อุทาหรณ์หนุ่มพลเมืองดี เข้าห้ามผัว-เมียทะเลาะกัน ถูกมีดแทงพรุนถึงแก่ชีวิต

อุทาหรณ์หนุ่มพลเมืองดี เข้าห้ามผัว-เมียทะเลาะกัน

ถูกมีดแทงพรุนถึงแก่ชีวิต : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

เรื่องของผัว-เมียอย่าไปยุ่งดีกว่า เป็นคำเตือนที่หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินมา แต่หากถึงลงไม้ลงมือ หรือทะเลาะกันในที่สาธารณะก็คงเป็นอีกกรณีที่พลเมืองดีทั้งหลายต้องประเมินสถานการณ์ให้ขาด ก่อนยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่เช่นนี้อาจกลายเป็นนำภัยมาสู่ตัว

เช่นเหตุการณ์เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 15 ธ.ค. เมื่อร.ต.อ.อรุณ สืบสิงห์ รองสารวัตร(สอบสวน ) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุชายถูกแทงบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าปากซอยเพชรบุรี 22 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.

สอบปากคำคนร้าย

 

ผู้กองอรุณจึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน พร้อมรถพยาบาลหน่วยกู้ชีพ ร.พ.รามาธิบดี อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุอยู่ปากซอยเพชรบุรี 22 หน้าร้านขายโทรศัพท์มือถือ แอดพี โฟน พบโต๊ะเก้าอี้ ขวดเบียร์ และสิ่งของร้าน “เจ้อั๋นคนละยำ” ที่อยู่ข้างๆ กันกระจายไปทั่วบริเวณ

นายมานิต มีมาก มือมีด

ขณะที่พบผู้ถูกแทง ชื่อ นายขจรจิตร จันแจ้ง อายุ 37 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่ลำตัวด้านขวา จำนวน 2 แผล เหนือราวนมซ้าย 1 แผล และใต้ราวนมด้านซ้าย 1 แผล รวม 4 แผล นอนหายใจรวยรินอยู่บนทางเท้าหน้าร้านดังกล่าว

นำส่งรพ.ก่อนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งร.พ.ราชวิถี แต่ผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบมีดทำครัวยาวประมาณ 8 นิ้ว ตกอยู่หน้าปากซอย

นายหนุ่ย (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 20.00 น. หลังจากที่ตนเองเสร็จจากการขายของที่ห้างพันธ์ุทิพย์ ได้มาที่ร้านขายโทรศัพท์ของเพื่อน เพื่อสังสรรค์กันโดยมีตนเอง เจ้าของร้าน นายขจรจิตร ผู้ตาย และเพื่อนเจ้าของร้านอีก 2 คน รวม 5 คน

ระหว่างนั่งดื่มกินกันที่หน้าร้าน ถึงเวลาประมาณ 21.30 น. ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นแฟนของน.ส.อั๋น ชาวเวียดนาม เจ้าของร้านยำ เจ๊อั๋นคนละยำ ที่อยู่ข้างร้านโทรศัพท์ นั่งดื่มเบียร์อยู่ใกล้ๆ เดินมาที่ร้านยำก่อนจะมีปากเสียงกันกับน.ส.อั๋น อย่างรุนแรง พวกตนจึงเข้าห้ามปรามและให้แยกกันไปแล้ว 1 รอบ

ตร.พญาไทตรวจที่เกิดเหตุ

แต่ผู้ก่อเหตุก็กลับมาอีกครั้ง ก่อนจะทะเลาะกันอีกครั้ง ทำให้พี่เจ้าของร้าน และนายขจรจิตร ผู้ตาย พยายามเข้าไปห้าม จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุเดินไปหยิบมีดหั่นผักที่ร้านยำ แล้วเดินมาที่หน้าร้านโทรศัพท์พร้อมพูดเสียงดังว่า “เรื่องผัวเมียใครอย่ามายุ่ง” พวกตนจึงพากันวิ่งหนี แต่นายขจรจิตรวิ่งไม่ทันจึงถูกผู้ก่อเหตุใช้มีดจ้วงแทงหลายครั้ง

ตนจึงคว้าเก้าอี้พลาสติกฟาดไปที่ตัว ผู้ก่อเหตุ 1 ครั้ง ทำให้ผู้ก่อเหตุได้ถือมีดวิ่งไล่แทงตน แต่วิ่งไม่ทัน มาทราบภายหลังว่าผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงสีดำที่จอดอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุหลบหนีไป

สภาพที่เกิดเหตุ

ส่วนน.ส.อั๋น เจ้าของร้านยำ แฟนผู้ก่อเหตุ หลังเกิดเรื่องก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้ก่อเหตุและน.ส.อั๋น มักจะมีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำซึ่งพวกตนก็ไม่ทราบว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร

ขณะที่ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ปกติ 2 ผัวเมียคู่นี้มักจะมีปากเสียงกันบ่อยครั้งทุกคนในซอยนี้ก็พบเห็นตลอด คนในซอยก็จะไม่ยุ่ง แต่ในวันเกิดเหตุเริ่มตบตีกันแล้ว กลุ่มผู้ตาย ทนดูไม่ได้ จึงเข้าไปห้าม พยามแยกคู่ผัวเมียออกจากกัน ทำให้เกิดเหตุสลด ดังกล่าวขึ้น

พ.ต.อ.บวรภพกล่าวว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ไม่แน่ชัดว่าไปพร้อมภรรยาด้วยหรือไม่ จากการสอบสวนพยานระบุว่าผู้ตายไม่เคยมีเรื่องกับผู้ก่อเหตุมาก่อน เป็นเพียงพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์แล้วเข้าไปห้าม จนถูกแทงบาดเจ็บและเสียชีวิต

พฐ.เก็บหลักฐาน

ใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตำรวจก็ปิดคดีได้ โดยเมื่อเที่ยงวันที่ 16 ธ.ค. ตำรวจสามารถจับกุมนายมานิต มีมาก อายุ 39 ปี แฟนเจ้าของร้านยำหลังก่อเหตุแทงนายขจรจิตร จันแจ้ง อายุ 37 ปี จนเสียชีวิต โดยสามารถจับกุมได้ที่ซอยรางน้ำ ก่อนคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.พญาไทเพื่อดำเนินคดี

ทั้งนี้เจ้าตัวให้การสารภาพ โดยสาเหตุมาจากโมโหที่นายขจรจิตรกับพวกไปห้ามขณะกำลังทะเลาะกับแฟนสาวเลยคว้ามีดไล่แทงนายขจรจิตรหลายแผลได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

การช่วยเหลือผู้กำลังลำบากเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องด้วยวิธีการที่ถูกต้องด้วย เหตุการณ์นี้ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุ น่าจะเป็นการดีที่สุด

พนม คงเจริญ

อดิศร จิตตเสวี

เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้ปาร์ตี้จริยธรรม?
บทความถัดไปทบทวน