คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

กฤษณะ เชิญธงไชย

ธานี ทวีเกิด

เรื่อง/ภาพ

ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่นัก แม้แต่ชีวิตก็ยอมสละให้ได้ ไม่ว่าลูกจะทำผิดร้ายแรงอย่างไร ผู้เป็นแม่พร้อมให้ อภัยเสมอ นางอัมพร ดวงใจ ก็เช่นเดียวกับแม่ทั่วไป ที่พร้อมจะให้อภัยลูกชายเสมอแม้ความผิดนั้นจะหนักหนารุนแรงถึงขั้น “มาตุฆาต”

วันที่ 4 เม.ย. ร.ต.อ.ฐิติกร แสนกันทะ รองสารวัตร (สอบสวน) โรงพักเชียงดาว จ.เชียงใหม่ รับแจ้งจาก นายดวงดี แก้วดาว อายุ 61 ปี ชาว ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ว่า นางอัมพร ดวงใจ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ถูกลูกชายแท้ๆ ทำร้ายอาการสาหัสและเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ในเวลาต่อมา จึงแจ้งเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวลูกชาย เพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุร้ายกับคนอื่นอีก

นายดวงดีเปิดเผยว่า เหตุการณ์ ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 24 มี.ค. ขณะที่ตน นางอัมพร ภรรยา พักผ่อนอยู่ภายในบ้าน นายธงชัย แก้วดาว อายุ 36 ปี ลูกชายแท้ๆ มีอาการคล้ายคนมึนเมายาเสพติด เดินถือมีดเข้ามาจะแทงตนซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ขณะนั้นนางอัมพร เข้ามาขวางและตะโกนไล่ตนให้ออกจากบ้านไปก่อน

หลังจากตนวิ่งหนีออกมา นายธงชัย ผู้เป็นลูกยังไม่หยุดความบ้าคลั่ง ตรงเข้าทำร้ายร่างกายนางอัมพร แม่บังเกิดเกล้า โดยเอาขวดเบียร์ทุบศีรษะอย่างแรง หลายครั้งแล้วใช้เท้าขึ้นเหยียบหน้าอก เอาขวดตีจนนางอัมพรกรามหัก นิ้วมือแตก อาการสาหัส สลบเหมือดอยู่ภายในบ้าน

นายดวงดีให้การอีกว่า รุ่งเช้าตนกลับเข้ามาบ้านจึงพบว่านางอัมพรผู้เป็นภรรยาสลบไม่ได้สติ ใบหน้าบวมปูด ตาปิด มีเลือดแห้งกรัง จึงตะโกนให้ชาวบ้านช่วยนำส่งโรงพยาบาลเชียงดาว แต่อาการหนักมากแพทย์จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลนครพิงค์

แพทย์ระบุว่า อาการของนางอัมพรอยู่ในขั้นวิกฤต โอกาสรอดน้อยมาก ผลการเอกซเรย์พบสมองได้รับความกระทบกระเทือนบอบช้ำอย่างรุนแรง และยังมีเลือดคั่งในสมองต้องผ่าตัด โดยด่วน

“บรรดาเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวร่วมกันไปบริจาคเลือดให้ หลังการผ่าตัดนางอัมพรฟื้นขึ้นมา พอจะมีสติก็ได้พูดด้วยน้ำเสียงแหบเครือ ขอร้องผมและญาติๆ ว่า อย่าแจ้งความตำรวจ เพราะสงสารลูก กลัวลูกชายจะถูกจับติดคุก ในที่สุด หลังพักรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน นางอัมพรก็เสียชีวิตเนื่องจากอาการ หนักมาก ถึงแม้แพทย์ให้การรักษา อย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม” นายดวงดีให้การด้วยเสียงสั่นเครือ

หลังสอบสวน ร.ต.อ.ฐิติกรประสาน ชุดสืบสวนติดตามตัวลูกทรพี แต่พบว่าหลังเกิดเหตุได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว จึงประสานตำรวจกองปราบปรามให้ช่วยติดตามตัว

ขณะที่ศพของนางอัพรทางครอบครัวนำกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ท่ามกลางความเศร้าสลดใจของญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน โดยต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้ตายรักลูกชายคนนี้มาก และทั้งสองสามีภรรยาก็เคยถูกนายธงชัยลูกชายคนนี้ทำร้ายทุบตีจนต้องหนีตายออกจากบ้านไปนอนที่กระท่อมกลางทุ่งนา เมื่อกลับเข้าบ้านก็พบว่าข้าวของภายในบ้านถูกทำลายจนเละไม่เป็นชิ้นดี

เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากๆ ยามเมื่อลูกเมายาเสพติดมา ขนาดครั้งนี้ก่อนตายผู้เป็นแม่ยังร้องขอไม่ให้สามีไปแจ้งตำรวจ แต่เพื่อนบ้านบอกว่าเรื่อง มาถึงขนาดนี้ต้องแจ้งตำรวจเพื่อติดตามจับกุมให้ได้ ไม่เช่นนั้นชาวบ้านต้องอยู่อย่างหวาดผวา เกรงว่านายธงชัยจะเมายาเสพติดอาละวาดทำร้ายคนในชุมชน และหากนายดวงดีผู้เป็นพ่อไม่แจ้งจับลูกชายคนนี้เชื่อว่าวันหนึ่งผู้เป็นพ่อจะต้องถูกลูกชายฆ่าตายอย่างแน่นอน

กองปราบปรามใช้เวลาสืบอยู่ร่วมเดือน จนรู้ว่าลูกทรพีหลบมาอยู่บ้านที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

บ่ายวันที่ 9 พ.ค. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. ก็ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธงชัย ภายหลังเย็นวันที่ 8 พ.ค. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 กองปราบปราม นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหา “ทำร้ายผู้อื่น (บุพการี) จนถึงแก่ความตาย” บุกไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก

สอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพว่า ลงมือทำร้ายมารดา เพราะความน้อยใจจากปัญหาภายในครอบครัวที่สะสมมานาน พร้อมยอมรับว่าพลั้งมือฆ่ามารดาด้วยอาการเมาสุราจนไม่ได้สติ จึงรู้สึกสำนึกผิดและอยากขอโทษกับญาติพี่น้องของตนทุกคนด้วย

“ผมผิดเองครับ ผมยอมรับทุกอย่าง ทุกอย่างผมทำผิดเองครับ ต้องขอโทษพ่อ แม่ ญาติพี่น้องทุกคน ด้วยครับ” นายธงชัยกล่าวยอมรับผิด

พ.ต.อ.จรูญเกียรติระบุว่า จากการสอบสวนพบว่าสาเหตุมาจากปัญหาภายในครอบครัว และจากการสอบสวนพยานเพื่อนบ้านทำให้ทราบว่าผู้ต้องหาเสพยาบ้าและยาไอซ์ รวมถึงดื่มสุราเป็นประจำ มีพฤติกรรมทำร้ายบิดา-มารดาบ่อยครั้ง วันเกิดเหตุผู้ต้องหามีปากเสียงกับบิดา-มารดาอย่างรุนแรง ก่อนทำร้ายนางอำพร มารดาจนสลบนอกบ้าน จนกระทั่งนางอำพรฟื้นและไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

“ก่อนที่นางอำพรจะสิ้นใจที่โรงพยาบาลได้สั่งเสียสามีด้วยว่าอย่าไปแจ้งความตำรวจ เพราะกลัวว่าลูกชายจะถูกตำรวจจับติดคุกแม้รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายยังเป็นห่วงลูกอีกแต่เรื่องนี้เป็นความผิดทางอาญา ตำรวจต้องดำเนินคดี” พ.ต.อ. จรูญเกียรติกล่าว

หลังสอบสวน ตร.กองปราบฯ ประสาน สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มารับตัวลูกทรพี กลับไปดำเนินคดี ชดใช้ความผิดต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน