ย้อนคดีดัง ‘ปีกุน’ 2562

ย้อนคดีดัง ‘ปีกุน’ 2562

 

ย้อนคดีดัง ‘ปีกุน’ 2562

หนุ่มขืนใจแหม่มเยอรมัน หินทุบดับ-หมกเกาะสีชัง

เกาะสีชัง จ.ชลบุรี กลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก ในเย็นวันที่ 7 เม.ย. เมื่อมีผู้พบศพ น.ส.บีลเทอ มิเรียม อายุ 27 ปี ชาวเยอรมัน บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธงพระจุลจอมเกล้า หมู่ 6 ต.ท่าเทววงษ์ มีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งจนคอหัก ที่ใบหน้าและศีรษะถูกของแข็งกระแทกเป็นแผลฉกรรจ์ ที่ขาหนีบมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก

เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมาท่องเที่ยวที่พัทยาเพียงลำพัง และเพิ่งนั่งเรือข้ามฟากโดยสารจากเกาะลอย อ.ศรีราชา มาเที่ยวยังเกาะสีชัง เมื่อเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน จากนั้นเช่ารถจักรยานยนต์ขี่เที่ยวรอบเกาะ กระทั่งมากลายเป็นศพ

เพียงชั่วโมงเดียว ตำรวจก็ตามไปจับ นายรณกร ร่มรื่น อายุ 24 ปี พนักงานเก็บขยะของเทศบาลในพื้นที่ หลังเค้นสอบปากคำและจำนนด้วยหลักฐานทั้งจากปากคำพยานและภาพจากกล้องวงจรปิด จึงสารภาพว่า เสพยาไอซ์จนมึนเมา เห็นผู้ตายเกิดชอบพอจึงเอ่ยปากขอหลับนอนด้วย แต่ถูกปฏิเสธจึงใช้กำลังบังคับขืนใจ ก่อนฆ่าทิ้งแล้วใช้หินกับใบไม้อำพราง กลับบ้านทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปจับกุม

เสี่ยเบนซ์เมาขับ‘รองผกก.-เมีย’ดับสลด

ตีหนึ่ง วันที่ 12 เม.ย. เกิดเหตุสลดกับครอบครัว ‘งามสุวิชชากุล’ เมื่อรถเก๋งที่ขับโดย รองตี๋ หรือ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล อายุ 49 ปี รองผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. มาพร้อมภรรยาและลูกสาวคนเล็กอายุ 12 ปี ถูกรถเบนซ์ชนจนพังยับเยินทั้งคันบนถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงและเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ทำให้รองตี๋และภรรยาเสียชีวิต ลูกสาวบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับรถคู่กรณีคือ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ อยู่ในอาการคล้ายเมาสุรา วัดปริมาณแอลกอฮอล์ผลออกมาสูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

หลังเกิดเหตุเสี่ยสมชายรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป นอกจากยอมรับผิดตามกฎหมายแล้ว ยังดูแลเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ จ่ายเงินชดเชยและส่งเสียลูกสาวทั้ง 2 คนของรองตี๋จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ รวมถึงบวชหน้าไฟอุทิศบุญกุศลให้ผู้เสียชีวิตในวันฌาปนกิจศพ พร้อมเลิกขับรถและดื่มสุราตลอดชีวิต

คดีนี้ทำให้ผู้คนได้เห็นถึงภาพประทับใจ ที่ลูกสาวทั้ง 2 คนของพ.ต.ท.จตุพร เข้าสวมกอดเสี่ยสมชายที่เป็นสาเหตุให้ต้องกำพร้า โดยเธอทั้งคู่ต่างรู้สึกเหมือนได้ญาติผู้ใหญ่เพิ่มมาอีกคน หลังร่วมกันฟังคำพิพากษาของศาลเมื่อวันที่ 31 ก.ค.

ติวเตอร์โหดอ้างเป็นเทพเจ้า ‘จัดชำระบาป’ไม้ทุบดับหนุ่ม15

ความหวังของครอบครัว ‘ทรัพย์สิน’ ที่จะได้เห็นลูกชายมีดาวประดับบ่าเป็นนายทหารสลายไปพร้อมกับร่างไร้ลมหายใจของ ‘น้องชายแดน’ นายฐปกร ทรัพย์สิน อายุ 15 ปี ในวันที่ 14 มิ.ย. หลังเข้ารับการรักษาตัวที่ร.พ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ ในสภาพโคม่ามีบาดแผลทั่วตัว อัณฑะมีร่องรอยไหม้เหมือนถูกไฟลน อุจจาระและปัสสาวะเรี่ยราด ได้เพียง 5 วัน

ตำรวจสืบสวนทราบว่า ก่อนเสียชีวิตน้องชายแดนไปใช้ชีวิตกินนอนที่โรงเรียนกวดวิชาบ้านพี่ณัฐ มี นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ เป็นติวเตอร์ เพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร แต่พฤติกรรมของติวเตอร์รายนี้กลับโหดเหี้ยมทารุณ รวมถึงงมงายในไสยศาสตร์อ้างว่าตัวเองเป็นร่างทรงเทพ นอกจากจะติววิชาการและฝึกออกกำลังกายให้เด็กที่มากวดวิชาด้วยแล้ว ยังจัดพิธีล้างบาป โดยให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนใช้ไม้เบสบอลรุมฟาดสำหรับผู้กระทำผิด

พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้น้องชายแดนเป็นอย่างมาก จึงเอ่ยปากขอโทรศัพท์มือถือที่ถูกยึดไว้ระหว่างเรียน เพื่อโทรศัพท์ไปขอให้มารดารับตัวกลับบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้ จึงเกิดโมโหหลุดปากออกคำหยาบคาย ทำให้ถูกสั่งรุมทำร้าย รวมถึงลงมือเองอย่างบ้าคลั่งจนน้องชายแดนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลก่อนเสียชีวิตในที่สุด

ตำรวจรวบรวมหลักฐานจนศาลออกหมายจับนายณัฐพล ภรรยา พร้อมแม่ยายมาดำเนินคดีได้ในที่สุด

จับนักร้อง‘ปุ๊กกี้ชาลาล่า’ ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ

อดีตนักร้องสาว ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง ซูเปอร์สตาร์ในยุค 90 ได้กลับมาเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้ง เมื่อตำรวจบช.ปส.บุกจับคาบ้านพัก ในซอยรามอินทรา 65 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ในวันที่ 17 มิ.ย. พร้อมแฟนหนุ่ม และยาเสพติดนานาชนิดอีกจำนวนหนึ่ง หลังนายฮุง เฉิงอี้ ชาวไต้หวันที่ถูกจับพร้อมเคตามีนกว่า 5 ก.ก. ที่ซุกซ่อนในที่เขี่ยบุหรี่ 39 ชิ้น ให้การซัดทอดถึง ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรวมถึงนักร้องสาวสารภาพว่าร่วมกันลักลอบส่งยาเสพติดไปยังไต้หวัน โดยปุ๊กกี้และ แฟนหนุ่มมีหน้าที่จัดหายาเสพติดให้ขบวนการ

แต่เมื่อพนักงานอัยการนำตัวส่งฟ้องศาลอาญา อดีตนักร้องดังกลับคำให้การ โดยปฏิเสธและขอต่อสู้คดีในทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในคดี เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนนัดสืบพยานคดี

นัดแรกในวันที่ 8 ก.ย. 2563

ฆ่าโหดเศรษฐินีถุงคลุมหน้าศพยัดตู้เย็น

โหดร้ายทารุณอย่างยิ่งกับการไปพบศพ น.ส.วรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐินีใจบุญที่มักเดินทางไปปฏิบัติธรรมและทำบุญที่ จ.เชียงใหม่ เป็นประจำ ถูกสังหารโหดยัดตู้เย็นแล้วโบกปูนทับซ้ำในทาวน์โฮมที่ อ.จอมทอง ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 ต.ค. โดยรถเก๋งบีเอ็มฯ และทรัพย์สินหายไปจำนวนหนึ่ง

ตำรวจสืบหาเบาะแสต่างๆ กระทั่งพบว่า มีผู้นำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปตระเวนกดเงินในพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และระยอง รวมเกือบ 2 ล้านบาท แม้คนร้ายจะปิดบังใบหน้า แต่พยานยืนยันชัดเจนว่า คือ ‘ไอ้เอ็ม’ หรือ นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ อายุ 39 ปี คนขับรถสองแถวเหลืองสายจอมทอง-เชียงใหม่

ต่อมาพบเบาะแสไอ้เอ็มไปซื้อรถจยย.ในพื้นที่ จ.นครปฐม จึงประสานตำรวจในพื้นที่ช่วยติดตามจับ กระทั่งพบว่าใช้เส้นทางรองระหว่าง จ.นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ก่อนไปจับตัวได้ที่ นครสวรรค์

สอบปากคำรับสารภาพว่า รู้จักกับผู้ตาย เพราะว่าจ้างให้เป็นคนขับรถช่วงไปปฏิบัติธรรม เนื่องจากผู้ตายขับรถไม่เป็นจนคุ้นเคยสนิทสนม ก่อนความโลภบังตาใช้กำลังบังคับให้น.ส.วรรณีบอกรหัสเอทีเอ็ม แล้วใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวจนขาดใจตาย นำศพซุก ตู้เย็นแล้วเทปูนซ้ำ ก่อนตระเวนกดเงินหลบหนี กระทั่งถูกจับตัวได้ในที่สุด

ทลายแก๊งแชร์‘แม่มณี’ ลวงโลก-ตุ๋นเหยื่อพันล.

ความฝันที่จะได้เป็นเศรษฐีใหม่ของหลายคนต้องจบลงด้วยการหมดตัว เพราะไปหลงเชื่อสาวเท้าแชร์แม่มณี อดีตแม่ค้าออนไลน์ที่ตั้งโปรไฟล์ในเฟซฯ สร้างภาพเป็นนักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จ ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟู่ฟ่า โชว์เงินเป็นปึก โพสต์ภาพคู่ร้านทองที่มีทองคำอะร้าอร่ามแวววาวเต็มตู้ ชักชวนร่วมลงทุนเงินออมจ่ายค่าตอบแทนมากถึง 93 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายเข้าอีหรอบเดิมจ่ายตรงเวลาเต็มจำนวนในช่วงแรก ก่อนหายตัวติดต่อไม่ได้

เหยื่อหลายพันราย มูลค่าความเสียหาย ร่วม 1.3 พันล้านบาท แห่แจ้งความที่บก.ปทศ. และดีเอสไอ กระทั่งเจ้าหน้าที่อายัดทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงรถเก๋งหรูหลายคัน บุกเข้าตรวจค้นสำนักงานของแม่มณีที่ จ.อุดรธานี และบ้านพักหรูในกรุงเทพฯ พบหลักฐานการกระทำผิดหลายอย่าง รวมถึงห้างทองแม่มณี พบว่าเป็นเพียงหน้าร้านเก๊ที่สร้างขึ้นมาเป็นฉากเท่านั้น รวมถึงทองรูปพรรณก็เป็นของปลอมทั้งสิ้น

กระทั่งวันที่ 2 พ.ย. ชุดสืบสวนภูธรภาค 2 ร่วมชุดสืบสวนภูธรภาค 4 ภาค 5 และบช.น. ตะครุบตัว แม่มณี น.ส.วันทนีย์ หรือ เดียร์ ทิพย์ประเวช ขณะกบดานอยู่กับแฟนหนุ่มที่ห้องเช่าใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

คดีมาตุฆาตสยอง ฆ่าหั่นแม่ยัดตู้เย็น

ฆาตกรรมสยองขวัญที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในสังคมในปีหมูดุ คงไม่พ้นคดีหนุ่มนักศึกษาวิศวะฆ่าหั่นศพแม่ตัวเอง แช่ช่องฟรีซในบ้านพักย่านท่าข้าม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

เรื่องราวเริ่มจากพยานซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานไปตามหา น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี สาวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับไฟแนนซ์รถยนต์ถึงบ้านในวันที่ 25 พ.ย. เพราะไม่สามารถติดต่อได้ แต่กลับพบเพียงลูกชายของผู้ตาย วัย 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งอยู่เพียงลำพัง พร้อมบอกว่าแม่ถูกคนพาตัวไป

แต่พยานไม่เชื่อ เพราะทั้งรถยนต์และกระเป๋าส่วนตัวของน.ส.ยุรีย์ยังอยู่ครบ และลูกชายเพื่อนมีท่าทีพิรุธ จึงบุกเข้าไปค้นหาจนทั่ว กระทั่งพบร่องรอยผิดปกติที่ตู้เย็น เมื่อเปิดดูก็ต้องผงะเพราะมีชิ้นส่วนอวัยวะถูกชำแหละบรรจุถุงพลาสติกแช่ไว้จนแน่น ส่วนตัวหนุ่มวัย 20 ปี เมื่อพบว่าความผิดที่ทำลงไปกำลังถูกเปิดเผย ก็ใช้อาวุธปืนที่เตรียมไว้ยิงตัวเองเสียชีวิตทันที

ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเก็บหลักฐานทั้งหมดส่งพิสูจน์จนได้บทสรุปแน่ชัดว่า หนุ่มนักศึกษาวิศวะซึ่งมีประวัติป่วยทางจิตเวช เป็นผู้ก่อเหตุมาตุฆาตเพียงลำพัง

หึงโหดฆ่ายกครัว 3 ศพ

ปิดท้ายปี 62 ด้วยคดีพิษรักแรงหึง เมื่อมีผู้ไปพบศพ นายอุดม กิมสี อายุ 57 ปี นางณัชชา กิมสี อายุ 51 ปี พนักงานกองคลัง เทศบาลตำบลบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ภรรยา และ น.ส.สวรส กิมสี อายุ 26 ปี ลูกสาว ถูกยิงเสียชีวิตคาบ้านพัก เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. สภาพศพทั้งหมดถูกจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยม เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน ทั้งคนรู้จักและญาติต่างไม่เชื่อว่าจะเป็นการฆ่ากันเองในครอบครัว เพราะผู้ตายทั้งหมดเป็นคนมีอัธยาศัยและอารมณ์ดี

สุดท้ายจากการสืบสวนของตำรวจมุ่งเป้าไปที่ นายนวราธร คุณะแสงคำ อายุ 27 ปี ชาว อ.แม่จัน จ.เชียงราย แฟนหนุ่มของน.ส.สวรส ที่เป็นลูกคนรวยคบหากับน.ส.สวรสแบบทุ่มเทเต็มที่ แต่เป็นคนโผงผาง เกเร ทำให้คนในครอบครัวผู้ตายไม่สนับสนุน เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดก็พบรถของนายนวราธรขับออกจากบ้านหลังดังกล่าวในช่วงที่คาดว่าเป็นวันเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่สืบหาเบาะแสจนพบตัวนำไปสอบปากคำที่ สภ.บ้านดู่ จนสารภาพว่า เกิดจากเรื่องหึงหวง โดยวันเกิดเหตุพาฝ่ายหญิงไปเที่ยวที่สถานบันเทิง แต่เกิดทะเลาะกันขึ้นเรื่องแฟนเก่าของทั้งคู่ เมื่อพาฝ่ายสาวไปส่งที่บ้านก็ยังทะเลาะกันอยู่

นายนวราธรอ้างอีกว่า ขณะนั้นเองมีข้อความของหนุ่มแฟนเก่าส่งเข้ามือถือของฝ่ายหญิง จึงโมโหชักปืนจ่อยิง ก่อนไล่ยิงทั้งพ่อและแม่ของฝ่ายสาวตายตามไปรวม 3 ศพ

‘สมคิด เดอะริปเปอร์’ พ้นโทษ 7เดือนฆ่าศพที่ 6

สยองส่งท้ายปีกับคดีสาวใหญ่ถูกฆาตกรรมโหดคาบ้านพักที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ผลสอบปากคำญาติและคนรู้จักต่างพุ่งเป้าไปที่แฟนใหม่ของผู้ตายที่หายตัวไปไร้ร่องรอย สิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องตื่นตระหนกก็คือเขาไม่ใช่ใครที่ไหน

ย้อนคดีดัง ‘ปีกุน’ 2562

แต่เป็น ‘นายสมคิด พุ่มพวง’ เจ้าของฉายา ‘แจ๊ก เดอะริปเปอร์เมืองไทย’ อดีตฆาตกรต่อเนื่อง 5 ศพ เมื่อปี 2548 โดยความผิดในครั้งนั้นเขาถูกศาลตัดสินโทษประหารชีวิต ก่อนลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต แต่เข้าไปชดใช้โทษในเรือนจำเพียง 14 ปี ก็ถูกปล่อยตัวออกสู่อิสรภาพเมื่อ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา แล้วมาก่อเหตุซ้ำอีกเป็นศพที่ 6

เพียงชั่วไม่กี่ชั่วโมงความหวาดกลัวแพร่ขยายไปทั่วประเทศ มีผู้แจ้งเบาะแสตำรวจว่าเห็นนายสมคิดไปโผล่ตัวในหลายจังหวัดทั่วภาคอีสาน ตำรวจต้องรีบตามไปตรวจสอบจนวุ่นวาย

สุดท้ายฆาตกรโหดจนมุมคาสถานีรถไฟปากช่อง จ.นครราชสีมา ขณะนั่งรถไฟจากบุรีรัมย์ไปพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 18 ธ.ค. เพราะมีผู้โดยสารจำหน้าได้ แม้จะพยายามอำพรางตัว

คดีนี้คนในสังคมตั้งคำถามเป็นอย่างมากถึงเกณฑ์วิธีพิจารณาลดโทษ จนคนร้ายคดีอุกฉกรรจ์ติดคุกไม่กี่ปีก็ออกมาก่อเหตุซ้ำอีก

บทความก่อนหน้านี้สุขภาพ : ทำไม “โรคซึมเศร้า” เป็นหนึ่งประเด็นด้านสุขภาพจิตที่คนไทยพูดถึงมากที่สุดในปี 2562
บทความถัดไป‘สุข-ทุกข์-ฮา’ในรอบปี