คอลัมน์ สดจากสนามข่าว : เจาะคดีสยองจันทบูร 2ทรชนปล้นฆ่าเศรษฐินี คราดฟาด-มีดกะซวกซ้ำ

“อธิคม สิงขรณ์” เรื่อง/ภาพ

ในรอบปีจะมีหลากหลายวันมงคล ที่ผู้คนจะพร้อมใจกันทำความดีเป็นพิเศษมาก กว่าวันปกติ

วันแม่แห่งชาตินับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญ ที่ชาวไทยรอคอยจะมอบความรักกับมารดา ผู้ให้กำเนิด แต่ใครจะคิดบ้างว่า กลับมี 2 ทรชน เลือกที่จะก่อกรรมทำชั่วในวันมงคลนี้

ย้อนเวลากลับไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ชุมจันทร์ สว.สอบสวน สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกปล้นบ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 7 ต.เขาบายศรี

คนร้ายแสดงความโหดเหี้ยมด้วยการฆาตกรรมเจ้าของบ้าน และทำร้ายลูกสาวได้รับบาดเจ็บ

เมื่อนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พ.ต.อ.เชษฐา กีชวรรณ ผกก.สภ.ท่าใหม่ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวร ร.พ.ท่าใหม่

ตำรวจพบที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวปลูกอยู่โดดเดี่ยวกลางสวนผลไม้ พบศพ นางองุ่น ศรีคงรักษ์ อายุ 67 ปี เจ้าของสวนผลไม้ และเจ้าของบ้าน สภาพศพ ถูกทุบตีและถูกแทงด้วยมีด นอนจมกองเลือดอยู่ข้างบ้าน

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อว่า น.ส.สุภาพร ศรีคงรักษ์ อายุ 32 ปี ลูกสาวนางองุ่น ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนบ้านนำตัวส่งรักษาที่ โรงพยาบาลไปก่อนแล้ว

นอกจากนั้นยังพบเด็กหญิงวัย 2 ขวบถูกขังอยู่ในห้องนอน ส่วนภายในบ้านมีร่องรอยถูกรื้อค้นทรัพย์สินข้าวของกระจัดกระจายไปทั่ว

พยานที่เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงให้การตรงกันว่า ผู้ต้องสงสัยคือ นายศักดิ์พล การุนัง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2 หมู่ที่ 4 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี และ นายอรรถพล รอดแก้ว อายุ 38 ปี 2 คนงานก่อสร้างที่มารับจ้างต่อเติมบ้านให้กับผู้ตาย

โดยมีพยานหลายคนเห็นว่าขี่รถจักรยาน ยนต์เข้าไปบริเวณบ้านผู้ตายพักใหญ่ก่อนขี่ออกมา จากนั้นไม่นานน.ส.สุภาพรก็ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จนชาวบ้านทราบเหตุร้ายในที่สุด

หลังได้ข้อมูลสำคัญผู้การจันทบุรีจึงสั่งระดมล่าตัวผู้ต้องสงสัยทั้งคู่ ก่อนนำกำลังตำรวจ นปพ.ภ.จว.จันทบุรี และตำรวจชุดสืบสวน บุกไปจับกุมนายศักดิ์พลได้คาบ้านพัก พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำของ ผู้ตาย 1 เส้น

ส่วนนายอรรถพลหลบหนีหายไปไร้ร่องรอย

หลังหิ้วตัวไปสอบปากคำอยู่ไม่นานโจรร้ายก็ยอมเปิดปากรับสารภาพสิ้น

นายศักดิ์พลให้การว่า ทำงานรับจ้างก่อสร้างต่อเติมบ้านของผู้ตาย ทำให้ทราบว่าผู้ตายมีทั้งเงินและทรัพย์สินที่ได้จากขายผลไม้เก็บไว้ในบ้าน จึงเกิดความโลภ อาศัยช่วงเวลาที่นายจ้างให้หยุดทำงานในวันแม่พากันย้อนกลับมาเพื่อหวังลักขโมยทรัพย์สิน

แต่พอไปถึงพบว่า นางองุ่นอยู่ที่บ้านกับหลานสาว เลยตัดสินใจจับตัวทั้งคู่ไว้ โดยนำเด็กหญิงวัย 2 ขวบไปขังในห้องนอน ก่อนบังคับให้นางองุ่นบอกที่ซ่อนทรัพย์สิน

นายศักดิ์พลอ้างว่า ไม่ว่าจะข่มขู่บังคับอย่างไรนางองุ่นก็ไม่ยอมเปิดปาก จึงใช้คราดเหล็กกระหน่ำฟาด ก่อนที่นายอรรพลเพื่อนโจรจะใช้มีดแทงจนเสียชีวิตคาที่

ระหว่างนั้นเองน.ส.สุภาพรลูกสาวผู้ตายกลับเข้าบ้านมาพอดี ทั้งคู่จึงช่วยกันรุมทำร้ายหวังฆ่าปิดปาก จากนั้นรื้อค้นได้ทรัพย์สินจำนวนหนึ่งนำไปแบ่งกัน ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

เมื่อได้คำรับสารภาพของคนร้ายเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านจำนวนมากที่รุมตะโกนสาปแช่ง

ระหว่างนั้นเองเจ้าหน้าที่อีกชุดก็ได้รับแจ้งเหตุพบศพคนผูกคอตายในป่าละเมาะในพื้นที่หมู่ที่ 4 ต.บางกะจะ เมื่อไปตรวจสอบพบว่าคือนายอรรถพล อีกหนึ่งคนร้ายที่เหลือ

สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอห้อยกับกิ่งต้นกระถินเทพา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นายอรรถพลอาจเกรงกลัวความผิด เพราะจากที่ตั้งใจก่อเหตุลักทรัพย์กลับกลายเป็นการฆาตกรรมไป ประกอบกับทราบว่าคู่หูโจรถูกตำรวจรวบตัวไปแล้ว จึงเลือกตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีอาญาบ้านเมือง

แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ทุกทาง จึงส่งศพให้แพทย์นิติเวชผ่าชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

นับเป็นอีกหนึ่งผลงานตำรวจที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ปิด คดีสยองได้

ขณะที่ชาวบ้านอาจมองว่าเป็นเพราะเวรกรรม ในยุค 4.0 ที่วิ่งเร็วปรู๊ดปร๊าดจนตามมาทันในเวลาไม่นาน