ปิดคดีมาตุฆาตสยอง หลักฐานชัดลูกชาย ฆ่าหั่นแม่ยัดตู้เย็น ยืนยันไม่มี‘มือที่สาม’ : แฟ้มคดี

ปิดคดีมาตุฆาตสยอง หลักฐานชัดลูกชาย ฆ่าหั่นแม่ยัดตู้เย็น ยืนยันไม่มี‘มือที่สาม’ : แฟ้มคดี

ปิดคดีมาตุฆาตสยอง หลักฐานชัดลูกชาย ฆ่าหั่นแม่ยัดตู้เย็น ยืนยันไม่มี‘มือที่สาม’ : แฟ้มคดี – ถือเป็นฆาตกรรมสยองขวัญที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในสังคม นั่นก็คือกรณีที่หนุ่มนักศึกษาวิศวะ ก่อเหตุสลดด้วยการใช้อาวุธมีดแทงสังหารแม่ของตัวเองจนเสียชีวิต

ก่อนใช้มีดหั่นศพเป็นชิ้นๆ แช่ไว้ในตู้เย็นภายในบ้าน

จนมาเป็นเรื่องเมื่อเพื่อนของแม่ที่เกิดเอะใจ ที่ไม่สามารถติดต่อได้ตลอดคืน เดินทางมาตรวจสอบที่บ้าน

เมื่อเปิดตู้เย็นดูก็ถึงกับผงะ ขณะที่น.ศ.หนุ่มใช้ปืนของแม่ยิงตัวตายหนีความผิด

จนมีผู้สูญเสียจากเหตุการณ์นี้รวม 2 ศพ

อย่างไรก็ตามมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากญาติว่าไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นคนลงมือฆ่าแม่ พร้อมจี้ให้ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี

สุดท้ายด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พยานแวดล้อม และกล้องวงจรปิด

ก็ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีมือที่ 3 เข้าไปเกี่ยวข้อง

ทิ้งประเด็นข้อสงสัยว่าการลงมือดังกล่าวเกิดมาจากแรงจูงใจอะไร

● สยองเหตุมาตุฆาต-หั่นศพ

เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 พ.ย. เมื่อร.ต.อ.นพดล หันภาพ รองสว.สอบสวน สน.ท่าข้าม รับแจ้งมีเหตุคนพบศพถูกฆ่ายัดตู้เย็น

ภายในบ้านเลขที่ 17 ซอยท่าข้าม 28 แยก 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ภายในตู้เย็นขนาดใหญ่ความจุ 7.9 คิว ที่อยู่ชั้นล่างตรงหัวบันไดทางขึ้นชั้น 2 พบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ถูกฆ่าหั่นแยกชิ้นส่วน มีทั้งแช่ทั้งอวัยวะโดยไม่มีวัสดุห่อหุ้ม และชิ้นที่ใส่ถุงพลาสติกขนาดต่างๆ ยัดไว้ในช่องแช่แข็ง พบอวัยวะทั้งหมด 5 ส่วน ประกอบด้วย 1.ศีรษะตั้งแต่ช่วงคอขึ้นไป 2.แขนตั้งแต่ช่วงไหล่ข้างขวา 3.แขนตั้งแต่ช่วงไหล่ข้างซ้าย 4.บริเวณบั้นเอวลงไปจนถึงขาทั้ง 2 ข้าง และ 5.ร่างกายส่วนลำตัวซึ่งเต็มไปด้วยบาดแผลถูกของมีคมทิ่มแทงทั้งด้านหน้าและด้านหลังนับ 10 แห่ง โดยก้อนเนื้อทรวงอกด้านขวาหายไป

นอกจากนี้ภายในชักโครกห้องน้ำชั้นล่าง พบอวัยวะเครื่องในอีกหลายชิ้น

ตรวจสอบพบผู้ตายคือน.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน ทำงานเกี่ยวกับบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ ซึ่งผู้ต้องสงสัยก็คือนายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นลูกชายของผู้ตายเอง เป็นคนลงมือ

ซึ่งหลังจากที่มีผู้พบศพผู้ตาย นายศิระ ใช้ปืน .38 ของแม่ ยิงใส่ตัวเองที่ขมับข้างขวาทะลุซ้าย อาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาล นครธน แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยพยานปากเอกที่เป็นผู้พบศพ คือน.ส.วรนุช วงษ์ชัย อายุ 35 ปี เพื่อนร่วมงานของผู้ตาย ให้การว่า เป็นเพื่อนน.ส.ยุรีย์ เพราะทำธุรกิจเกี่ยวกับไฟแนนซ์รถยนต์ โดยตั้งแต่เวลา 20.00 น.ของวันที่ 24 พ.ย.พยายามติดต่อหาน.ส.ยุรีย์ หลายครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ช่วงบ่ายของวันที่ 25 พ.ย. จึงเดินทางมาหาที่บ้าน ก็พบรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 3 กจ 1116 กรุงเทพมหานคร ของน.ส.ยุรีย์จอดอยู่

จึงเข้าไปในบ้านก็พบนายศิระ เมื่อถามหาน.ส.ยุรีย์ นายศิระ ก็โวยวายบอกว่ามีคนพาตัวไป โดยไม่ยอมให้เข้าไปภายในบ้าน พร้อมระบุว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า จึงเรียกเพื่อนอีกคนให้มาช่วย เมื่อเพื่อนมาพยายามตะโกนเรียกน.ส.ยุรีย์ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จากนั้นจึงบุกเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว เพื่อแยกกันค้นหา เพราะเชื่อว่าเพื่อนสาวยังอยู่ในบ้านแน่ เพราะรถยนต์ก็อยู่ กระเป๋า โทรศัพท์อยู่หมด

เมื่อหาทั่วบ้านก็ไม่พบจนมาถึงตู้เย็น จึงตัดสินใจเปิดดูก็พบชิ้นส่วนของน.ส.ยุรีย์

โดยจังหวะนั้น นายศิระไม่ทราบว่าเอาปืนมาจากไหนจ่อยิงที่ขมับขวาตัวเองจนล้มฟุบ เมื่อตั้งสติได้จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมา ตรวจสอบ

เป็นคดีที่น่าสะพรึง

● จี้ตร.คลี่ปม-ใครลงมือ

อย่างไรก็ตามเมื่อเหตุการณ์ปรากฏออกทางสื่อ ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มเพื่อนและญาติของนายศิระ ไม่เชื่อว่านายศิระจะเป็นคนลงมือ เพราะที่ผ่านมาทั้ง 2 แม่ลูกก็มีความสัมพันธ์ที่ดี และยังระบุอีกว่านายศิระ ถนัดซ้าย เหตุใดถึงใช้มือขวาลั่นไก

รวมทั้งสร้างทฤษฎีขึ้นมาว่ามีบุคคลที่สามอยู่เบื้องหลัง

โดยนายลอน เถาวัลย์ อาของน.ส.ยุรีย์ ที่เดินทางมารับศพที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ศิริราช เพื่อนำกลับไปทำพิธีทางศาสนา ที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ระบุว่า ยอมรับว่าช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เชื่อเลยว่านายศิระจะเป็นคนลงมือ อย่างไรก็ตามจำได้ว่านายศิระถนัดมือขวา ส่วนที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นทราบมาก่อนหน้านี้ เพราะน.ส.ยุรีย์ นำเรื่องมาปรึกษา และทราบว่าเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยามากว่า 2 ปีแล้ว

ซึ่งสำหรับปมอาการทางจิตนั้น นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า คดีมีความซับซ้อน จึงควรรอฟังข้อมูลเพื่อความชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตามสถิติจากงานวิจัยในต่างประเทศ ระบุว่าพบว่าในคดีทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิต มีเพียงร้อยละ 10-15 ที่คนร้ายเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตระดับรุนแรง รวมไปถึงภาวะการใช้สารเสพติดร่วมด้วย ส่วนมากแล้วผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตทั่วไประดับที่ไม่รุนแรง เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล แม้มีความเสี่ยงในการทำร้ายตัวเองที่สูงกว่าคนทั่วไปก็ตาม

แต่ความเสี่ยงในการทำร้ายผู้อื่นไม่ได้ต่างจากสถิติของคนทั่วไป จึงไม่ควรด่วนสรุปว่าคดีสะเทือนขวัญเหล่านี้เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตทั่วไปเพียงอย่างเดียว และจะสร้างตราบาปให้กับผู้บำบัดรักษาด้านสุขภาพจิตในสังคม

ขณะที่นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผอ.สถาบันจิตเวชศาสตร์ ร.พ.สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยเคยเข้ามารับการรักษาที่สถาบัน 2 ครั้ง ครั้งแรกมากับแม่ ครั้งที่ 2 มาด้วยตัวเอง ในเดือนพ.ย.นี้เอง แต่ยังไม่สามารถระบุว่าป่วยเป็นโรคจิตเวชประเภทใดอย่างชัดเจน เนื่องจากคนไข้มีจำนวนมาก ครั้งแรกที่มาจึงมีการประเมินเพียงคร่าวๆ ครั้งต่อๆ ไปถึงจะมีการตรวจรายละเอียด ประเมินสุขภาพจิต ตรวจทางด้านจิตวิทยา

โดยผู้ป่วยรายนี้เกิดเหตุก่อนที่จะได้ตรวจประเมินอย่างละเอียด เลยยังไม่สามารถระบุรายละเอียดของตัวโรคได้ แต่ก็จ่ายยาซึมเศร้าให้ไปก่อน เพราะเท่าที่ดูจากอาการเบื้องต้นในวันที่มาพบแพทย์ครั้งที่ 2 มีอาการเครียดและมีภาวะซึมเศร้าอยู่ แต่อาการนี้ถือว่าเป็นอาการทั่วไปเหมือนการเจ็บป่วย มีไข้ ปวดศีรษะ จึงต้องรักษาตามอาการ

โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะทำร้าย ตัวเองมากกว่า เพราะมีอาการมองตัวเองในแง่ลบ หดหู่ มีน้อยที่จะทำร้ายผู้อื่น

เป็นคดีที่ต้องเร่งทำให้กระจ่าง

● เปิดหลักฐานยันลูกชายฆ่า

ขณะที่พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องชันสูตรพลิกศพถึงเวลาการเสียชีวิต แต่จากการสอบสวนพยาน ระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวมีแม่กับลูกอยู่เพียง 2 คน โดยมีพยานอีก 2 คนเข้ามาเห็นเหตุการณ์ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งระบุว่านายศิระใช้ปืนยิงตัวเอง

ทุกอย่างต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องสืบสวนสอบสวนเชิงเทคนิค ทั้งเก็บดีเอ็นเอ คราบเขม่าปืน และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

ทั้งนี้เมื่อแพทย์นิติเวชที่เข้าตรวจสอบสภาพศพของคนตาย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 24-48 ชั่วโมง

ส่วนการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงยังไม่พบว่ามีบุคคลใดเข้ามายังบริเวณพื้นที่ จากปากคำพยานตั้งแต่ช่วงเวลา 20.00 น. วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่พบความผิดปกติโดยมีบุคคลอื่นเข้ามาแต่อย่างใด เนื่องจากบริเวณบ้านเข้าออกทางด้านหน้าบ้านได้เพียงทางเดียวเท่านั้น

สำหรับเรื่องการถนัดมือซ้ายหรือขวา เจ้าหน้าที่พบกิจกรรมหลายอย่าง อาทิ เขียนหนังสือ เล่นกีตาร์ ซึ่งใช้มือขวาเล่น

ด้านพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผบช.น. ที่นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านอีกครั้ง ระบุว่า อาวุธมีดที่พบในบ้าน เจ้าหน้าที่เก็บไปตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงค้อนด้วย เชื่อว่าทั้งหมดจะใช้เป็นอุปกรณ์ในการชำแหละศพ

จากพยานหลักฐานเชื่อได้ว่านายศิระใช้อุปกรณ์เหล่านี้ จากพยานหลักฐานมีเพียงลูกและแม่เท่านั้นที่อยู่ในบ้าน ยังไม่มีใครเข้ามาในบ้านเลย เนื่องจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันจันทร์ ไม่มีบุคคลอื่นเข้าออกจากบ้านนอกจากเจ้าของบ้าน 2 คนนี้ คาดว่าเวลาในการฆาตกรรมเกิดขึ้นตั้งแต่ 20.00 น. ของ วันที่ 24 พ.ย.เป็นต้นไป

จากผลการชันสูตรศพแม่พบด้วยว่าการหั่นศพใช้วิธีนำมีดมาวางแล้วใช้ค้อนตอก เพราะบนมีดมีรอย ส่วนห้องน้ำบนบ้านพบคราบเลือดกระจายไปทั่ว แล้วนำชิ้นส่วนศพล้างในห้องน้ำ ล้างเลือดให้สะอาดแล้วใส่ในถุงพลาสติกแช่ตู้เย็น ส่วนที่เฉือนเต้านมนั้น คาดว่าไม่สามารถเอาชิ้นส่วนเข้าตู้เย็นได้ เลยพยายามหั่นให้ชิ้นเล็กลง พร้อมยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ว่าคนที่ก่อเหตุมีเพียงคนเดียวคือนายศิระ

ตอบคำถามสังคมชัดเจนว่าใครที่เป็นฆาตกร

บทความก่อนหน้านี้ยล‘นครสีชมพู’ชัยปุระ-ราชสถาน : ข่าวสดหรรษา
บทความถัดไปข่าวข้นคนเข้ม : ‘ธนาธร’สงสัย ทำไม?เหล่านายพล จึงรวยผิดปกติ คำตอบที่ได้คือความเงียบ