สดจากสนามข่าว

เมธี เมืองแก้ว เรื่อง/ภาพ

เป็นภาพชินตาเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน จะมีอาสาสมัครกูชีพกู้ภัยคอยปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ อำนวยการจราจรในที่เกิดเหตุ ช่วยเหลือบริการสังคมด้วยจิตอาสา ต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงกับอันตราย จนหลายครั้งตัวเองต้องกลายเป็นผู้ประสบเหตุเสียเอง โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่บนถนนเมืองไทยยังมีผู้เมาแล้วขับรถอยู่เป็นเรื่องปกติ

ล่าสุดเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 7 พ.ค. ร.ต.อ.ประโยชน์ หวังชิดชาย ร้อยเวร สภ.คลองเต็ง อ.เมือง จ.ตรัง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน รถพุ่งเข้าชนกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยและตำรวจ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย

เหตุเกิดบริเวณถนนสายเมืองตรัง-คลองเต็ง หมู่ที่ 9 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ประดิษฐ์ ชัยพล ผกก.สภ.คลองเต็ง รับทราบ พร้อมนำเจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทรตรัง และมูลนิธิกุศลสถานตรัง รีบรุดไปช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนใหญ่ 4 เลน พบรถกระบะมิตซูบิชิ ทะเบียน กจ 2070 ตรัง เสียหลักตกข้างทาง

ในรถพบ นายปัทวีร์ เลิศอ่ำ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 ม.2 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง คนขับรถบาดเจ็บอยู่ภายใน นอกจากนี้ในรถยังพบขวดเบียร์เปล่าอยู่ในห้องโดยสาร

รถตู้ของหน่วยกู้ชีพ โดนชนพังยับ

ขณะที่บนถนนพบรถตู้ของหน่วยกู้ชีพ เทศบาลตำบลคลองเต็ง ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บบ 8363 ตรัง ถูกชนพังเสียหาย ใกล้กันเป็นรถกระบะของ สภ.คลองเต็ง ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน กท 6432 สุราษฎร์ธานี และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 สีดำ ทะเบียน ขลต 435 ตรัง สภาพพังยับเยิน

นอกจากนี้บนพื้นถนนยังพบผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้บาดเจ็บอีกเกือบ 10 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ตำรวจ จึงช่วยกันนำส่งร.พ.

ต่อมาทราบว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย รวมเป็น 4 ราย ประกอบด้วย นายตะวัน จันทร์ด้วง อายุ 17 ปี นายธนากร คงตุ้ม อายุ 17 ปี นายประเทือง สังข์เมือง อายุ 38 ปี และ นายภานุเดช หรือ บิว แก้วอินทร์ อายุ 19 ปี ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย

ส่วน ด.ต.อนันต์ ซุ่นสั้น ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.คลองเต็ง บาดเจ็บสาหัส ซี่โครงขวาหัก 10 ซี่ ยังไม่พ้นขีดอันตราย ขณะที่นายปัทวีร์ คนขับรถ ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน จึงยังไม่สามารถให้การได้

สอบสวนพยานทราบว่าก่อนเกิดเหตุหน่วยกู้ภัยและตำรวจเดินทางมาช่วยเหลืออุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนล้มคว่ำอยู่ริมถนน โดยนำไฟสัญญาณเตือนไว้กลางถนน และถนนเส้นดังกล่าวมีไฟส่องสว่างชัดเจน แต่ระหว่างที่หน่วยกู้ภัยกำลัง นำคนขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งร.พ. นายปัทวีร์ขับปิกอัพมาด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนทั้งรถทั้งคนกระเด็นไปคนละทิศคนละทางจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ต.ชวน พลเดช นายกเทศมนตรีตำบลคลองเต็ง ซึ่งรีบรุดมาดูที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพทุกรายที่เสียสละในการทุ่มเทแรงกายแรงใจ และในการทำประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวมโดยไม่มีเงินเดือนค่าตอบแทน อย่างไรก็ตามเนื่องจากกรณีนี้เป็นการเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ ตนจะหารือกับทางปลัดเทศบาล และฝ่ายนิติการ ว่าจะสามารถหาทางช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียได้ทางไหนบ้าง

เบื้องต้นผู้เสียชีวิต 4 รายนำไปประกอบพิธีรดน้ำศพ ที่วัดสิทธิชัยรังสรรค์ (วัดคลองเต็ง) อ.เมืองตรัง ท่ามกลางความเศร้าโศกของญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง ผู้บังคับบัญชา ตลอดจนประชาชนที่ทราบข่าวร้าย ต่างเดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพ

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าฯ ตรัง รดน้ำศพ – ร่วมรดน้ำศพ 4 อาสาฯ

ในพิธีมี นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุข จ.ตรัง เดินทางไปร่วมเป็นประธานรดน้ำศพ

วันรุ่งขึ้น ร.ต.อ.ประโยชน์ เจ้าของคดี กล่าวว่า ขณะนี้แจ้งข้อหา “ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต บาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย และข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา” กับนายปัทวีร์ คนขับรถกระบะ โดยผลเป่าวัดแอลกอฮอล์อยู่ในระดับ 77 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐาน คือ ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

รวมทั้งเจ้าตัวก็ยอมให้การต่อหน้าผู้เป็นแม่ในเวลาต่อมาว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปดื่มเบียร์ในตัวเมืองตรัง และขับรถกลับบ้านในเส้นทางดังกล่าว โดยไม่เห็นอาสากู้ชีพที่กำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอยู่บนถนน จึงพุ่งเข้าชนอย่างจัง

ส่วนผู้บาดเจ็บที่ยังคงรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ตรัง มี 5 ราย โดย 2 ในนั้นมีอาการสาหัส ซึ่งแพทย์ต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่คนขับรถกระบะหากออกจากร.พ.ตรัง เมื่อไหร่ ก็จะเชิญมารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.คลองเต็งอีกครั้ง

ด้านความช่วยเหลือผู้เสียชีวิต เนื่องจากทั้งหมดเป็น อาสาสมัคร ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ทางเทศบาลไม่ได้ตั้งระเบียบการช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บของอาสากู้ชีพไว้ จึงได้เปิดบัญชีเพื่อระดมเงินเยียวยาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 100 แห่งในจังหวัดมาช่วยเหลือไปก่อน

โดยจะสมทบกับเงินเยียวยาจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กาชาด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งจากเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา เพื่อช่วยเหลือครอบครัวอาสากู้ชีพที่เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย

ขณะที่ศพของทั้ง 4 อาสากู้ชีพทางเทศบาลตำบลคลองเต็งรับเป็นเจ้าภาพ และจะมีพิธีฌาปนกิจศพทยอยกันไปตามวันเวลาที่เหมาะสมของแต่ละราย คือ วันที่ 11 พ.ค., 15 พ.ค. และ 20 พ.ค.

อีก 4 ชีวิตที่ต้องสังเวยให้กับการเมาแล้วขับ ถึงเวลาเอาจริงกับปัญหาหรือยัง หรือจะปล่อยให้เป็นเพียงคลื่นกระทบฝั่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน