ตามปส.ปฏิบัติการจับยา ไอซ์พันล้านจ่อส่งญี่ปุ่น เพิ่งเจอซุกในลู่วิ่งไฟฟ้า

ตามปส.ปฏิบัติการจับยา ไอซ์พันล้านจ่อส่งญี่ปุ่น

เพิ่งเจอซุกในลู่วิ่งไฟฟ้า : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ตามปส.ปฏิบัติการจับยา ไอซ์พันล้านจ่อส่งญี่ปุ่น เพิ่งเจอซุกในลู่วิ่งไฟฟ้า – ยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนก็แล้วแต่ ถือว่าเป็นภัยมหันต์ ยิ่งในทุกวันนี้ การนำเข้ามาเพื่อส่งออก โดยใช้ประเทศไทยเป็นที่พักของเตรียมส่งไปยังประเทศที่ 3 จะแฝงเข้ามาในรูปแบบ เช่น นำยาเสพติดซุกซ่อนไปใส่ในนาฬิกาแขวน เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า แม้กระทั่งกระป๋องแป้งยี่ห้อดัง เพื่อจะตบตาเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ยากต่อการจับกุม อีกทั้งเครื่องตรวจจับก็ไม่สามารถตรวจจับได้ ถ้าการข่าวไม่ดีจะไม่สามารถจับกุมได้อย่างแน่นอน

ล่าสุด พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. ที่มีความแน่นในเรื่องการข่าวยาเสพติด กับ ประเทศต่างๆ และบริษัทขนส่งภาคเอกชน ได้รับแจ้งว่า บริษัทชิปปิ้งเอกชนรายหนึ่ง แจ้งว่ามีพัสดุเตรียมส่งออกไปยังเมือง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยสำแดงว่าเป็นลู่วิ่งออกกำลังกายไฟฟ้า (ผลิตในประเทศจีน) มีลักษณะต้องสงสัย

ตามปส.ปฏิบัติการจับยา ไอซ์พันล้านจ่อส่งญี่ปุ่น เพิ่งเจอซุกในลู่วิ่งไฟฟ้า
ตรวจของกลาง

จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., หัวหน้าทีม พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 พร้อมบูรณาการ กับเจ้าหน้าที่ ปปส. เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าร่วมตรวจสอบ โดยพบว่าลู่วิ่งยี่ห้อ Bolzen จำนวน 2 เครื่อง โดยมี แท่งเหล็กทรงเหลี่ยม ความยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง จำนวน 3 แท่ง เชื่อมปิดหัวท้ายวางอยู่ใต้เครื่องออกกำลังกาย ลักษณะต้องสงสัย ซึ่งกล่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์ลู่วิ่งไฟฟ้าเลย อีกทั้งน้ำหนักของลู่วิ่งไฟฟ้าก็ยังหนักผิดปกติ

ตามปส.ปฏิบัติการจับยา ไอซ์พันล้านจ่อส่งญี่ปุ่น เพิ่งเจอซุกในลู่วิ่งไฟฟ้า
คุมนายปิยะนันท์ หรือใหญ่ พงศ์เศรษฐ์ศิริ ดำเนินคดี

พล.ต.ต.พรชัย ให้เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดเหล็กตัดออก ใช้เวลาไม่นานก็พบว่าภายในมีถุงชาจำนวนมาก ที่ภายในซุกซ่อนยาไอซ์ น้ำหนักรวม 36 กิโลกรัม ก่อนจะเช็กผู้ส่ง พบว่า ผู้ส่ง คือ นายปิยะนันท์ หรือ ใหญ่ พงศ์เศรษฐ์ศิริ อายุ 44 ปี ได้ส่งออกเครื่องลู่วิ่งไฟฟ้า และสิ่งของอื่นๆ ไปยังต่างประเทศแล้วหลายประเทศ และทราบว่ายังมี ลู่วิ่งอีกจำนวนหลายตัว เตรียมที่จะส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยพักของไว้ที่ โกดังเช่าแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่ สน.ประเวศ

ตามปส.ปฏิบัติการจับยา ไอซ์พันล้านจ่อส่งญี่ปุ่น เพิ่งเจอซุกในลู่วิ่งไฟฟ้า
ชุดสยบไพรีเคลียร์พื้นที่

