คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ณัฐวุฒิ ทิพย์ประโภชน์

เรื่อง/ภาพ

“ตอนนั้นเพื่อนมันมาชวน ว่าออกไปหาโทรศัพท์ใช้กัน ผมก็อยากได้อยากมีจึงตามเพื่อนมา จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ ตอนนี้ได้แต่เสียใจมาก ไม่น่าจะเชื่อเพื่อนเลย” คำสารภาพทั้งน้ำตาของ นายนัฐพล มณฑาทอง อายุ 19 ปี ภายหลังตกเป็น ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปล้นทรัพย์เหยื่อ ริมถ.ปทุมธานี-บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อตี 1 วันที่ 30 เม.ย. พ.ต.อ.ชัยยะ เพชรปัญญา ผกก.สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีคนร้ายจำนวน 6 คน ใช้รถจยย. 3 คัน เป็นพาหนะก่อเหตุใช้อาวุธปืนปล้นโทรศัพท์มือถือจากหญิงสาว ผู้เสียหาย บริเวณหน้าวัดลาดระโหง ริมถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางปะหัน ต.วัดยม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

หลังรับแจ้งจึงรีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวน ออกปฏิบัติการสกัดจับในเส้นทางที่ได้คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี ตามที่เคยมีการซักซ้อมแผนกันไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยาพบเห็นคนร้ายใช้เส้นทางถนน 356 เลี่ยงเมืองมุ่งหน้าถนนสายเอเชีย จึงติดตามไปพร้อมแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยสกัดบริเวณแยกตัดถนนสายเอเชีย คนร้ายเห็นด่านสกัดจึงแยกย้ายกันหลบหนี

เจ้าหน้าที่เข้าสกัดจับรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1 กข 5033 พระนครศรี อยุธยา ของคนร้ายจนล้มลงบริเวณริมถนนสายเอเชียขาขึ้น หน้าศูนย์รถยนต์ฟอร์ด ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน พบโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และหมวกกันน็อกสีดำ 1 ใบตกอยู่

ขณะที่ 2 คนร้ายพยายามวิ่งหลบหนีแต่ถูกจับกุมได้ 1 คน ทราบชื่อ นายสุธา หรือ เจมส์ พันธ์ผูกบุญ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131/193 ม.4 ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรี อยุธยา พร้อมอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก

ส่วนคนร้ายอีกคนได้ปีนกำแพง วิ่งหนีเข้าไปในศูนย์รถยนต์ฟอร์ด และปีนกำแพงหนีไปหลบอยู่ในป่า เจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจหาในคลองชลประทานและบริเวณโดยรอบ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงพบตัวซุกซ่อนอยู่ในป่า จึงควบคุมตัวมาสอบสวนทราบชื่อคือ นายนัฐพล หรือ ตี๋ มณฑาทอง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 637 ม.5 ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ขณะเดียวกัน นายพงษ์ตระกูล แจ้งพงษ์ อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยา ที่ได้ขับรถเก๋งไล่ติดตามคนร้ายอีกกลุ่มที่หลบหนีไป จนไปทันกันบริเวณสะพานกลับรถวัดขนอน ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จึงพยายามขับเบียดจนรถจยย.ของคนร้ายล้มลง แต่กลับถูกคนร้ายใช้อาวุธยิงใส่กระจกด้านหลังเป็นรูทะลุมาที่กระจกหน้า และยังยิงเปิดทางจนสามารถขี่จยย.หลบหนีไปได้

นายพงษ์ตระกูลกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า มาสกัดรถคนร้ายบริเวณถนนสายเอเชียทราบว่าหลบหนีมาจนเจอรถคนร้าย 2 คัน จึงได้ขับประกบแล้วเบียดจนรถจยย.ของคนร้ายล้มลง จึงจอดรถเพื่อเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จังหวะนั้นได้ยินเสียงคนร้ายตะโกนว่า ยิงเลย และมีเสียงปืนดังขึ้นจึงก้มหลบ จากนั้นคนร้ายได้ขับหลบหนีไป โชคดีที่กระสุนปืนข้ามศีรษะไป แต่ก็มีกระสุนปืนถากที่บริเวณต้นคอด้านหลังเจ็บเล็กน้อย

ต่อมาเจ้าหน้าที่สอบสวนเพิ่มเติมจนทราบตัวคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุอีก 4 คนที่หลบหนีไปได้ มีนายคิง นายเบิร์ด นายแกงหรือกี้ และนายท็อป ยังไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ขณะเดียวกันก็มีผู้เสียหายมาชี้ยืนยันตัว ยานพาหนะ และอาวุธปืน ที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นนำตัวคนร้ายทั้งสองพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและอยู่ระหว่างขยายผลว่าได้ก่อเหตุในคดีอื่นอีกหรือไม่

พ.ต.อ.ชัยยะเผยว่า ได้สอบสวนผู้เสียหาย 2 ราย ที่ถูกกลุ่มคนร้าย 6 คนลงมือก่อเหตุ โดยมีการแยกเป็น 2 คดี เพื่อสอบถึงพฤติกรรมและลักษณะการก่อเหตุ ก่อนขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เหลือ ซึ่งทราบว่าเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาและจ.ปทุมธานี ส่วนรถยนต์เก๋งของจนท.กู้ภัยอยุธยาที่ถูกคนร้ายยิงเสียหาย ตำรวจจะรับผิดชอบให้ทั้งหมด

ต่อมาวันที่ 1 พ.ค. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมตำรวจ.สภ.บางปะอิน ควบคุมตัว นายสุธาและนายนัฐพล 2 ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำสารภาพบริเวณจุดที่เกิดเหตุ

พล.ต.ต.สุทธิกล่าวว่าทั้ง 2 คนรับสารภาพว่าขี่จยย.หาเหยื่อที่เป็นหญิงสาว ที่ขับรถมาคันเดียว แล้วจะใช้ปืนที่เตรียมมาข่มขู่ให้จอดก่อนดึงกุญแจรถ และข่มขู่เอาทรัพย์สินไป โดยคนร้ายจะเลือกเอาแต่โทรศัพท์ทุกรุ่นเว้นแต่ไอโฟนจะไม่เอา เพราะสามารถตรวจสอบและติดตามได้ง่าย

ขณะเดียวกันนายนัฐพลกล่าวทั้งน้ำตาว่า “ตอนนั้นเพื่อนมัน มาชวน ว่าออกไปหาโทรศัพท์ใช้กัน ผมก็อยากได้อยากมีจึงตามเพื่อนมา จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ ผมไม่เคยก่อเหตุมาก่อน ครั้งนี้เป็น ครั้งแรก ตอนนี้ได้แต่เสียใจมาก ไม่น่าจะเชื่อเพื่อนเลย”

ขณะที่เช้ามืดวันที่ 2 พ.ค. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังไปติดตามจับกุมตัว 3 ผู้ต้องหา ขณะหลบซ่อนตัวในหอพักแห่งหนึ่งที่ จ.ระยอง ขณะที่ นายประพันธ์ อ้วนเจริญ อายุ 25 ปี หัวหน้าแก๊งหลบหนีไปได้

แม้จะรู้สึกตัวช้า แต่อายุยังน้อย ถ้ากลับตัวกลับใจได้ สังคมก็พร้อมให้อภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน