คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
อดิศร จิตตเสวี/พนม คงเจริญ/ สราวุฒิ ศรีเพ็ชรใส
เรื่อง/ภาพ
วันที่ 11 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.ฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผอ.ศพดส.น.) พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงศรี ผบก.น.1 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.อาริสา ใจดี หรือ “อริส แม็กซิม”อายุ 32 ปี
อดีตนางแบบแนวเซ็กซี่ที่ผันตัวเองมาเป็นแม่เล้า ค้ากามเด็ก คอยจัดหาหญิงสาวมาบำเรอกามให้กับลูกค้า สามารถสั่งได้ผ่านทางโซเชี่ยล ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1534/2560 ลงวันที่ 5 ก.ค.60 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี หรือค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น, เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ชักจูง ยุยงส่งเสริมให้เด็กกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใดๆ”
พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยเบื้องหลังการจับกุมว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมกับสายตรวจ 191 ส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มไลน์ที่มีการลักลอบค้าประเวณี ก่อนขยายผลจนทราบว่า น.ส.อาริสา หรือผู้ที่ใช้ชื่อในการติดต่อในแอพพลิเคชั่นไลน์ว่า “อริส” มีพฤติกรรมค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
สายลับจึงได้เข้าติดต่อเพื่อล่อซื้อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จากน.ส.อาริสา ภายหลังได้ส่งรูปหญิงสาวหน้าตาดีซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนจำนวนหลายคนเพื่อให้สายลับได้เลือก หนึ่งในนั้นคือ น.ส.เอ (นามสมมติ)
จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.เอ อายุเพียง 16 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการประชุมวางแผนเพื่อล่อซื้อประเวณี โดยส่งตำรวจปลอมเป็นลูกค้า และโอนเงินไป 15,000 บาท พร้อมทั้งนัดเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านเหม่งจ๋าย
จนกระทั่งได้รับการติดต่อจากน.ส.เอ ว่าเป็นเด็กที่ถูกส่งมาจากน.ส.อาริสา หรืออริส เพื่อมีเพศสัมพันธ์กันตามที่ได้ตกลงกันไว้ จากนั้นได้เดินทางออกจากร้านอาหารดังกล่าว เพื่อไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังตามจุดต่างๆ ของโรงแรมไว้ล่วงหน้า เมื่อมาถึงโรงแรมเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อเข้าช่วยเหลือน.ส.เอ ก่อนนำตัวมา สน.ห้วยขวาง เพื่อสอบปากคำและรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับน.ส.อาริสา พร้อมทั้งนำตัวน.ส.เอเข้าสู่กระบวนการให้การคุ้มครองตามกฎหมายพ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พ.ศ.2560 ที่บ้านเกร็ดตระการ จ.นนทบุรี

จากการสอบถามน.ส.เอ แจ้งว่าได้รับเงินค่าตัวจากน.ส.อาริสา จำนวน 7,000 บาท เพื่อให้มาค้าประเวณี โดยน.ส.อาริสาได้หักค่านายหน้าไป 8,000 บาท จากจำนวน 15,000 ที่สายลับได้โอนเงินไปให้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวมรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนสามารถขออนุมัติหมายจับ ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับกุมในคดีค้ามนุษย์ที่ สน.บางรัก เมื่อเดือนมกราคม ปี 2559 โดยศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกแล้ว 7 ปี ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ นอกจากนี้ยังเคยเป็นนางแบบนิตยสารแม็กซิม เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา

ตำรวจติดตามหาตัวน.ส.อาริสา จนทราบว่าจะมาที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 10 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จึงได้บูรณาการกำลังประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. (191) และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
เมื่อน.ส.อาริสาเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่จึงเข้าประกบ ก่อนแสดงตัวพร้อมโชว์หมายจับให้ดู ทำเอาเจ้าตัวถึงกับหน้าซีด แต่ก็ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง
แต่ระหว่างถูกจับกุมน.ส.อาริสาได้ทำทีแกล้งเป็นลมแล้วขอเข้าห้องน้ำ ก่อนจะถอดซิมโทรศัพท์ทิ้งซักโครกไป ซึ่งเบื้องต้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธ ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

บ่ายวันที่ 12 ก.ค. ร.ต.อ.พีรวิชญ์ จันทร์โรจนธาดา พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง นำตัวน.ส.อาริสามายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ก.ค. เนื่องจากต้องสอบปากคำพยาน 7 ปาก
อีกทั้งยังต้องรอผลการตรวจสอบลายพิมพ์มือและอื่นๆ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาติยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 3 แสนบาท ขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัวออกไป
คดีเก่ายังไม่จบ ก็มาถูกจับคดีใหม่อีก งานนี้เห็นประตูคุกเปิดรอ อยู่รำไรๆ