สดจากสนามข่าว
นพรัตน์ คุ้มศรี ภัทรภณ แก้วสกุณี สุรัตน์ สรรพคุณ เรื่อง/ภาพ
“ฆ่าแม่ทำไม” !!?
เสียงตะโกนถามด้วยความคั่งแค้น และคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้า บ่งบอกถึงความเจ็บแค้นของ น.ส.ชมภัคมนธฑ์ แสนประสิทธิ์ วัย 23 ปี
ขณะตำรวจคุมตัว นายทุช หรือ ที วุธี อายุ 30 ปี ชาวกัมพูชา ฆาตกรที่บุกฆ่านางพรพรรณ แสนประสิทธิ์ อายุ 42 ปี หรือเจ๊สั้น เจ้าของ แผงผักรายใหญ่สุดในตลาดไทอย่าง โหดเหี้ยม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านพักของเจ๊สั้น ใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
เหตุสยองขวัญครั้งนี้เกิดในช่วงเย็น วันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อ ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณรักษ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับ แจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านเลขที่ 72/49 เฟส 4 ซอย 3 หมู่บ้านพระปิ่น 7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน สภ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บริเวณประตูหน้าบ้านพบร่างเจ๊สั้นนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่ลำคอ 1 แผล หน้าท้อง 1 แผล มือทั้งสองข้างมีรอยมีดบาดคล้ายลักษณะต่อสู้กัน เลือดกระจายอยู่เต็มพื้นที่เกิดเหตุ และยังพบกระเป๋าผู้ตายตกอยู่ที่ประตูทางเข้า
นอกจากนี้ยังพบอาวุธมีดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบภายในห้องนอนพบว่าอาวุธปืนขนาด .22 ของผู้ตาย หายไป และมีร่องรอยคนร้ายพยายามที่เปิดตู้เซฟของผู้ตายด้วย
เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุสยองให้การว่า คนร้ายคือนายที แรงงานต่างด้าวที่เพิ่งถูกเจ๊สั้นไล่ออกจากงานไป เพราะจับได้ว่าขโมยเงินในร้านไปจำนวนมาก
ก่อนเกิดเหตุมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน สักพักก็เห็น นายทีและเจ๊สั้นต่อสู้กัน ก่อนที่นายทีจะจ้วงแทงอดีตนายจ้างด้วยมีดอย่างไม่ยั้งมือ แล้ววิ่งหนีไป
ขณะที่ น.ส.ชมภัคมนธฑ์ ลูกสาวที่ทราบเหตุมาถึงบ้านพักให้การทั้งน้ำตาว่า ช่วงเกิดเหตุกำลังคุยโทรศัพท์กับ แม่อยู่พอดี ระหว่างนั้นก็ได้ยินแม่ตะโกนออกมาว่า “อย่าทำกู อย่าทำกู” ก่อนจะเงียบเสียงไป ด้วยความเป็นห่วง จึงรีบกลับบ้าน แต่พบว่าแม่ถูกฆ่าตายหน้าบ้านแล้ว
หลังทราบเบาะแสฆาตกรเหี้ยม เจ้าหน้าที่ก็กระจายกำลังออกติดตามตัว กระทั่งพบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุด เกิดเหตุเป็นภาพนายทีซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ก่อนโบกแท็กซี่สีส้มหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ประสานอู่รถแท็กซี่ดังกล่าว จนได้ข้อมูลจากโชเฟอร์รถคันที่รับนายที ไปส่งที่ท่ารถต่างจังหวัดหน้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต คาดว่าจะหลบหนีกลับประเทศกัมพูชา จึงประสานตำรวจพื้นที่ตะเข็บชายแดนและตม.ทุกด่านให้เฝ้าสกัดตัวไว้
ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกันก็ได้รับ การประสานจากตำรวจสภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ว่าจับกุมนายทีได้แล้ว ขณะกำลังลงจากรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ พร้อมเงินสด 6,385 บาท พระเครื่อง 6 องค์ และอาวุธปืนขนาด .22 ของผู้ตาย จึงนำกำลังไปรับตัวมาสอบสวน
เช้าวันที่ 24 เม.ย. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม หลังเค้นสอบนายทีข้ามคืนจนสารภาพในที่สุด
ลูกจ้างเหี้ยมสารภาพว่า แค้นที่ถูกด่าและไล่ออกจากงานจึงปีนบ้านผู้ตายเข้าไปขโมยทรัพย์สินเพื่อแก้แค้น
แต่ระหว่างนั้นเจ๊สั้นกลับมาบ้านพอดีจึงใช้อาวุธมีดที่พกมาแทงจนเสียชีวิต แล้วปีนรั้วหลบหนีไปทางคลองหลวงบูทีครีสอร์ต หลอกพนักงานรีสอร์ตดังกล่าวว่าถูกตามฆ่า ขอให้ช่วยขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งที่หน้าตลาดไอยรา
จากนั้นเรียกแท็กซี่ไปลงหน้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ขึ้นรถทัวร์เพื่อหนีกลับประเทศกัมพูชา แต่ก็ไม่รอดถูกตำรวจดักจับตัวขณะลงจากรถที่อรัญประเทศในที่สุด
หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่คุมตัวไปทำแผนประกอบคำ รับสารภาพ พร้อมให้นายทีจุดธูปขอขมาเจ๊สั้น ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของลูกชาย-ลูกสาวของผู้ตาย และชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าว ทำให้ต้องใช้กำลังตำรวจกว่า 20 นาย ป้องกัน เหตุวุ่นวาย ก่อนรีบนำตัวผู้ต้องหากลับสภ.คลองหลวงทันทีเพราะเกรงว่าจะถูกรุมประชาทัณฑ์
สุดท้ายพนักงานสอบสวนคุมตัวฆาตกรโหดรายนี้ส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดธัญบุรีในวันรุ่งขึ้น เพื่อดำเนินการตามขัดตอนของกฎหมาย รอให้ศาลพิพากษาบทลงโทษต่อความผิดที่ได้กระทำลงไป (หน้า 2)


