สดจากสนามข่าว

สมศักดิ์ ชฏารัตน์ อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ

สี่ทุ่มของคืนวันที่ 1 ก.ค. ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพงษ์สุขอพาร์ตเมนต์ เลขที่ 166 ซอยโชคชัยสี่ 36 แขวง-เขตลาดพร้าว กทม. ต้องอกสั่นขวัญหาย เมื่อจู่ๆ มี 2 คนร้ายบุกเข้ามาทำร้ายร่างกาย นายสัจจา ปราศรัย อายุ 62 ปี คนขับรถซูบารุเล็ก (กะป๊อ) ที่พักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าวจนสลบคาลานจอดรถ

แต่คนร้ายยังไม่สาแก่ใจ ยังใช้เท้าเหยียบกระทืบไปที่ศีรษะของนายสัจจาอย่างแรงนับสิบครั้ง ราวกับโกรธแค้นกันมานมนาน แม้เมื่อมีพลเมืองดีออกมาช่วยเหลือ แทนที่มันจะเลิกราไป คนร้ายกลับตามเพื่อนอีก 2 คนที่จอดรถจักรยานยนต์คุมเชิงอยู่เข้ามาช่วยพร้อมอาวุธในมือ จนสุดท้ายพลเมืองดีต้องพากันวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในอาคาร

1.ทำแผนฯ นาทีตื้บโหด / 2.ขี่จยย.ตามมาเอาเรื่อง

หลังเหตุการณ์สงบนายสัจจาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดถูกกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์บันทึกเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน

หลังภาพเหตุการณ์ความโหดเหี้ยมถูกนำเสนอสู่โลกออนไลน์และสื่อมวลชนทุกสำนัก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 และพ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย เจ้าของพื้นที่ เร่งสืบสวนติดตามตัวคนร้ายทั้งสี่ มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

ชุดสืบสวนซึ่งนำทีมโดย พ.ต.อ.สุพล พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สส.น.4 พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย รีบนำภาพวงจรปิดทั้งหมดของอพาร์ตเมนต์ รวมทั้งตามถนนในซอยโชคชัย 4 มาไล่ตรวจสอบ เมื่อเห็นใบหน้าคนร้ายก็ถึงบางอ้อ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จดจำได้ว่าสองในสี่คนร้ายเคยมีประวัติถูกจับในท้องที่ สน.โชคชัย จึงรวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับ

ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายอาทิตย์ สอนดอนไพร อายุ 25 ปี นายสุรเชษฐ โพธิ์จาด อายุ 29 ปี นายอำพล คลังทอง อายุ 32 ปี และนายณรงค์ชัย รักล้วน อายุ 29 ปี ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยกระทำทารุณ โหดร้าย, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน”

บ่ายวันที่ 3 ก.ค. ตำรวจสามารถจับกุมตัวทั้งสี่คนร้ายโหด เอาไว้ได้ โดยพล.ต.ท.ศานิตย์รีบรุดมาสอบปากคำคนร้ายโหดด้วยตนเอง

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวภายหลังสอบสวนปากคำว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่แบ่งดำเนินคดีเป็น 2 ส่วน เริ่มจากดำเนินคดีกับ นายอาทิตย์และนายสุรเชษฐ ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย

ภาพวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

ขณะที่นายอำพลและนายณรงค์ชัยถูกดำเนินคดีฐานทำร้ายผู้อื่น ซึ่งคือพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยคนตาย ผู้ต้องหาทั้งหมดรับว่าตอนเกิดเหตุเมาสุราและมาประสบเหตุรถเฉี่ยวชนกับรถกะป๊อของผู้ตาย จึงมีปากเสียงกันและตามมารุมทำร้ายจนเสียชีวิต

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่านายสุรเชษฐเคยถูกจับกุมในข้อหายาเสพติด เมื่อปี 2554 พื้นที่ สน.โชคชัย นายอาทิตย์เคยถูกจับข้อหายาเสพติด เมื่อปี 2558 พื้นที่ สน.โชคชัย นายอำพลเคยถูกจับคดีลักทรัพย์

“พฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุกระทืบผู้ตายบริเวณศีรษะ เล็งเห็นว่าต้องการทำร้ายให้ถึงแก่ความตาย เนื่องจากลงมือทำร้ายบริเวณอวัยวะสำคัญ ไม่ได้กระทืบบริเวณลำตัวหรือขา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยม จึงจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาอย่างถึงที่สุด” ผบช.น.กล่าว

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.นันทชาติเปิดเผยผลการชันสูตรศพนายสัจจา เหยื่อคนร้ายโหดว่า แพทย์ชันสูตรพบว่ามีร่องรอยฟกช้ำรอบดวงตาและใบหน้า กระดูกกรามและกระดูกใบหน้าหักจนยุบลงไป ศีรษะมีรอยฟกช้ำและแตก ขณะที่สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักเช่นกัน กระดูกกล่องเสียงหัก เนื้อเยื่อคอช้ำ กระดูกซี่โครงหักจำนวนมาก จากผลที่ออกมาถือเป็นเรื่องโหดเหี้ยมและทารุณมาก

ขณะที่จากการสอบสวนนายอาทิตย์ให้การอย่างไร้ความสะทกสะท้านว่า ที่ทำไปเพราะโมโหและเพิ่งดื่มเบียร์กับเพื่อนมา โดยระหว่างขี่รถกลับบ้านกับนายสุรเชษฐได้ถูกกะป๊อขับมาเฉี่ยวบริเวณขาขวาจนเป็นแผล ก่อนขี่รถติดตามมาและเรียกนายอำพลกับนายณรงค์ชัยให้มาช่วยด้วย โดยที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ถ้าลุงไม่ขับรถมาเฉี่ยวก็คงไม่เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น

1.ใบหน้า 4 คนร้ายโหด / 2.ผบช.น.สอบเอง

เช้าวันที่ 5 ก.ค. ตำรวจควบคุมตัว 4 คนร้ายโหดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ ระหว่างการ ทำแผนฯ มีบรรดาไทยมุงบางส่วนตะโกนด่าทอ สาปแช่ง ให้นำตัวคนร้ายไปประหารชีวิตให้หมด จากนั้นจึงควบคุมตัวนาย สุรเชษฐและนายอาทิตย์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งที่ สน.โชคชัย ก่อนนำตัวส่งฝากขังที่ศาลอาญาต่อไป

ถ้าทุกคนที่ขับรถเฉี่ยวชนกันแล้วลงมาฆ่ากันให้ตาย ดังเช่นข้ออ้างของผู้ต้องหา คงมีคดีฆ่ากันตายเกิดขึ้นวันละนับร้อยคดีเป็นแน่ (หน้า 2)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน