เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน ที่แท้สาวจนท.บัญชีสั่งฆ่า ปมจับโกงเงินป่าไม้ยะลา

เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน

เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน ที่แท้สาวจนท.บัญชีสั่งฆ่า 

ปมจับโกงเงินป่าไม้ยะลา คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน – “ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จะประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และของประชาชน

สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา และตามแนวทางในพระบรมราโชวาทตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

คำสัตย์ที่ข้าราชการทุกผู้ต้องปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละกระทรวง กรม กอง เป็นสิ่งที่ นายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ อายุ 52 ปี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 7 (อุทยานป่าไม้บาลาฮาลา) ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ในสังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยึดถือจนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้าย

เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน
โกวิทย์ หวังทวีทรัพย์

เมื่อเขาถูกคนร้ายประกบยิงเสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่กลางถนนอาคารสงเคราะห์ 4 ซอย 3 ในเขตเทศบาลนครยะลา ในช่วงเที่ยงวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง รุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อม พ.ต.ต.พรชัย ไกรทอง สวป. ร.ต.อ.สมชาย ช่วยมาก รอง สว.สอบสวน

ที่เกิดเหตุพบเพียงรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน ขกค 338 ยะลา ล้มอยู่กลางถนน โดยมีรอยเลือดกองอยู่บนพื้นข้างๆ

เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน
ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ

ส่วนร่างของนายโกวิทย์เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา นำส่งรักษาที่ร.พ.ศูนย์ยะลาไปก่อนหน้าแล้ว ในสภาพถูกยิงใต้ราวนมข้างซ้าย แต่อาการสาหัสสุดที่แพทย์จะยื้อชีวิต ไว้ได้

สอบสวนทราบว่า ขณะที่หัวหน้า โกวิทย์กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ และทะเบียน ประกบจ่อยิงจนล้มกลิ้งก่อนรีบขับหลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมสังหารไว้ 2 ประเด็น คือฝีมือกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ และความขัดแย้งส่วนตัว พร้อมกระจายกำลังออกสืบหาเบาะแสและตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย

พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.ฉก.ยะลา และนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เร่งตามจับตัวคนร้ายให้เร็วที่สุด เพราะหัวหน้าโกวิทย์เป็นที่รู้จักของชาวบ้านและข้าราชการเมืองยะลาเป็นอย่างดี ในฐานะข้าราชการตงฉินปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ได้รับรางวัลข้าราชการดีเด่น และอีกไม่กี่เดือนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการเขตที่จังหวัดปัตตานี

เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน
พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9

เพียงวันเดียวก็พบหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบ้านพักใกล้จุดเกิดเหตุ ที่บันทึกภาพบุคคลที่คาดว่าเป็น 2 ชายคนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่ และ ยังมีผู้หญิงอีกรายขี่รถจักรยานยนต์อยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งหมดไปให้ปากคำที่ สภ.เมืองยะลา

ชาย 2 รายแรกคือ นายตรีย์นภัทร์ สุวรรณปฏิพัธ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/9 ม.7 ต.บาโระ อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นจีที สีแดง-ดำ ผ่านหน้ากล้อง ส่วนคนซ้อนท้ายคือ ด.ช.อายุ 14 ปี ชาว อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

ส่วนหญิงรายสุดท้ายคือ น.ส.อาซีซะ กาหม๊ะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 ม.10 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ลูกจ้างสำนักงานป่าไม้จังหวัดยะลา ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี

เบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธไม่รู้เห็น แต่เจ้าหน้าที่จับพิรุธได้บางอย่างจึงเค้นปากคำสอบสวนด้วยหลักจิตวิทยาจนยอมเปิดปากรับสารภาพในที่สุด

เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน
ภาพวงจรปิดมัดตัว

น.ส.อาซีซะสารภาพว่า มีหน้าที่ เบิกจ่ายเงินในโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 7 และแอบทุจริตมาหลายปีแล้ว กระทั่งล่าสุดหัวหน้าโกวิทย์พบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินโครงการ จำนวน 20,000 บาท ด้วยความเป็นคนตรงไปตรงมาจึงตรวจสอบอย่างละเอียด

เมื่อเห็นว่าจวนตัวน.ส.อาซีซะและนายตรีย์นภัทร์ที่ร่วมมือกันจึงคิดตัดตอนปัญหาทิ้ง ด้วยการว่าจ้างมือปืนให้มาเด็ดชีพหัวหน้าตงฉิน

แต่หลังได้เงินมัดจำล่วงหน้าไปแล้ว มือปืนที่รับงานกลับเบี้ยวไม่ยอมลงมือ ทั้งคู่จึงเปลี่ยนแผนลวงด.ช.วัย 14 เป็นเพชฌฆาตแทน

โดยน.ส.อาซีซะเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์นำทางไปชี้เป้าเหยื่อ ส่วนนายตรีย์นภัทร์ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์อีกคันนำมือปืนวัยกะเตาะไปก่อเหตุแล้วพาหลบหนี โดยใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ของพี่เขยน.ส.อาซีซะซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเป็นอาวุธสังหาร

เจาะคดียิงดับขรก.ตงฉิน
ทำแผน

หลังลงมือประสบผลนำปืนไปทิ้งไว้ริมบ่อน้ำในพื้นที่ ม.1 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ส่วนรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันก็นำไปถอดแยกชิ้นส่วนทำลายหลักฐาน

แต่สุดท้ายก็หนีความผิดที่ร่วมกันกระทำไว้ไม่พ้น

บทความก่อนหน้านี้กสศ. เผยเคสเร่งด่วน ช่วยเด็กนอกระบบ 13,263 คน กลับเข้าสู่การศึกษา
บทความถัดไปปรับตัวปีใหม่