ผ่าปมแค้นพ่อตาปืนดุ! จ่อยิงดับลูกเขยตัวแสบ เบี้ยวงานแต่ง-ทำร้ายลูก

ผ่าปมแค้นพ่อตาปืนดุ! จ่อยิงดับลูกเขยตัวแสบ 

เบี้ยวงานแต่ง-ทำร้ายลูก : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ผ่าปมแค้นพ่อตาปืนดุ! จ่อยิงดับลูกเขยตัวแสบ เบี้ยวงานแต่ง-ทำร้ายลูก – ความภูมิใจอย่างหนึ่งของคนเป็นพ่อเป็นแม่ หนีไม่พ้นเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา ได้คู่ครองที่ดี โดยเฉพาะลูกสาว เมื่อจะออกเรือนทั้งทีก็ย่อมต้องจัดเตรียมงานวิวาห์ให้เป็นที่เชิดหน้าชูตา นายณรงค์ ไกรนรา อายุ 42 ปี ชาวบ้าน ม.9 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ก็เช่นกัน

แต่เมื่องานวิวาห์ที่ตระเตรียมเอาไว้ต้องยกเลิกกะทันหัน เมื่อเจ้าบ่าวตัดสินใจพาลูกสาววิวาห์เหาะ ย่อมต้องสร้างบาดแผลฝังลึกอยู่ในใจ แม้ในวันที่ลูกสาวพาลูกเขยพร้อมกับหลานเข้ามาขอขมา เจ้าตัวจะยอมให้อภัยด้วยความรักลูกก็ตามที แต่ทุกครั้งที่มีเรื่องทะเลาะกับลูกเขยตัวแสบ บาดแผลลึกๆ ในใจก็ถูกสะกิดให้เจ็บแปลบขึ้นมาทุกครั้ง

สภาพศพนายศราวุฒิ ผลหิรัญ

ความอดทนของนายณรงค์มาสิ้นสุดเอาเมื่อ 20.30 น. วันที่ 19 พ.ย. พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.สุทน ช้างรบ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท. พงษ์ศักดิ์ วิทย์การพงษ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.เกษม จอมพงศ์ รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.อดุลย์ จันทราช สวป. ร.ต.อ.อนันต์ พานิชกุล รอง สว.สอบสวน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่สายตรวจ แพทย์ร.พ.ทุ่งใหญ่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์

เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบริเวณบ้านเลขที่ 55/6 ม.9 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ในที่เกิดเหตุพบศพนาย ศราวุฒิ ผลหิรัญ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 197 ม.3 ต.นากะชะ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช อยู่บนเปลญวนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ

พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้ากลางอก 1 นัด ศีรษะมีบาดแผลคล้ายถูกของแข็งทุบตีจนเลือดซิบ ใกล้กันพบนางหนูนัย ไกรนรา อายุ 41 ปี และ น.ส.มนต์ทิพย์ ไกรนรา อายุ 25 ปี แม่ยายและภรรยาของผู้ตาย เป็นลมล้มพับอยู่ข้างศพ เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลจนฟื้นขึ้นมา ก่อนรีบพาส่งรักษาต่อที่ร.พ.ทุ่งใหญ่

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายณรงค์ ไกรนรา อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นพ่อตาของผู้ตาย โดยหลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไป

ตำรวจพบว่าทั้งพ่อตาและลูกเขยคู่นี้ไม่ค่อยถูกกัน เนื่องจากเมื่อ 3 ปีก่อน นายศราวุฒิรับปากว่าจะจัดงานแต่งกับ น.ส.มนต์ทิพย์ ลูกสาวอย่างถูกต้องตามประเพณี นายณรงค์จึงจัดเตรียมงานอย่างใหญ่โตแจกการ์ดเชิญให้ญาติและคนรู้จักเป็นที่เรียบร้อย แต่เมื่อถึงวันงานนายศราวุฒิผู้ตายกลับเบี้ยวไม่ยอมยกขันหมากมา แต่กลับพาลูกสาวหนีไปอยู่กินด้วยกันที่บ้านใน อ.ฉวาง จนสร้างความอับอายเป็นอย่างมาก นายศราวุฒิและ น.ส.มนต์ทิพย์อยู่กินกันจนมีลูกสาวอายุ 2 ขวบ และกำลังตั้งครรภ์อีก 1 คน

ก่อนเกิดเหตุ น.ส.มนต์ทิพย์ทะเลาะกับนายศราวุฒิอย่างหนักจึงตัดสินใจหอบลูกหนีกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านที่เกิดเหตุ นายศราวุฒิตามมาง้อขอคืนดีและขอให้กลับไปใช้ชีวิตด้วยกันอีกครั้ง แต่ทางฝ่ายภรรยาไม่ยอมจนเกิดทะเลาะกันขึ้นมาอีก ด้วยความเจ็บแค้นที่สั่งสมมานาน 3 ปี นายณรงค์จึงเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ตรงเข้าต่อว่าลูกเขยอย่างรุนแรงจนเกิดมีปากเสียงกันขึ้น นายณรงค์ถีบนายศราวุฒิก่อนใช้ด้ามปืนพกตบหน้า และจ่อยิงจนเสียชีวิตต่อหน้าเมีย ลูกสาว และหลานสาววัย 2 ขวบ ก่อนหลบหนีไป

เมียผู้ตายกับลูก

ด้านนางหนูนัยกล่าวว่า เรื่องที่สามีโกรธแค้นลูกเขยเบี้ยวงานแต่งนั้นมีความจริงแค่บางส่วน เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ทุกฝ่ายได้เคลียร์กันไปหมดแล้ว แต่เมื่อมีการถกเถียงกันก็รื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งจนเกิดการยิงกันตายดังกล่าว

สาเหตุที่แท้จริงมาจากเรื่องทะเลาะภายในครอบครัว เนื่องจากนายศราวุฒิพอหาเงินมาได้จะนำไปใช้จ่ายมั่วสุมในเรื่องของยาเสพติด จนเคยถูกจับดำเนินคดีมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้นายณรงค์ไม่พอใจและมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เมื่อเงินทองไม่พอใช้ทำให้นายณรงค์ต้องออกไปรับจ้างทำงานนอกบ้านทั้งที่ร่างกายไม่ค่อย แข็งแรง เนื่องจากป่วยเป็นโรคปอด

วันรุ่งขึ้น พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ. นครศรีธรรมราช เรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีที่สภ.ทุ่งใหญ่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกระจายกำลังลงพื้นที่ พร้อมเข้าไปกดดันและพูดคุยกับญาติๆ ให้นำตัวมามอบตัว ซึ่งทางญาติได้รับปากและคาดว่าน่าจะไม่เกิน 1-2 วัน เพราะนายณรงค์ผู้ต้องหากำลังป่วย คาดว่าน่าจะหลบหนีไปไหนได้ไม่ไกล เพียงอาจจะไปตั้งหลักและรวบรวมหลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัวออกไปสู้คดีและพักรักษาตัว

กระทั่งวันที่ 22 พ.ย. พ.ต.อ.โชคดี รักวัฒนพงศ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ พร้อมชุดสืบสวนพบพิกัดว่านายณรงค์หลบซ่อนอยู่ในกระท่อมสวนปาล์มท้ายหมู่บ้าน หมู่ 9 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัว โดยนายณรงค์ยอมรับว่าไม่พอใจนาย ศราวุฒิเรื่องเบี้ยวไม่ยอมมาแต่งงานกับลูกสาวเมื่อ 3 ปีก่อน

แต่เห็นว่าผ่านไปนานจึงยอมยกโทษให้เพราะมีหลานตัวเล็กๆ แต่ระยะหลังมักมีปากเสียงกับลูกสาวบ่อยขึ้น เพราะไม่ทำงานต้องเป็นภาระของตนเองและยังยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกลับจากทำงานมาเหนื่อยๆ เห็นลูกเขยนอนในเปลและทะเลาะกับลูกสาวอยู่ เลยเหลืออดจริงๆ

ความรุนแรงแม้จะยุติความขัดแย้งระหว่างพ่อตากับลูกเขยลงได้ แต่ก็แลกมาด้วย 1 ภรรยาม่าย กับ 2 ลูกกำพร้า อีกทั้งตัวเองก็ต้องเข้าไปรับโทษในคุก เช่นนี้แล้วการให้อภัยจะไม่จะเป็นทางออกที่ดีกว่าหรือ

บทความก่อนหน้านี้สิ้นแล้ว! ยายทวด 5 แผ่นดิน อายุ 105 ปี 7 เดือน ผงะช้อนในครัวหายเกลี้ยง
บทความถัดไปรถอีแต๋นบรรทุกข้าว พุ่งตกลำห้วย คนขับร่างกระเด็นดับสลด หลาน 9 ขวบรอด