คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

อดิษัยต์ พรวนพิมพ์

ณเดช โรจน์ประดิษฐ์

เรื่อง/ภาพ

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว จิตใจคนเราก็พลอยรุ่มร้อนตามไปด้วย พูดจาเถียงกันคนละคำสองคำ ดีกรีความโมโหก็พุ่งทะลุขีดสุด เปิดฉากทำร้ายกันได้โดยง่าย

ดังเช่นเหตุการณ์เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ พ.ต.ท.วันชาติ ปราบ งูเหลือม รองผกก.(สอบสวน)สน.ท่าเรือ รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทและมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ที่ร้าน “น้องแบงค์ ไก่สด” เลขที่ 29/14 ถนนรัชดาฯ แขวงและเขตคลองเตย กทม.

หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น., พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รองผบช.น., พล.ต.ต.มงคล สุวรรณโณ ผบก.น.5 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น. ฝ่ายสืบสวน บก.น.5 และฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ

ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายไก่สด ตั้งอยู่ ริมถนนระหว่างซอยชุมชนตลาดท่าเรือคลองเตย ซอย 2-3 ที่หน้าร้านพบขวดเหล้าและเศษแก้วแตกกระจายเกลื่อน และคราบเลือดหลายแห่งที่พื้นฟุตปาธ นอกจากนี้ยังพบหัวกระสุนปืนตกอยู่ในร้าน 1 หัว

เบื้องต้นทราบว่า มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลสุขุมวิท 2 ราย ประกอบด้วยนายมนตรี หรือแบงค์ พลเขต อายุ 27 ปี ถูกยิงที่หน้าอกและ หัวไหล่ซ้าย รวม 2 นัด อาการสาหัส และนายณัฐวิชช์ เกษมณี อายุ 25 ปี ถูกยิงที่มือซ้าย 1 นัด ส่วนอีก 1 ราย นำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ชื่อนายพิริยะพงศ์ พรหม หมื่นไว อายุ 25 ปี ถูกยิงที่แขนขวา 1 นัด

ตำรวจสอบสวนพยานทราบว่ามือปืนคือ นายสัญญา จันทร์เลิศธนา อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/16 ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม. ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายเกาเหลาต้มเลือดหมู ที่ตั้งร้านขายอยู่ห่างไปประมาณ 200 เมตร โดยหลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไป

จากการสอบถาม นางสุภาพร แซ่เตียว อายุ 52 ปี ภรรยา ผู้ก่อเหตุ ทราบว่า ปกติจะเปิดร้านขายของประมาณเวลา 03.00 น.และช่วงเวลา 04.00 น.หรือ 05.00 น. นายแบงค์จะให้ลูกน้องมาสั่งอาหารไปกินเกือบทุกวัน

ก่อนเกิดเหตุก็ได้มาสั่งเกาเหลาต้มเลือดหมูไปกิน 2 ถ้วย จนเวลา 08.00 น. สามีก็ได้ออกไปเก็บถ้วยเกาเหลา พอสักพักก็วิ่งกลับเข้ามาที่ร้านด้วยท่าทางโมโห ก่อนวิ่งกลับออกไปขณะนั้นตนกำลังนั่งล้างของอยู่จึงไม่ได้สนใจ กระทั่งมารู้อีกทีว่าสามีเอาปืนไปยิงคนบาดเจ็บดังกล่าว

“ปกติสามีไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ชาวบ้านในละแวกนี้รู้กันดีว่า สามีเป็นคนทำมาหากินไม่เคยมีเรื่องกับใคร วันนี้มีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่อง คิดจะบอกสามีไม่ต้องออกไปเก็บชาม เดี๋ยวจะออกไปเก็บเอง แต่ปากหนักไม่ทันบอกทางสามีได้เดินออกไปก่อน จนกระทั่งไปเกิด เรื่องดังกล่าว” นางสุภาพรกล่าว

จากการสอบสวนพยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายมนตรี หรือแบงค์ พร้อมกลุ่มเพื่อน ประมาณ 4-5 คน กำลังนั่งดื่มสุรากันอยู่หน้าร้านดังกล่าว นายสัญญาเจ้าของร้านต้มเลือดหมูได้เดินมาที่หน้าร้านเกิดเหตุ เพื่อเก็บถ้วยชามที่ฝ่ายผู้บาดเจ็บกินกันอยู่ ก่อนพบว่าถ้วยเกาเหลาหายไป 2 ใบ

นายสัญญาสอบถามหาถ้วยที่หายไป แต่กลับถูกฝ่ายผู้บาดเจ็บต่อว่าด่าทอและมีการชกต่อยกัน นายสัญญาสู้ไม่ไหว จึงกลับไปเอาอาวุธปืน ขนาด .38 ที่บ้านพัก กลับมากระหน่ำ ยิงเข้าใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บ 5 นัด จนกลุ่มผู้บาดเจ็บล้มลงกองกับพื้นแล้วหลบหนีไป

ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า สั่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐาน เพื่อขออนุมัติออกหมายจับตัววันนี้ พร้อมได้ประสานญาติๆ ให้ติดต่อตัวมือปืนให้เข้ามามอบตัว เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดจากความบันดาลโทสะ ไม่ใช่เหตุคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรงอะไร ซึ่งตนก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการดำเนินคดี

15.20 น.ของวันเดียวกัน นางสุภาพร ภรรยาพร้อมญาติๆ ได้พาตัวนายสัญญาเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ ที่ห้องฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ จึงควบคุมตัวไว้สอบ ปากคำ ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พยายามฆ่า, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและมี ผู้ได้รับบาดเจ็บ”

ตํารวจสอบปากคำนายสัญญาผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่า ก่อเหตุไปด้วยความ บันดาลโทสะและอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากถูกกลุ่มผู้เสียหายรุมทำร้าย จึงกลับบ้านไปหยิบปืนมายิงดังกล่าว

“หลังจากนั้นผมเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่วัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อไปกราบไหว้หวังพึ่งพระพุทธศาสนาช่วยทำให้จิตใจสงบลง ต่อมาจึงโทรศัพท์ติดต่อให้ญาติมารับที่วัดเพื่อเดินทางเข้ามอบตัวกับทางตำรวจ” เถ้าแก่ปืนดุให้การ

หากย้อนเวลาได้นายสัญญาคงเลือกที่จะเดินจากมาเงียบๆ เรื่องราวจะไม่บานปลายเป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน