ดิน

ระหว่างนั้น นายสมพลอนุญาตให้มูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ของพระกิตติวุฑโฒ ใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ก่อน

ต่อมาในปี 2538 นายสมพลเสียชีวิต ตรวจสอบพบว่ามูลนิธิ ดังกล่าว ค้างชำระอยู่อีก 3 ล้านบาท กระทั่งปี 2548 พระกิตติวุฑโฒมรณภาพ ชื่อที่ดินยังเป็นของนายสมพล ศาลจึงสั่งให้ที่ดินทั้งหมดกลับมาเป็นของครอบครัวโกศลานนท์อีกครั้ง

ขณะที่นายบุญช่วย เจริญสถาพร ซึ่งเป็นน้องชายของพระกิตติวุฑโฒ อ้างตัวเป็นเจ้าของที่ดิน ยื่นฟ้องศาลให้โอนที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นชื่อของตัวเอง โดยมีนายบัญชา ทนายความชื่อดังเป็น ผู้ว่าความให้

คดีนี้ต่อสู้กันมาถึงชั้นศาลฎีกา ศาลพิพากษาให้ที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นของนายบุญช่วย

ต่อมาครอบครัวโกศลานนท์ ยื่นฟ้องนายบุญช่วยอีกครั้ง โดยเชื่อว่านายบุญช่วยใช้เอกสารเป็นเท็จ และขอให้ศาลอายัดที่ดินดังกล่าวไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยขณะนั้น พล.ต.ต.ธารินทร์ เข้ามาช่วยเหลือ เพราะถือเป็นเขยตระกูลโกศลานนท์ แม้ต่อมาจะหย่าร้างกัน แต่ก็ยังช่วยเหลือเรื่องคดีมาตลอด แต่ด้วยเหตุพิพาทนี้ทำให้มีคดีขึ้นสู่ศาลอีกนับสิบคดี

ทั้งนี้ น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท ซึ่งเป็นคนในครอบครัวโกศลานนท์ อดีตภรรยาพล.ต.ต.ธารินทร์ ระบุว่า เชื่อว่า พล.ต.ต.ธารินทร์ลงมือเพราะความเครียดสะสม เพราะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม นอกจากนี้ยังถูกฝ่ายโจทก์ไปร้องเรียนว่าจะถอดยศ มีแรงกดดันมาจากบิ๊กตำรวจมากมาย

ที่ผ่านมาเวลาขึ้นศาลมีการโต้เถียงกันบ่อยครั้ง เคยชูนิ้วกลางใส่กันมาแล้ว

ทั้งนี้มีรายงานว่าในการซักค้านพยานโจทก์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายโจทก์ได้ซักค้านพล.ต.ต.ธารินทร์ และมีการกล่าวพาดพิงถึงพ่อของพล.ต.ต.ธารินทร์ ที่เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้พล.ต.ต.ธารินทร์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ทั้งหมดจึงกลายเป็นความเครียดสะสม ปะทุเป็นการลงมือครั้งนี้

● ศาลสั่งเพิ่มมาตรการรปภ.

หลังเกิดเหตุก็เกิดการตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในศาล ซึ่งควรจะเป็นที่ปลอดภัยที่สุด เนื่องจากจะเป็นสถานที่พิจารณาคดีให้สิ้นสุดข้อพิพาท และยังเป็นสถานที่ถกเถียงให้เกิดข้อยุติ หากไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้ ก็อาจจะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้น

ยิงกลางศาล
รถพยาบาลช่วยคนเจ็บ

นอกจากนี้ก่อนหน้านี้ไม่นานก็เกิดเหตุผู้ต้องขังชาย-หญิง 3 คน ใช้มีดและปืนทำร้ายตำรวจศาลพัทยา แล้วหลบหนีออกไปได้ จนกระทั่งศาลยุติธรรมต้องสั่งการให้ตั้งกรรมการสอบ และกำชับให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรมเพิ่มมาตรการความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ศาล

ให้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาล หรือ ผอ.สำนักงานประจำศาล เพิ่มความระมัดระวัง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่รักษาปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาล ให้มีการตรวจค้นตัวและสิ่งของอย่างละเอียด และให้ถือปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2550 อย่างเคร่งครัด

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า จะตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอาคารศาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่า หารือกับกรมราชทัณฑ์ เรื่องแนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขเรื่องความปลอดภัย

พบว่าปัญหาของทางราชทัณฑ์มาจากอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ โดยในเขตกรุงเทพฯ ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษซึ่งเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยมาจากเรือนจำ จะเป็นคนของราชทัณฑ์ เเต่ถ้าในต่างจังหวัดก็จะขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

ราชทัณฑ์เองก็ตระหนักในเรื่องเฝ้าระวังการลักลอบนำสิ่งของเข้าเรือนจำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงรอยต่อ โดยก่อนหน้านี้นานหลายปีที่มีเหตุนักโทษหลบหนี ทางศาล ตำรวจราชทัณฑ์ก็เคยมาคุยถึงเเนวทางร่วมมือกันป้องกันเหตุ ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ก.ต.ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ด้วย

นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน คนร้ายอาศัยช่องว่างของการตรวจสอบตรวจค้นอาวุธเข้าไปได้ ซึ่งปกติจะเข้าไปได้ยากประกอบกับคนที่จ้องจะกระทำ กับคนที่ระวัง คนที่จ้องก็อาศัยโอกาสกระทำที่เอื้ออำนวยเหมาะสม เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ขอฝากยังพี่น้องประชาชนว่าศาลยังเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยเสมอ

หวังว่าจะมีการปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรม

ให้ศาลยังเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้‘ไอ้ไข่’ วัดเจดีย์ ให้โชค ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเมืองคอน รวย 12 ล้าน ญาติพี่น้องร่วมเฮ
บทความถัดไปအီရန်မှာ လောင်စာဆီဈေးတက်လို့ ဆန္ဒပြ