หลังขยายผลจนได้ข้อมูลเบื้องต้น แต่เนื่องจากยาเสพติดล็อตนี้ มีเป็นจำนวนมากและมีมูลค่ามหาศาล เจ้าหน้าที่ได้แอบซุ่มดูอยู่นาน จนได้ข้อมูลหลักฐานเพียงพอขอศาลอนุมัติหมายจับ นายปิยะนันท์ หรือใหญ่ พงศ์เศรษฐ์ศิริ อายุ 44 ปี เป็นที่เรียบร้อย

พล.ต.ต.พรชัย รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนประสานกำลังพร้อมด้วย พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., และชุดสยบไพรี บุกปิดล้อม โกดังเลขที่ 780 บนถนนมอเตอร์เวย์ แขวงและเขตประเวศ กทม. ซึ่งก็พบนายปิยะนันท์ อยู่ที่โกดังดังกล่าว จึงเข้าจับกุมตามหมายจับศาลอาญาที่ 491/2562 ลงวันที่ 14 พ.ย. ข้อหา “พยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย” ก่อนปิดล้อมโกดัง ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป

ตรวจค้นจนพบลู่วิ่งไฟฟ้าออกกำลังกายอีก 10 เครื่อง และพบ แท่งเหล็กทรงเหลี่ยม ลักษณะคล้ายกันที่เจอก่อนหน้านี้ และได้เอาเครื่องตัดเหล็กมาตัด กระทั่งพบยาไอซ์อีกเกือบ 200 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ในแท่งเหล็กดังกล่าว

ตามปส.ปฏิบัติการจับยา ไอซ์พันล้านจ่อส่งญี่ปุ่น เพิ่งเจอซุกในลู่วิ่งไฟฟ้า
แถลงรายละเอียด

ด้านนายปิยะนันท์ให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะตนมีธุรกิจที่ประเทศเมียนมา และมีคนว่าจ้างตนเองในการส่งลู่วิ่งไฟฟ้านี้เท่านั้น ไม่ทราบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดเอาไว้

พล.ต.ท.วิสนุเปิดเผยว่าของกลางยาไอซ์ ที่ซุกซ่อนอยู่ในถุงชา จำนวนกว่า 200 กิโลกรัม ถ้านำส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น จะมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านบาททีเดียว

ตามปส.ปฏิบัติการจับยา ไอซ์พันล้านจ่อส่งญี่ปุ่น เพิ่งเจอซุกในลู่วิ่งไฟฟ้า
ยาไอซ์ซุกเต็มแท่งเหล็ก

ทางด้านพล.ต.ต.พรชัยกล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อคำให้การที่ นายปิยะนันท์ ให้การปฏิเสธ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีหน้าที่เป็นผู้จัดส่งพัสดุในขบวนการนี้ และไม่ได้ทำครั้งแรก ซึ่งเคยส่งพัสดุลักษณะนี้ไปยังประเทศอื่นมาแล้ว เมื่อหลายเดือนก่อน

โดยขณะนี้กำลังประสานกับทางการญี่ปุ่น ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการรายนี้ ซึ่งขณะนี้มียาไอซ์มีต้นทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ลักลอบเข้ามาจากภาคเหนือก่อนนำมาบรรจุพร้อมส่ง ส่วนโกดังแห่งนี้ ผู้ต้องหาได้เช่าไว้พักสินค้าเท่านั้น แต่เจ้าของโกดังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิดแต่อย่างใด

เป็นรูปแบบการขนส่งยาเสพติดที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรก แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ใช้วิธีนี้เป็นแน่ ต่อไปเจ้าหน้าที่คงต้องเข้มงวด มากขึ้น เพื่อไล่ตามให้ทันแก๊งยานรกเหล่านี้

อดิศร จิตตเสวี

เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้เลิกศาล รธน.ได้ไหม
บทความถัดไปโฆษก ปชป. ยัน ส.ส.พรรคถือหุ้นสื่อ ทุกบริษัทไม่จดแจ้งการพิมพ์ ต่างจาก ‘ธนาธร’